เรามักจะได้ยินคำว่า "นวัตกรรม" (Innovation) รากศัพท์ของคำนี้มาจากลาตินคำว่า “Innovare” แปลว่า “ทำสิ่งใหม่ขึ้นมา” (พันธุ์อาจ ชัยรัตน์: 2550) จากการผลิต การคิดค้น การทดสอบ การทดลอง การวิจัย หรือการค้นพบสิ่งแปลกใหม่ในชีวิต แล้วนำมาปรับใช้ในการดำรงชีวิต จากนั้นเราก็ตื่นเต้น ยินดีกับผลงานเหล่านี้ว่า เป็นต้นแบบ เป็นนวัตกรรมใหม่ในการพัฒนาชีวิตให้ทันสมัย หรือลดต้นทุนในการผลิตสิ่งต่างๆ 

               หากศึกษาประวัติศาสตร์เกี่ยวกับบุคคลสำคัญเราจะพบว่า มนุษย์คือ ศูนย์กลางในการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ เพื่อพัฒนาชีวิตให้สบาย ให้สะดวก และทำให้เกิดประโยชน์แก่สังคมโลก ซึ่งมีตัวอย่างดังนี้


               ๑) กาลิเลโอ(Galielo: 1564-1642) เป็นชาวอิตาเลี่ยน เป็นบุคคลแรกที่ท้าทายกฎศาสนจักร ปรัชญา และพัฒนาอุปกรณ์เกี่ยวกับการดูดาวอีกมากมาย ที่สร้างปัญหากับเขาคือ แนวคิดเรื่องระบบจักรวาล ที่ขัดแย้งกับศาสนาคริสต์ที่ว่า โลกเป็นศูนย์กลางจักรวาล แต่กาลิเลโอมองว่า ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางจักรวาลและมีดาวนพเคราะห์โคจรรอบดวงอาทิตย์ ทำให้เขาต้องถูกจับขัง เพื่อให้สำนึกบาปที่ต่อต้านคำสอนศาสนา 

              แนวคิดดังกล่าวกาลิเลโอมิได้คิดเองแต่ได้รับแนวคิดมาจากอาจารย์คือ ปโตเลมีและโคเปอร์นิคัส และอิทธิพลของเขาก็ส่งผลให้ศิษย์ดำเนินค้นคว้าต่อไปคือ ไอแซค นิวตัน

             ๒) อเล็กซานโดร โวลต้า (Alessandro Volta: 1745-1827) เป็นชาวอิตาเลี่ยน เป็นผู้พบคลื่นกระแสไฟฟ้าเรียกว่า "โวลต์" และผลิตเครื่องมือสื่อไฟฟ้าไปใช้เป็นแบตเตอร์รี่

            ๓) อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์(Alexander Graham Bell:1847-1922) เป็นชาวอังกฤษ  เป็นผู้คิดค้นหูฟังสำหรับคนหูหนวกหรือใบ้และคิดเครื่องรับโทรศัพท์ให้คนใช้จนถึงปัจจุบัน

           ๔) อังเดร์ มารี แอมแปร์ (Andre Marie Ampere: 1775-1836) เป็นชาวฝรั่งเศส เป็นผู้คิดค้นการเดินทางของกระแสไฟฟ้าผ่านตัวนำ (เส้นลวด) เขาจึงได้รับชื่อมาเป็นหน่วยวัดกระแสไฟฟ้าว่า "แอมแปร์"

           ๕) อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein: 1879-1955) เป็นชาวเยอรมัน เป็นผู้คิดค้นทฤษฎีสัมพันธภาพ และเป็นผู้หักล้างทฤษฎีต่างๆของโคเปอร์นิคัสมากมายและผลตามมาคือ มีการนำเอาทฤษีนี้มาสร้างระเบิดปรมณูได้

          ๖) หลุยส์ ปาสเตอร์ (Louis Pasteur: 1822-1895) เป็นนักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส  เป็นนักคิดค้นยาเพื่อรักษาโรคต่างๆ เช่น โรคพิษสุนัขบ้า แบคเตเรีย จุลินทรีย์ วัคซีน การฆ่าเชื้อโรคแบบพาสเจอร์ไร้ส์ จนทำให้ตั้งสถาบันปาสเตอร์ขึ้นในปี 2431 ที่กรุงปารีส ส่วนในประเทศไทยก็ตั้งองค์กรด้านนี้ว่า “สถานเสาวภา” ก่อตั้งในปี 2455 โดย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ในสังกัดสภากาชาดไทย

          ๗)ชาลส์ ดาร์วิน (Charles Robert Darwin: 1809-1882) เป็นนักวิทยาศาสตร์ด้านชีววิทยา ในด้านการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ซึ่งมีกระบวนการต่างๆ เช่น การคัดเลือกตามธรรมชาติ การกลายพันธุ์ การถ่ายเทยีน โดยศึกษาที่เกาะกาลาปากอส จนเป็นพื้นฐานทางด้านชีววิทยาอย่างมาก

          ๘) ปราชญ์ชาวบ้าน เป็นนักประดิษฐ์ นักนวัตกรรมต่างๆมากมาย โดยเฉพาะในเมืองไทย ที่มีปราชญ์ชาวบ้านมีแนวคิดใหม่ๆ ในการทำเกษตรกรรม การเพาะปลูก จนสามารถดำเนินชีวิตได้โดยไม่พึ่งพาเทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่เป็นการประยุกต์ธรรมชาติให้สอดคล้องกับวิถีธรรมชาติมากที่สุด เช่น การทำนาแบบใหม่ แบบผสมผสาน การทำปุ๋ยอินทรีย์ การทำโซล่าเซลล์ใช้เอง การทำปุ๋ยชีวภาพ ฯ

           ๙) ในหลวง ถือว่า เป็นนักประดิษฐ์ นักนววัตกรรมหลายๆ อย่างที่พัฒนาประเทศไทย ให้เกิดมุมมองในการดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติและสอดคล้องกับหลักศาสนาและเป็นผู้เสียสละพระองค์ต่อประชาชนคนไทยให้ได้รับสิ่งใหม่ๆ เช่น ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง กังหันน้ำพัฒนา ฝายน้ำ การจัดการดิน การแกล้งดิน การทำฝนเทียม หญ้าแฝก ฯ

           ๑๐) พระพุทธเจ้า พระเยซู พระมูหัมหมัด ฯ เหล่านี้คือ นักคิดด้านนวัตกรรมเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ก่อประโยชน์ต่อชาวโลก จนสืบทอดเจตนานี้มาสู่โลกปัจจุบัน ให้เจริญตามรอยแนวนี้ อันจะทำให้สังคมอยู่เป็นสุข มีไมตรีจิตต่อกันด้วยหลักที่เรียกว่า นวัตกรรมทางศาสนานั่นเอง


            ทั้งหมดที่กล่าวอ้าง ล้วนได้สร้างคุณประโยชน์ต่อประชากรของโลกอย่างมาก ถือว่าเป็นแนวทางให้การดำเนินชีวิตเราเปลี่ยนแปลงและก้าวหน้าไปอย่างมาก เราอาจไม่รู้สึกว่า ท่านเหล่านั้นมีคุณ มีประโยชน์ต่อวิถีชีวิตอย่างไร จุดนี้ควรศึกษาประวัติศาสตร์ไว้ให้มากๆ

            นอกจากนี้ ยังมีนวัตกรรมในด้านองค์กรต่างๆ ทั่วโลกที่มีบทบาทในการแสดงความก้าวล้ำการสร้างนววิถีหรือนวพฤติกรรมของมวลมนุษย์โลกให้แสดงออกในแบบเชิงเดี่ยว จนเกือบวัฒนธรรมอันเดียวกัน ไปตามกระแสที่คล้ายกัน ซึ่งพอประมวลได้ดังนี้

           ๑) กลุ่มบริษัทเครื่องบิน เช่น บริษัทโบอิ้ง (ซีแอตเทิล) ที่สหรัฐอเมริกา บริษัท McDonnell Douglas บริษัทแอร์บัส (ยุโรป) ทั่วโลกก็อาศัยบริษัทเหล่านี้ รวมทั้งไทยด้วย ได้เดินทางสะดวก สมใจนึก เพราะมีบริษัทในการออกแบบนวัตกรรมเหล่านี้มาตอบสนองมนุษย์ทั่วโลก

           ๒) กลุ่มบริษัทเครื่องยนต์  ในญี่ปุ่น เช่น บริษัท โตโยต้า ฮอนด้า นิสสัน ฯ เกาหลี เช่น ฮุนได เกีย แดวูโปรโต ฯ จีน เช่น เฌอรี่ โฟตอน จางเหอ โซคอน ฯ อินเดีย เช่น ทาทา มหินทรา ฮินดูสถาน ฯ  ไทย เช่น ไทยรุ่ง ยูเนี่ยนคาร์ เดวา ออโต ฯ บริษัทเหล่านี้คือ ผู้ผลิต ผู้จำหน่ายนวัตกรรมใหม่ตามท้องถนน ที่เอื้อให้เราเดินทางไปไหนมาไหนได้สะดวกรวดเร็วขึ้นกว่าแต่ก่อน

           ๓) กลุ่มบริษัทเครื่องไฟฟ้า ในบ้านเราล้วนเต็มไปด้วยอุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้าทั้งนั้น เช่น ไฟฟ้า หม้อหุงข้าว เตารีด เครื่องซักผ้า เครื่องเสียง โทรทัศน์ โทรศัพท์ ฯ ทำให้การดำเนินชีวิตสะดวก รวดเร็วขึ้น ทำให้เราสบายและทุ่นเวลาได้เยอะมาก จนเดี๋ยวนี้เราแทบไม่รู้สึกว่า อุปกรณ์เหล่านี้มีส่วนสำคัญในการดำเนินชีวิต เพราะเราผูกติดกับมันว่า ต้องมี ต้องใช้ จนกลายเป็นเรื่องจำเป็นแบบปกติไปแล้ว หากย้อนที่มา กว่าจะได้ใช้ถึงวันนี้ มองให้พินิจในอุปกรณ์เหล่านี้ จะพบว่าล้วนมาจากฝีมือมนุษย์ทั้งสิ้น

           ๔) กลุ่มบริษัทเทคโนโลยี โลกปัจจุบันเทคโนโลยีมีส่วนสำคัญอย่างมากในการดำเนินชีวิต ตั้งแต่เกิดกระทั่งตายทีเดียว มันช่วยพัฒนาการดำเนินชีวิตเช่น การเพาะปลูก การสร้าง การเดินทาง การผลิต การสื่อสาร การศึกษา การแพทย์ การเก็บรักษา การป้องกัน ฯ ซึ่งทั้งหมดล้วนอาศัยเทคโนโลยีทั้งนั้น 

             ดังนั้น จึงทำให้เกิดการพัฒนาเครื่องเหล่านี้ออกมาอย่างไม่หยุดนิ่ง ทำให้เราได้รู้สิ่งใหม่ๆ ด้านวิทยาศาสตร์ จนนำไปสู่การพัฒนาสมอง การประยุกต์ใช้ในวิถีชีวิตได้ ทั้งหมดนี้ ก็ล้วนมาจากนักวิทยาศาสตร์ นักค้นคว้า วิจัย เป็นผลิตผลจากคนยุคก่อนทั้งสิ้น

