GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

จันทร์เพ็ญดวงเดียวกัน....กับวันที่แตกต่าง

                  หลังจากที่ฤดูฝนได้มาเยี่ยนเยือนเราชาวไทยอยู่เนิ่นนาน ทำให้ในหลายพื้นที่ต่างก็ได้รับความลำบากลำบนกันถ้วนหน้า การเดินทางไปมาหาสู่และติดต่อกันไม่สะดวกคล่องตัว หลายครอบครัวไม่สามารถจะทำมาหากินได้ตามปกติ พืชไร่และข้าวในนาเสียหาย แต่ด้วยความมีน้ำใจของเพื่อนร่วมชาติชาวไทย วิกฤตการณ์ก็เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี ทำให้หลายชีวิตเริ่มกลับมาใช้ชีวิตแบบไทยได้ดังเดิม ช่วงปลายฝนต้นหนาวนับเป็นช่วงที่อากาศเริ่มโปร่งสบาย อากาศเย็นเริ่มมาปะทะผิวกายให้รู้สึกถึงความหนาวเย็นได้ ระดับน้ำในคลองถึงแม้จะลดลงแต่ก็ยังมีระดับที่สูงเกือบเต็มตลิ่ง ช่วงนี้แหละที่สังคมริมน้ำรอบบ้านเราเริ่มกลับมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ยิ่งเมื่อได้ยินเสียงเพลงลอยกระทงของสุนทราภรณ์ ที่เปิดกันทางสถานีวิทยุต่างด้วยแล้ว ทำให้รู้สึกได้ถึงบรรยากาศของงานลอยกระทงที่พวกเราเฝ้ารอคอย
               บ้านเดิมเรานั้นเป็นสังคมของบ้านริมคลอง ยามเช้าผู้เฒ่าผู้แก่จะมานั่งคอยใส่บาตรพระอยู่ที่บันไดท่าน้ำ สายหน่อยก็คอยซื้อข้าวปลาอาหารจากพ่อค้าแม่ค้าที่พายเรือมาแวะเวียนถึงบันไดท่าน้ำ ช่วงบ่ายพวกเราก็เข้าสวนไปช่วยกันตัดต้นกล้วยและใบตองเพื่อเตรียมทำกระทง กล้วยต้นใดหากใหญ่มากแบกกลับมาบ้านไม่ไหว เด็กๆก็จะช่วยล่องกันมาทางลำคลอง บ้านใดไม่มีเด็กก็ฝากมาบ้าง หรือไม่ก็เอาใส่เรือพายกลับมาบ้าน เมื่อถึงบ้านก็ขมีขมันช่วยกันจัดเตรียมทำกระทง แม่ก็จะจักตอกทำที่กลัดกระทงจากทางมะพร้าว เราก็ตัดต้นกล้วยให้เป็นแผ่นกลมๆพอลอยน้ำได้ คนอื่นก็ช่วยกันพับใบตองเป็นกลีบกระทง บ้างก็ไปเตรียมหาดอกไม้ธูปเทียนไว้ให้พร้อม เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วก็นำมาเย็บรวมเป็นกระทงใบตองสด เล็กบ้างใหญ่บ้างตามความพอใจ แม้จะไม่สวยนักแต่ก็ดูไม่ขี้เหร่แถมยังมีความภาคภูมิใจอีกต่างหาก แล้วจึงนำไปทดลองลอยในตุ่มน้ำ หากไม่คว่ำจมไปเสียก่อนก็เป็นอันว่าใช้ได้ มีกระทงไว้ลอยกับเขาแล้วละ
                หลายวัดแถบบ้านเราตั้งอยู่ริมคลอง บางวัดก็จะจัดงานประเพณีลอยกระทง หลายวัดเพียงแต่เปิดเพลงลอยกระทงผ่านตามเครื่องขยายเสียงและมีพิธีทำบุญในตอนเช้าเท่านั้น วัดที่จัดงานก็จะมีการปิดวิกหากผู้ใดจะเข้าไปเที่ยวงาน ก็ต้องเสียค่าผ่านประตูราคาหนึ่งสลึง ( ยี่สิบห้าสตางค์ ) เพื่อเป็นการหาเงินเข้าวัด ผู้ที่ไม่มีเงินจ่ายหรือไม่อยากจ่ายก็เดินอ้อมไปอ้อมมาพอเจอตอนใดที่คลองแคบๆ ก็สปริงตัวกระโดดข้ามคลองหลังวัดเข้าเที่ยวงานฟรีได้เหมือนกัน หลายคนเดินไปมาหลายเที่ยวยังหาที่พอเหมาะหรือหาจังหวะไม่ได้หลงลัดเลาะไปถึงป่าช้าพอรู้ตัวก็วิ่งกันกระเจิงบางคนก็กระโดดข้ามฝั่งเข้าไปในงานได้อย่างไม่รู้ตัว
