เรียนรู้กับการเดินทาง


เรียนรู้กับการเดินทาง

เช้า วันอังคารที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2557

กว่าจะได้มานั่งเขียนบันทึกนี้ ก็รุ่งเช้าอีกวัน เป็นจุดและเครื่องเตือนใจให้ตนเองว่า

“เรื่องนี้ยังไม่ผ่าน”เหมือนกับหน้าที่ note taker ก็ยังเรียนไม่จบ เลยยังต้องเรียนรู้ต่อไป

เมื่อวานตื่นนอนที่บ้านแม่ ต้องนำขนมฝีมือแม่ ที่หลวงพี่ฝากซื้อมาถวายพระ แต่กว่าจะถึงวัดก็ถวายอาหารเสร็จแล้ว ตัดสินใจถวายเพียงอาหารและขนมบางส่วน ที่เหลือเอาไว้นำถวายวันหลัง ถามใจตนเอง อืมเราช้า เอาเกณฑเก่า ๆ มาวัดว่าน่าจะทัน ประมาท

ทานข้าวเสร็จรีบขึ้นมากราบหลวงปู่ เดินขึ้นมาครั้งแรก ใจเป็นรู้สึก เหนื่อยร้อนรน นั่งลงรอ ณ จุดที่ท่านรับแขกตามที่พระอุปฐากชี้บอก มองเห็นใบปวารณา ระลึกกับตนเอง ชีวิตทุกวันนี้ลำบากมาก เพราะใจทานไม่เป็น

“ขอโอกาสถวายทานแด่องค์หลวงปู่ มีเงินในกระเป๋าเพียง 193.25 บาท”ถวายท่านทั้งหมด

พอหลวงปู่ออกมาเมตตาท่านเอ่ยประโยคแรกว่า

“มานิมนต์เราไปไหน เราไม่ไปไหนหรอก ต้องพาคนมาภาวนาก่อน”

ใจหนูสาธุ ในความเมตตาของท่านที่เอ่ยให้กำลังใจ เพราะท่านทราบแล้วว่า มากราบเรียนปรึกษาท่านเรื่อง

ผู้อำนวยการและครอบครัว รวมถึงเจ้าหน้าที่ ๆ ทำงาน จะมาขอโอกาสพักภาวนาที่วัดเป็น เวลา 3 คืน 4 วัน (24-27 มิถนายน 2557) ตามที่ได้เคยกราบเรียนหลวงปู่ไว้

ท่านเมตตาถาม และให้กำลังใจ ว่า “ครูบาอาจารย์ไม่เคยพาไปนรกหรอก คำสอนพระพุทธเจ้าไม่ใช่ของเล่น ๆ ลงมือทำจริงจัง จะเห็นผล ภาวนาได้อยู่ให้ไปตั้งใจทำเอา”

ท่านเทศน์สอนประมาณครึ่งชั่วโมง เหมือนได้กำลังใจ เรียนเดินทางเหมือนมาเคลียร์เรื่องตกค้างในใจ

ทำเวลากับตนเองพอสมควรประมาณสิบโมงเกือบ ๆ สิบเอ็ดโมง ได้พักรีเซ็ตตนเอง

ครูขับรถมารับตอนบ่าย จิตยังลงร่องเดิม ท่านเตือนว่า ในเรื่องราวเดียวกันมันมีหลายมุม เราจะมองให้มันเป็นเรื่องขำ ๆ ก็ได้ แต่ก็ใจมันไปลงร่องเดิมคือ โทสะ ใจหนูยังประมาทอยู่มาก ไปรับพี่โย๋

คำเตือนของครู ทำให้ใจหนู ฮึด พยายามที่จะไม่ให้ไปลงร่องโทสะ แต่ความเคยชินของจิตมันไหลลงก็ พยายามตั้งสติ รู้ให้ทันแม้กายจะใช้งานหนัก แต่พอใจไม่ซ้ำเติม รักษาสติอย่างที่ครูเมตตาชี้

พอลงปั้มก็ รีเซ็ตตนเอง ล้างหน้าล้างตา

สิ่งที่เกิดขึ้น ข้างในซ้ำๆ เดิมคือ ใกล้ถึง ใจจะเครียด แต่ครานี้ มันไม่ได้กิน

เพราะเชื่อครู แล้วรู้ทันมัน รู้สึกว่า แบบนี้เด็ดจริง ๆ

แต่ก่อนที่จะมาเป็นแบบนี้ ขับอยู่ดี ๆ แล้วมาทางเลยแล้ว แต่รู้สึกล้ามาก ๆ กายแสดงอาการ

คำสอนครูเด้งขึ้นมาดังว่า “มันเรียกร้องความสนใจ ชอบทำตัวให้น่าสงสาร”

ข้างในมันตื่นขึ้นมาด้วยคำสอนครูดังขึ้น แล้วมองตนเอง แบบในท่านั่งขับรถนั้นเลย เห็นอาการแสดงที่เหมือนเหนื่อยล้ามา

แล้วใจก็ตัดสินว่า นี่ไง ที่ครูบอกว่า มันชอบทำให้ดูน่าสงสาร

เหมือนความรู้สึกล้า ดิ้นรน หายไปเป็นปลิดทิ้ง

กลับมารู้สึกตัว เบา แล้วก็ขับรถต่อไปด้วยกำลังสติ

แต่ตอนที่บีบใจ คือ ตั้งใจขับรถให้ทันแสงตะวัน อยากถึงโรงแรมก่อนมืด

ซึ่งก็เป็นไปตามเป้าหมาย แต่อาจจะเพราะฟ้าเป็นใจ กว่าจะถึงก็ทุ่มยี่สิบ ออกจากยโสธรบ่ายสอง

ห้าชั่วโมงยี่สิบนาที

ได้เรียนรู้กับตนเองว่า ถ้าตั้งใจ ก็ทำได้ ใจไม่ขุ่นมัว

แท้จริงความสำคัญไม่ใช่เรื่องของเวลาเสียทีเดียว

เป็นเรื่องของใจล้วน ๆ ที่เดินทางอย่างไร ให้ขุ่นมัวน้อยที่สุด

เวลาหนูเริ่มง่วง ครูและพี่โย๋ก็วนคุยหาเรื่องชวนหัว ให้หนูไม่ง่วง ไม่เพลีย

ตลอดเวลาทุก ๆ การเดินทาง ๆ ครูก็ทำแบบนี้ แต่ใจหนูไม่เคยเห็น

Action แตกต่างกันออกไปตามบริบท สำคัญที่ ครูทำทุกวิถีทางให้ หนูมีสติและดึงศักยภาพของตนเองให้ออกมาทำงานได้อย่างเต็มที่มากที่สุด

สำหรับการเดินทางมาครั้งนี้ถือว่า ผ่านไปได้ด้วยดี

ณ รร.เลยพาเลช

คำสำคัญ (Tags): #aar#ภาวนา
หมายเลขบันทึก: 570582เขียนเมื่อ 17 มิถุนายน 2014 10:25 น. ()แก้ไขเมื่อ 17 มิถุนายน 2014 10:25 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลงจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี