23 มิถุนายน 2557 ลืมตาขึ้นมาเพราะแสงสว่างสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ถ้าหากเป็นเมืองไทยคงประมาณเวลา 08.00 น. เหลือบมองนาฬิกาที่ผนังห้อง โห! เพิ่งจะห้านาฬิกา(เวลาประเทศญี่ปุ่น) เราตกลงกันไว้ว่าปลุกเวลา 06.00 น. แต่นี่ตื่นก่อน 1 ชั่วโมง นอนไม่หลับแล้ว อาบน้ำเตรียมตัวลงไปทานอาหารเช้า ห้องน้ำที่นี่สุดไฮเทค เข้าไปแล้วมีความสุขกับเครื่องอำนวยความสะดวก
ทำไมญี่ปุ่นแดดจ้าตั้งแต่ 05.00 น. ......ญี่ปุ่นตั้งอยู่ละติจูดที่ 20 จึงเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของโลก ( ละติจูดที่ 1-19 เป็นทะเล ) แต่ละวันใหม่ พระอาทิตย์จะส่องแสงในดินแดนของชาวญี่ปุ่นเป็นแห่งแรกในโลก ฝรั่งจึงตั้งให้ว่าเป็น ‘Land of the Rising Sun’ ( แดนอาทิตย์อุทัย )
ห้องอาหารเปิดเวลา 07.00 น. ลอบบี้เขจัดมุมอ่านหนังสือไว้น่ารัก จึงเก็บภาพมาไว้ดูเล่น เพิ่งจะมีคนลงมา 2-3 คนเท่านั้น ห้องอาหารยังไม่เปิด จึงไปเก็บภาพสวย ๆ หน้าโรงแรมซึ่งอยู่ติดทะเลสาบ บรรยากาศร่มรื่น อากาศสดชื่นแจ่มใส มองไปรอบ ๆ ตัว มีแต่ความสุขสดชื่น
ห้องอาหารเปิดแล้ว แขกของโรงแรมทยอยเข้าไปทานอาหารเช้า มีทั้งอาหารฝรั่ง และอาหารญี่ปุ่นหลากหลายชนิด ญี่ปุ่นนี่กินกาแฟไม่เคยอร่อย แต่ถ้าเป็นชาเขียวจะอร่อย หลายคนจัดอาหารญี่ปุ่นมาลองทานกัน ต่างบอกว่าพอกินได้
ทุกคนเรียบร้อยแล้ว ต่างไปขึ้นรถเพื่อเดินทางเดินทางสู่หุบเขาโอวาคุดานิ หรือ หุบเขานรก เป็นหุบเขาที่อยู่ในวนอุทยานแห่งชาติ ฮาโกเน่ ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องของบ่อน้ำพุร้อน บ่อน้ำร้อน เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อประมาณ 3 พันปีก่อน ในปัจจุบันหุบเขานี้ ก็ยังเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่สงบ พร้อมที่จะระเบิดอีกทุกเมื่อ แต่ว่าในทุกๆ วันจะมีการสังเกตและวัดความสั่นสะเทือนของภูเขาไฟตลอดเวลา หากมีสิ่งผิดปกติ ในวันนั้นก็จะมีการประกาศให้ทราบและไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวขึ้นไป ด้านบนของหุบเขาโอวาคุดานิจะมีควันสีขาวๆ พวยพุ่งอยู่ตลอดเวลา เป็นควันที่มาจากความร้อนใต้พื้นดินโดยมีแก๊สกำมะถันปนอยู่ ทำให้มีกลิ่นของกำมะถันอยู่ทั่วบริเวณ ซึ่งมีกลิ่นฉุน จึงเรียกว่าหุบเขานี้ว่าหุบเขานรก ด้านบนจะมีบ่อน้ำร้อนแร่กำมะถัน ที่มีความร้อนสูงถึง 80 องศาเซลเซียส สามารถต้มไข่ให้สุกได้ ซึ่งน้ำร้อนที่มีแร่กำมะถันเข้มข้นปะปนอยู่ ทำให้เมื่อต้มไข่ออกมา ทำให้ไข่กลายเป็นสีดำ จึงเป็นที่มาของชื่อ ไข่ดำ เชื่อกันว่าถ้าได้กินไข่ดำ 1 ฟองจะมีอายุยืนขึ้น 7 ปี และด้านบนยังสามารถมองเห็นวิวของฟูจิซังได้ชัดเจน ในวันที่สภาพอากาศดีดี นอกจากนี้นักท่องเที่ยวที่รักการผจญภัย ยังสามารถที่จะมาปีนเขาที่นี่ได้ จากบริเวณสถานีรถกระเช้า จะมีทางซึ่งสามารถที่จะปีนต่อไปยังภูเขาคามิยามะ(Kamiyama) และปีนต่อไปยังภูเขาโคมางาทาเกะ(Komagatake) ตามไปเที่ยวที่หุบเขาโอวาคุดานิกันเลยค่ะ
ระหว่างทางที่ปีนบันไดขึ้นไปจะเห็นธารน้ำร้อนและมีไอกำมะถันพวยพุ่งอยู่ตลอดทาง ลองเอมมือจุ่มดูน้ำร้อนมาก ขึ้นไปถึงด้านบนมีร้านบายของที่ระลึก ไอศกรีม ทุกอย่างจะเน้นสีดำ ซื้อไข่ดำ 1 แพค 500 เยน มี 5 ฟอง ถุงที่ใส่ร้อนมากขณะปอกไข่ก็ร้อนมาก ๆ นักท่องเที่ยวเข้าแถวซื้อ ยืนปอกไข่กินกันที่นั่น ลองกินดูก็เหมือนไข่ต้มธรรมดานี่เอง เขามีเกลือและมีซอสให้จิ้ม แต่กินไม่ต้องจิ้มเหมือนไข่ต้มนั่นแหละ กินไป 1 ฟอง อายุเราคงยืนไป 7 ปี ตามความเชื่อ คิดจะเอามาฝากคนทางเมืองไทยบ้าง เขาบอกไม่ได้เพราะจะเสียก่อนที่จะได้กิน กินไปก็มองสำรวจไปรอบ ๆ จะเห็นไอน้ำ พวยพุ่ลตลอดเวลา
ประมาณ 10.30 น. ออกจากที่นี่เดินทางไปลงเรือสลัด แต่ไม่ทัน เรือออกไปแล้วจึงเปลี่ยนแผนไปทานอาหารมื้อกลางวันก่อนเพื่อลงเรือบ่าย วันนี้อาหารเป็นกลางวันเป็น "อุด้ง" อุด้ง จะทำมาจากแป้งสาลี เป็นบะหมี่เส้นกลมหนานุ่ม ปรุงในน้ำซุปเหมือนก๋วยเตี๋ยวจากบ้านเรา เส้นอร่อยดี แต่ชามโตเกินไป คนไทยกินไม่หมด นอกจากน้ั้นมีไก่ทอด
และนี่เป็นร้านอาหารริมทะเลสาบที่คณะเราไปกิน "อุด้ง"
อิ่มแล้วไปล่องเรือโจรสลัดในทะเลสาบกัน........ตามมาค่ะ









กิน 1 ฟอง อายุยืน 7 ปี อุแม่เจ้าาาาา....!
กินแล้วเหมือนไข่บ้านเราไหมครับ
รสชาติไข่ต้มธรรมดาค่ะ