                 ในงานเองที่จะเป็นจุดสนใจก็เป็นการประกวดกระทงและนางนพมาศ ซึ่งผู้เข้าประกวดก็เป็นลูกหลาน เด็กเล็กในหมู่บ้านที่เรารู้จักและคุ้นเคยกันดี รางวัลของผู้ชนะก็ไม่ต้องมีค่าหรือราคามากมาย ขอให้มีโอกาสได้ร่วมบุญและโชว์ตัวบ้างเท่านั้นเอง กว่าจะถึงเที่ยงคืนที่มีการจุดพลุดอกไม้ไฟ และนำกระทงไปลอยในลำคลองก็ดึกมาก เพราะช่วงเวลานั้นไม่มีไฟฟ้าเวลาจัดงานต้องใช้ไฟฟ้าจากเครื่องปั่นไฟ หลายคนทนรอไม่ได้ก็เอากระทงไปลอยก่อนแล้วพากันกลับบ้าน ตอนกลับนี่แหละสำคัญต้องหาเพื่อนร่วมเดินทางให้ได้เป็นกลุ่ม เนื่องจากต้องเดินผ่านป่าช้าเข้าไปในสวน บางกลุ่มก็หาวิธีเดินหลีกเลี่ยงป่าช้าไปให้ไกลๆแม้จะต้องเดินอ้อมเป็นระยะเวลายาวนานก็ตามที เมื่อรวมกลุ่มกันได้แล้วก็หาทางมะพร้าวแห้งที่ตกอยู่ใกล้เคียงเอามามัดทำเป็นคบเพลิง ต้องเตรียมไว้หลายอันเพราะกว่าจะถึงบ้านคงต้องต่อคบเพลิงอีกหลายครั้ง ผู้ที่กล้าในกลุ่มจะเป็นผู้ถือคบเพลิงชูเหนือศรีษะเดินนำหน้าเพื่อให้คนเดินตามมองเห็นทางเดินได้ชัดเจน
             ช่วงเดินผ่านป่าช้า มองเห็นแสงจันทร็เพ็ญที่สาดส่องลงมาจากท้องฟ้าผ่านต้นไม้รกทึบในป่าช้า พร้อมสายลมเย็นของต้นฤดูหนาวพัดผ่านทำให้ต้นไม้ไหวเอน เสียดสีกันดังเป็นเสียงต่างๆตามแต่ผู้ได้ยินจะจินตนาการ เสียงสุนัขที่ร้องโหยหวนอยู่ไกลๆ อีกทั้งเงาตะคุ่มๆที่มองเห็นอยู่ไม่ไกลนัก บังเอิญคบเพลิงที่ถือมามอดลงพอดี ต่างคนก็ตัวใครตัวมันไม่ว่าผู้เฒ่าผู้แก่ เด็กหญิงหรือเด็กชาย ไปเจอกันข้างหน้าก็แล้วกัน คนถือคบเพลิงที่สำรองไว้กับคนถือนำทางต่างก็วิ่งไปคนละทิศละทาง เจอกันอีกทีก็ห่างวัดออกมาไกลแล้ว แต่ก็ช่างเถอะรีบกลับบ้านพักผ่อนเอาแรงไว้สู้งานในวันต่อไปดีกว่า
            บางพวกก็เดินทางโดยเรือพาย เมื่อถึงเวลากลับก็นัดแนะ เพื่อพายเรือกลับพร้อมกันครั้งละสี่ห้าลำ โดยในเรือลำหนึ่งๆก็จะมีด้วยกันหลายคนทั้งที่คอยพายหัวและพายท้าย ส่วนเด็กเล็กที่มาด้วยกันนั้นคงนอนหลับไปแล้ว ไม่เป็นไรถือว่าเอามาเป็นเพื่อนก็แล้วกัน ท้องน้ำลำคลองคืนเดือนเพ็ญนั้นสว่างมาก สามารถมองเห็นพื้นน้ำและเส้นทางได้อย่างชัดเจน ต้นไม้สองฝั่งคลองก็ยืนเด่นเป็นแถวเป็นแนวไปตลอด ใกล้ถึงหมู่บ้านแล้วเรือที่พายมาด้วยกันต่างแยกย้ายกันไป บางลำต้องเข้าคลองซอยเล็กๆ ที่แสงจันนทร์สาดส่องไม่ถึงความมืดเริ่มเข้ามาเยือน หลายคนตะโกนบอกให้คนที่อยู่หัวเรือจุดตะเกียงกระป๋องขึ้นส่องทาง เงาตะคุ่มๆของต้นไม้สองฝั่งที่เคยยืนเป็นแถวเป็นแนวก่อนนี้นั้น แลดูยืนทะมึนและถมึงทึงอย่างไรชอบกล ไม่มีเสียงพูดหรือคุยกันดังเคย มีแต่เสียงใบพายกระทบน้ำเป็นจังหวะๆ ไม่นานนักก็มีเสียง แคร๊กๆๆ แกรกๆๆ ตึ๊บ ตูม  ตามหลังเรือมา ทุกลำรีบเพิ่มความเร็วให้กับเรือของตนเองดังกับจะแข่งขันกันเข้าเส้นชัย รุ่งเช้าตอนสายๆหลายคนกลับไปเส้นทางเดิมอีกครั้ง โธ่...ที่แท้ก็เป็นเจ้าทางมะพร้าวแห้งที่ห้อยโตงเตงอยู่กับต้นมานานกับเจ้าลูกมะพร้าวที่ถูกกระรอกและหนูกัดแทะจนตกลงมาในน้ำนั่นเอง
