ทุ่งอารอฟะ

และแน่นอนเมื่อมาถึงมักกะ แซะห์ต้องพาเราไปดูสถานที่ประวัติศาสตร์ของมักกะ ถึงแม้ว่าจะเหลือน้อยลงทุกวันก็ตาม เพราะขาดการบูรณะอย่างสิ้นเชิง สถานที่เหล่านั้นจะรวมถึงทุ่งอารอฟะ มีนา ที่ต้องไปในวันทำฮัจญ์ เพื่อให้ฮุจยาจได้เห็นสภาพโดยทั่วไปของมีนา ,อารอฟะห์และมุสดาลีฟะห์ อย่างชัดเจนในวันโล่งๆ ว่างเปล่าจากผู้คนที่มาทำฮัจญ์ จะได้รู้และเห็น มีนา ,อารอฟะห์และมุสดาลีฟะห์มีสภาพเป็นอย่างไร? บรรยากาศอย่างนี้จะหาดูไม่ได้ หากวันฮัจญ์ได้มาถึง ทั้งนี้เนื่องจากในวันดังกล่าวท้องทุ่งมีนา ,อา รอฟะห์และมุสดาลีฟะห์ จะเต็มไปด้วยผู้คนเป็นล้านๆ คน การจะขับเคลื่อนไปดูที่ไม่สะดวก เท่าใดนัก และเราต้องแต่งชุดเอี๊ยะรอม เพื่อไปเหนียตทำอุมเราะห์ที่มัสยิดญารอน๊ะ ที่ท่านนบีฯ เคยเหนียต ในการทำอุมเราะห์ของท่านฯ

ภูเขาซูร

ภูเขาซูรซึ่งด้านบนภูเขามีถ้ำ ซึ่งเป็นที่หลบภัยของท่านนาบีฯ (ซล) เมื่อครั้งโด ไล่จากชาวกุเรช

ญาบัลเราะห์มะห์

ทุ่งอารอฟะ เบื้องหลังคือญาบัลเราะห์มะห์

ญาบัลเราะห์มะห์ ว่ากันว่าเป็นสถานที่นาบีอาดัมและนางฮาวามาบรรจบพบกันอีกครั้งภายหลังถูกขับ ออกสู่โลกดุนยาและต้องพรากจากกันเป็นเวลามากกว่าสี่สิบปี

ญาบัลเราะห์มะห์

ระหว่างทางขึ้นญาบัลเราะห์มะห์

มัสยิดญารอนะห์ เราเข้าไปละหมาดสุนัต และเหนียตอุมเราะห์คะ

คณะที่ไปด้วยกัน 8 คนคะ

ญะบัลนูร หรือภูเขาฮิรอฮ์ ด้านบนสุดของภูเขามีถ้ำฮิรอฮ์ ที่ถ้ำแห่งนี้เป็นที่ที่ท่านนบีฯ ไปเป็นประจำ จนกระทั้งครั้งหนึ่ง องค์อัลเลาะห์ได้ประทานโองการแรกของอัลกุรอ่านผ่านญิบรีล และแต่งตั้งนาบีเป็นศาสนทูตของอัลเลาะห์

ภูเขาฮิรอฮ์

ในรถบัสที่พาเราไปคะ

น่าเสียดายที่สถานที่ ประวัติศาสตร์เหล่านี้ไม่เคยถูกบูรณะ และให้ความสำคัญเลย จนกระทั่งแทบจะไม่มีอะไรให้เห็นอีกแล้ว.....