"สายน้ำไม่คอยท่า วันเวลาไม่คอยใคร" ใครกันนะพูดไว้ สายน้ำแม้มีชีวิตแต่ไม่มีจิตใจ เมื่อเขารอเราไม่ได้เราจึงจำต้องออกเดินทาง ด้วยความสุดแสนเสียดาย เมื่อไหร่หนอจะได้กลับมาเยือนอีกสักครั้ง

ผมขับ Ford Explorer มุ่งหน้าลงใต้ทิ้ง Grand Canyon South Rim ไว้เบื้องหลัง ไกลออกไป ห่างออกไป ในใจคิดฝันอย่างมุ่งมั่นว่า ขอเวลาอีกสามปีผมจะกลับมา คราวนี้จะนอนในอุทยานแห่งชาติแกรนแคนยอน ตื่นแต่เช้าเดินตามไหล่เขาชื่นชมความมหัศจรรย์แห่งขอบเขิน โขดเขาและหินผา


เช้าวันนั้นอากาศดีมาก แดดแจ่ม ฟ้าโปร่ง ถนนสองเลนราบเรียบ สองข้างทางเป็นที่ราบกว้างใหญ่มองไปสุดสายตา ส่วนใหญ่เป็นทุ่งหญ้าและป่าไม้เตี้ยๆ

ก่อนเก้าโมงเล็กน้อย เราก็มาถึงปั๊มน้ำมันอยู่ตรงสามแยกพอดี ผมสวมวิญญาณเด็กปั๊มเมืองไทย จัดการเติมน้ำมันตุนไว้ก่อนเกือบเต็มถัง ในขณะที่สองสาวพี่น้องเดินเข้าไปยังร้านขายของ

หลังจากเติมน้ำมันและนำรถเข้าจอดในที่จอดรถแล้ว ผมก็เดินตามฝรั่งครอบครัวหนึ่งจะเข้าไปในร้าน ฝรั่งผู้พ่อเดินก่อนผลักประตูเข้าไปแล้วเปิดกว้างให้ภรรยาและลูกสองคนเข้าไป เขาหันมายิ้มให้ผม ผมยิ้มตอบด้วยรอยยิ้มของสยาม พร้อมกับกล่าวคำขอบคุณ แล้วเดินเข้าไป ฝรั่งคนนั้นจึงปิดประตูแล้วเดินตามภรรยาและลูกๆ


ฝรั่งเขามีมารยาทดีมาก ใครเข้าประตูก่อน ไม่ว่าจะเด็ก ผู้ใหญ่ หนุ่มสาว เขาจะเปิดประตูค้างไว้ให้คนเดินตามเข้าไปด้วยเสมอ ที่บ้านเราเมืองไทยก็มีเหมือนกันนะครับ แต่ร้อยคนจะมีสักหนึ่งคนกระมัง และส่วนใหญ่จะเป็นคนวัยกลางคน วัยรุ่นผมไม่เคยเจอ เคยเห็นแต่ชนิดที่ผลักประตูเปิดพอตัวเองเข้าไปแล้วก็ปล่อยให้ประตูดีดกลับแบบไม่สนใจว่าคนข้างหลังจะหลบแรงเหวี่ยงของประตูพ้นหรือไม่

ผมกลับออกจากร้านพร้อมด้วยน้ำผลไม้รวม 2 กล่อง จำไม่ได้ว่าราคากล่องละเท่าไร น่าจะกล่องละ 8 เหรียญ ซึ่งผมบอกตัวเองให้สบายใจว่า 8 บาทเท่านั้นเอง 555555

สองสาวรอที่รถแล้ว ในมือหิ้วถุงเต็มทั้งสี่มือ (สองคนนะครับ) เป็นไก่ทอด ขนมปัง ของขบเคี้ยวเยอะแยะ และน้ำดื่ม เราทานบนรถในขณะที่ผมขับไปด้วย กินไปด้วย อร่อยดีเหมือนกัน เพราะเราต้องทำเวลาให้ถึงโรงแรมที่ลาสเวกัสอย่างช้าก่อนเที่ยง

ผมเคยบอกหรือยังครับว่า ก่อนไปอเมริกาผมวางแผนเที่ยวแกรนแคนยอนแบบไปกลับ ออกจากลาสเวกัสแต่เช้า เที่ยวแกรนแคนยอนแล้วกลับลาสเวกัส ซึ่งผมคิดว่าอย่างช้าก็กลับมาถึงโรงแรมราวสองทุ่ม จึงจองโรงแรมที่ลาสเวกัสไว้สองคืน

แต่เหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่วางแผนไว้ รถยางรั่วต้องเปลี่ยนยางกว่าจะออกจากลาสเวกัสได้เกือบเที่ยง แล้วยังหลงทางอีก ซึ่งผมได้เล่าในตอนก่อนหน้านี้แล้ว


เรามาบรรจบถนนสี่เลนที่เมือง Williams จากนั้นมุ่งตะวันตกผ่านเมือง Kingman แล้วขึ้นเหนือสู่เขื่อนฮูเวอร์ ระยะทางจากแกรนแคนยอน ถึงลาสเวกัส ราว 300 ไมล์ ผมใช้เวลาสี่ชั่วโมงโดยหยุดพักเพียงเติมน้ำมันครั้งเดียว ซึ่งมีบางช่วงฝ่าฝืนป้ายบอกความเร็วข้างทาง แต่ไม่บ่อยหรอกครับ เฉพาะตอนที่ผู้ควบคุมการขับรถงีบเท่านั้นเอง

เราถึงโรงแรมที่ลาสเวกัสเที่ยงพอดี ผมปลอบใจตัวเองขณะนำกุญแจห้องไปคืนเขาว่าคงไม่เป็นไร ซึ่งก็เป็นเช่นนั้น คนรับกุญแจจากผมอายุราวสี่สิบปี คิดว่าน่าจะเป็นภรรยาเจ้าของโรงแรม เธอยิ้มบอกผมว่าไม่เป็นไรเมื่อผมขอโทษเธอที่คืนกุญแจช้าถึง 1 ชั่วโมง ผมบอกเธอว่าเรากลับจากแกรนแคนยอนไม่ทันต้องค้างคืนที่นั่น และผมตั้งใจว่าอีก 3 ปี จะมาเที่ยวโดยจะพักที่นี่อีก

เธอยิ้มแล้วถามผมว่ามาจากไหน พอเธอได้ยินคำตอบจากผม เธอมีสีหน้าตื่นเต้นทันที แล้วพูดขึ้นว่า สึนามิ

เฮ้อ...ผมไม่คาดคิดเลยว่า มีชาวต่างประเทศคนหนึ่งรู้จักเมืองไทยจากเหตุการณ์ภัยพิบัติ


อ่านตอน : เช้าแดดแจ่มที่แกรนแคนยอน กดที่นี่ครับ