            การพัฒนาและความเจริญเริ่มเข้าสู่หมู่บ้านเรา ในลำคลองเริ่มมีเรือหางยาวเข้ามาวิ่งส่งเสียงดังทำความลำคาญให้กันชาวบ้านทั้งสองฝั่งคลอง บ้านเเพื่อนเรามีเรือตุ้งๆ ที่ไว้ใช้บรรทุกผักผลไม้จากในสวนและแม่ค้าไปส่งที่ปากคลองตลาด ถึงแม้จะแล่บช้าแต่ก็ปลอดภัยและบรรทุกสินค้าได้มาก ช่วงหลังผู้โดยสารที่เป็นแม่ค้าเริ่มน้อยลงเพราะเสียเปรียบในด้านความเร็วให้กับเรือหางยาว  ดังนั้นเมื่อถึงวันเพ็ญเดือนสิบสองของทุกปีเพื่อนๆจึงชักชวนกันไปนั่งเรือตุ้งๆ ล่องจากหน้าบ้านริมคลองบางขุนศรี ไปตามคลองชักพระ ผ่านคลองบางกอกน้อยสู่ความยิ่งใหญ่ของแม่น้ำเจ้าพระยาและเลี้ยวเข้าคลองมอญกลับสู่บ้านเราที่คลองบางขุนศรีดังเดิม
            ดื่มด่ำกับบรรยากาศของสองฝั่งคลองในคืนลอยกระทงที่แตกต่างกันออกไป ในส่วนของคลองบางขุนศรีและคลองมอญนั้นบรรยากาศเรียบง่าย มีเรือหลายลำแล่นผ่านสวนทางกันไปมา บ้างก็พาลูกหลานพายเรือออกมาลอยกระทง แต่บางบ้านก็จะออกมาลอยกันที่ท่าน้ำหน้าบ้าน ซึ่งยังคงความสงบและร่มเย็น แต่ในคลองบางกอกน้อยและแม่น้ำเจ้าพระยานั้นดูพลุกพล่านและะสบสน เต็มไปด้วยเกลียวคลื่นของเรือที่แล่นกันอย่างขวักไขว่  จนคนที่อยู่ริมคลองและแม่น้ำแทบจะลอยกระทงไม่ได้หลายกลุ่มจึงต้องไปลอยกระทงในสวนสาธารณะของกรุงเทพมหานคร
            
กาลเวลาที่ล่วงเลยมาจนถึงวันนี้ หากหวังจะให้ทุกอย่างเหมือนเดิมคงเป็นไปไม่ได้เพราะโลกต้องมีการเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดา เพียงแต่ว่าเราทุกคนต้องอยู่กับปัจจุบันให้ได้อย่าไปคำนึงถึงอดีตที่ผ่านมาแล้ว และอย่าไปครุ่นคิดถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ขอเพียงแต่ว่าจงทำปัจจุบันให้ดีที่สุดก็แล้วกัน อนาคตของเราก็จะดีเอง อย่างไรเสียคติที่ถือกันมา เกี่ยวกับการลอยกระทงก็จะยังคงเหมือนเดิม แต่ก็อาจแตกต่างกันไปบ้าง ซึ่งก็คงไม่มากไปจากนี้ คือ การลอยกระทงเพื่อขอขมาแก่พระแม่คงคา  เพื่อบูชาพระผู้เป็นเจ้าตามคติพราหมณ์ เพื่อต้อนรับพระพุทธเจ้า ในวันที่เสด็จกลับจากเทวโลก เมื่อครั้งเสด็จไปจำพรรษาอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และทรงเทศนาอภิธรรมโปรดพระพุทธมารดา เพื่อบูชารอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้า ที่หาดทรายริมแม่น้ำนัมมทานที เมื่ออคราวเสด็จไปแสดงธรรมโปรดในนาคพิภพ เพื่อบูชาพระจุฬามณีบนสวรรค์ ซึ่งเป็นที่บรรจุพระเกศาของพระพุทธเจ้า เพื่อบูชาท้าวผกาพรหม บนสวรรค์ชั้นพรหมโลก และเพื่อบูชาพระอุปคุดตเถระ ซึ่งบำเพ็ญเพียรบริกรรมคาถาอยู่ในท้องทะเลลึกหรือสะดือทะเล เห็นได้ว่าเป็นประเพณีที่มีความตั้งใจดีมีมงคลแก่ผู้ปฏิบัติสมควรที่จะรักษาไว้ ส่วนการกระทำใดๆที่ก่อให้เกิดความรำคาญก็ขอให้พวกเราลดละลงเสียบ้าง ขอให้ทุกท่านมีความสุขกันถ้วนหน้าในเทศกาลลอยกระทงที่จะมาถึง

                                                              โดย     คนบ้านเดียวกัน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 57227
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)