จากคดีน้องแก้ม ด.ญ.อายุ 12 หายตัวไปอย่างลึกลับจากขบวนรถไฟตู้นอน เที่ยว 174 เส้นทางสุราษฏร์ฯ - กรุงเทพฯ และสุดท้ายพบว่าเป็นคดีข่มขืนแล้วฆ่านั้น ถือว่าเป็นคดีที่สะเทือนขวัญแก่ผู้ที่ติดตามข่าวเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าตัวผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมนั้นได้มีการรับสารภาพดังที่ท่านทราบแล้วตามข่าว สำหรับคดีแบบนี้ ถ้าในทางกฎหมายอาญา การฆ่าผู้อื่นเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ หรือที่เรียกแบบทั่วไปว่า “ฆ่าปิดปาก” นั้น มีระวางโทษประหารชีวิตอยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคงต้องติดตามกันต่อไปว่า ศาลท่านจะพิจารณาลดหย่อนโทษในเหตุใดอีกหรือไม่

      อย่างไรก็ดี ณ ช่วงเวลานี้ ผมได้เห็นดารา หรือบุคคลทั่วไป ที่ได้ออกมารณรงค์เชิงสัญลักษณ์ เพื่อสนับสนุนให้มีการเพิ่มโทษข่มขืนในทุกกรณีให้เป็นโทษประหารชีวิตนั้น ซึ่งมักจะมีประเด็นเรื่องการเพิ่มโทษนี้เกิดขึ้นทุกครั้งที่มีข่าวเกี่ยวกับการข่มขืน

      โดยส่วนตัวนั้นผมว่าโทษข่มขืนในปัจจุบันก็มีความสมควรอยู่ในตัวแล้ว หากจะมีการเพิ่มโทษให้มากขึ้นเป็นประหารชีวิตดังที่รณรงค์กันอยู่นั้น ก็กลัวว่าจะกลายเป็นผลร้ายซะมากกว่า เพราะต่อไปเหยื่อในคดีข่มขืนจากเดิมที่มีโอกาสรอดชีวิต ก็จะกลายเป็นว่าผู้กระทำความผิดจะต้องก่อคดีข่มขืนพร้อมด้วยฆ่าปิดปากอย่างแน่นอน เพราะธรรมดาหากใครที่จะกระทำความผิดในคดีที่มีโทษถึงประหารชีวิต ย่อมต้องทำทุกวิถีทางที่จะปกปิดการกระทำความผิดของตนเองอยู่นั่นเอง

      สุดท้าย คงเป็นเรื่องที่อยากตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยของการรถไฟว่าจะมีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้โดยสารอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของผู้โดยสาร โดยเฉพาะเมื่อการกระทำดังกล่าวที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของผู้ที่การรถไฟจ้างให้มาทำงานกับการรถไฟ แม้ว่าจะไม่ใช่พนักงานของการรถไฟเองก็ตาม