ผมอ่านเจอจากไหนจำไม่ได้บอกว่า ความบังเอิญไม่มี สิ่งที่เกิดขึ้นล้วนมาจากเหตุ คงเพราะเราสามคนได้สร้างกุศลมาพอ ผมจึงไม่ต้องขับรถฝ่าความมืดกลับโรงแรมที่ลาสเวกัส

ห้องพักที่ Holiday Inn Express Hotel & Suites Grand Canyon ดีมากสำหรับเรา ห้องกว้าง มี 2 เตียง ซึ่งกว้างพอที่จะนอนได้เตียงละ 2 คน ปลายเตียงมีทีวีจอใหญ่ เยื้องห้องน้ำ ตั้งโต๊ะพร้อมเก้าอี้ 2 ตัว ข้างๆ มีเตาแก๊ส ตู้เย็น ไมโครเวป หม้อต้มกาแฟ กาน้ำ แก้วน้ำ ถ้วยกาแฟ จานและช้อนซ่อม เรียกว่าทำครัวได้เลย

เราวางแผนว่า ออกจากห้องพักตีห้า ตระเวนแกรนด์ แคนยอน ลงมากินข้าวเช้าตอนเจ็ดโมงครึ่ง แปดโมงจะได้ออกเดินทางกลับ

แต่เอาเข้าจริงๆ ตีห้าผมตื่นก่อน เพราะกระเพาะปัสสาวะบังคับ สองสาวที่ยึดเตียงคนละเตียง ยังนอนนิ่ง เกือบหกโมงเราออกจากห้องพัก ฟ้ายังมืด

ผ่านชุมชน Grand Canyon Village ที่เมื่อคืนมีแสงสีละลานตา ผู้คนพลุกพล่าน ทั้งบาร์เบียร์ ร้านอาหารและร้านของที่ระลึก แต่ตอนนี้เงียบสงบ มีเพียงแสงไฟที่หัวเสาเท่านั้น

เราตกลงกันว่าไปไกลสุดก่อน แล้วค่อยเที่ยวย้อนกลับมา เราเริ่มที่ตรงนี้ครับ สถานีบริการรถเที่ยวแกรนด์ แคนยอน แต่เราไม่มีเวลาพอก็เลยไม่ได้ใช้บริการ

ใกล้ๆ นั้นมีคอกม้าพร้อมที่จะให้นักท่องเที่ยวขี่ชมแกรนด์ แคนยอน แต่งตัวเป็นคาวบอยหล่อเลยทีเดียว

ไม่ไกลจากคอกม้า เป็นจุดชมวิวไม่ใหญ่นัก

มีทางให้เดินเที่ยวตามขอบหน้าผาด้วย ซึ่งผมแอบฝันไว้ว่าจะมาเดินให้ได้ในอีกไม่นาน

หลังจากถ่ายรูปกันจนจุใจ ก็ขึ้นรถย้อนกลับมา ผ่านที่พักมากมาย

และป่าโปร่ง โชคดีเจอกวางที่ไม่กลัวรถและคน

เรามาจบที่ Mother Point

มีพิพิธภัณฑ์ให้เราชมด้วย แต่เสียดายยังไม่เปิด

เราลงจากแกรนด์ แคนยอน หลังแปดนาฬิกาเล็กน้อย ด้วยความอาลัย ทั้งนี้ เนื่องจากเราต้องเดินทางให้ถึงโรงแรมที่ลาสเวกัสก่อน 11.00 น. เพื่อเช็คเอาส์ เพราะหากเลยเวลาต้องโดนเรียกเงินเพิ่ม