           ๖) กลุ่มบริษัทการสื่อสาร การพูดจาสื่อสารด้วยมุขปาฐะ มาสู่การบันทึกเป็นหนังสือ เป็นภาพ เป็นอักษร ก็มาเป็นตัวหนังสือในแผ่นใสบ้าง และจอคอมพิวเตอร์บ้าง จากการพูดจาไกลๆ ด้วยเสียง ก็มาเป็นการสื่อสารแบบเรียลไทม์ เห็นหน้ากัน จากการขนส่งสินค้า พัสดุ จดหมาย ทางเรือ ทางรถ ก็กลายเป็นทางอีเมล์ ทางmsn ทางไลน์ เฟสบุ๊ก ฯ ทั้งหมดนี้ มาจากวิวัฒนาการของเครื่องมือสื่อสารของมนุษย์ ที่ประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆ มาสนองต่อความต้องการของมนุษย์ ซึ่งต้นกำเนิดมาจากการคิดค้นของนักวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์เครื่องมือทั้งหลายนั่นเอง

           ๗) กลุ่มบริษัทคอมพิวเตอร์ ยอมรับว่าเครื่องคอมพิวเตอร์มีบทบาทสำคัญมากในสังคมปัจจุบัน ไม่ว่าจะทำงานประเภทใด ดูเหมือนคนยุคใหม่จะใช้เครื่องมือมาช่วยงานให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น ในขณะผู้เขียนเรื่องนี้ ก็อาศัยเครื่องโนตบุ๊คเป็นเครื่องช่วย วิถีชีวิตคนเมืองต้องเกี่ยวข้องกับเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่เสมอ นั่นก็เพราะว่า เราผลิตสิ่งอำนวยความสะดวกขึ้นมาตอบสนองตน ซึ่งต้องอาศัยผู้รู้ ผู้คิดค้นโปรแกรม อุปกรณ์ต่างๆ ขึ้นมามาจากยุคก่อน จนถึงปัจจุบันไม่รู้กี่รุ่นแล้ว

           ๘) กลุ่มบริษัทบันเทิง สิ่งบันเทิงแม้ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่ความอยาก ความต้องการตามธรรมชาติของมนุษย์ จึงเกิดนวัตกรรมต่างๆ ขึ้นมาสนองกิเลส ความอยาก ความต้องการของผู้คน จนทำให้มีการคิดค้น ประดิษฐ์สื่อต่างๆ ออกมา เพื่อบำบัดสิ่งที่อยาก สิ่งที่ปรารถนา ทำให้สื่อบันเทิงเจริญก้าวหน้าสืบมา จนกลายเป็นกระแสหลักในการเสพสิ่งบันเทิง ด้วยเหตุนี้ จึงมีนักผลิตรายการบันเทิง ตามมา มีรายได้ กำไร ผลประโยชน์จึงตามมาด้วย

           ๙) กลุ่มบริษัทเกษตรกรรม ในการดำรงชีวิตตั้งแต่บรรพบุรุษ การทำเกษตรคือ อาชีพหลักของชาวไร่ ชาวนา แต่ก่อนไม่มีเครื่องมือช่วยมากนัก จึงทำให้ได้ล่าช้า ครั้นเมื่อมีนวัตกรรมใหม่ๆ ช่วยให้การทำไร่ ทำนาสะดวกไวขึ้น เกิดกระแสความนิยมด้านเครื่องมือ พ่อค้า นักผลิตจึงหาทางสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้เกษตรกรเช่น ผลิตรถไถนา รถดำนา รถตัดหญ้า รถพ่นฉีดยา รถเก็บพืชผล รถเกี่ยวข้าว นวดข้าว ฯ มีผู้ผลิตนวัตกรรมใหม่ๆ มากมาย เพื่อให้พวกเขาทำงานได้มากขึ้น รวดเร็วขึ้น จึงกลายเป็นการพัฒนาเครื่องมือใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆ

           ๑๐) กลุ่มองค์กรด้านแพทย์ ด้านการรักษา พยาบาล คนเจ็บป่วย ยิ่งต้องอาศัยวิวัฒนาการ นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้ทันโรค เพื่อรักษาโรคให้ได้ จึงต้องอาศัยยาใหม่ๆ เครื่องมือใหม่ๆ ในการวินิจฉัย ตรวจโรค เราจึงพบว่า การแพทย์มีการพัฒนาปรับปรุงอุปกรณ์การแพทย์อยู่เรื่อยๆ ซึ่งนั่นต้องอาศัยนักออกแบบ นักประดิษฐ์เครื่องมือ เครื่องใช้ในโรงพยาบาลหลายแห่ง และต้องใช้เงินซื้อหรือพัฒนาอุปกรณ์ให้ทันสมัย

             รศ.ทองทิพภา วิริยะพันธุ์ แนะแนวการคิดแบบให้เกิดนวัตกรรมด้านความคิด ควรจะมีลักษณะดังนี้คือ 

            ๑. ปลูกฝังค่านิยมให้มีความรักหลงใหล (Passion) ในนวัตกรรม คือคิดสู้ไม่ถอยหรือไม่ยอมแพ้ต่อปัญหาอุปสรรค โดยมีทัศนคติชอบความท้าทาย ต้องการเปลี่ยนแปลงสิ่งรอบตัวให้เป็นไปในทางที่ดี มีประโยชน์ต่อส่วนรวม เพื่อปลูกจิตสำนึกของการเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมที่สามารถตอบสนองเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ทางเศรษฐกิจ และในขณะเดียวกันก็ตอบสนองความต้องการของสังคมได้ ทำให้เป็นการสร้างนวัตกรรมที่มีความรับผิดชอบต่อทุกภาคส่วนของสังคม

             ๒. สนใจ ใส่ใจ เอาใจใส่ ศึกษาข้อมูลอย่างลึกซึ้ง รอบคอบ สังเกตการณ์ด้วยความสนใจ หมายถึง การใฝ่เรียน ใฝ่รู้ทั้งจากองค์ความกรต่างๆ แหล่งสื่อต่างๆ และจากประสบการณ์ที่สั่งสมมา เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นนวัตกรรมที่สร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ความคิดใหม่ๆ หรือพัฒนาต่อยอดที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

              ๓. มีจินตนาการ คือใช้จินตนาการสร้างสรรค์นวัตกรรม หาคำตอบที่เป็นไปได้ และเป็นที่ยอมรับได้ โดยสามารถเชื่อมโยงเป้าหมายของนวัตกรรมกับความต้องการของผู้บริโภค ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมได้

             ๔. นำมาปฏิบัติอย่างจริงจังแต่ไม่กดดัน คือ เป็นการแปลงความคิดไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดทุกข์ จะได้สร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างรู้สึกสนุกและมีความสุขที่ได้สร้างสรรค์นวัตกรรม

             ๕. สร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างเป็นทีม คือบูรณาการความร่วมมือจากหลายฝ่าย เพื่อให้เกิดผลสำเร็จที่ดีเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการคิดวิเคราะห์อย่างรอบคอบทุกด้าน เพราะเปิดโอกาสให้ทุกคนได้สร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทำให้ผู้มีส่วนร่วมเห็นคุณค่าของนวัตกรรมที่ได้ร่วมกันสร้างสรรค์นั้น และยังทำให้รู้สึกดีว่า ตนมีคุณค่าที่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ ทำให้เกิดความรู้สึกภาคภูมิใจ มีความรักศรัทธาในผลงาน ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพ คุณภาพ และศักยภาพยิ่งขึ้น อันจะเป็นผลดีต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันโดยตรง

             ๖. ใช้คุณลักษณะส่วนบุคคลให้เป็นประโยชน์ คือ เป็นคนช่างคิด ช่างสังเกต ช่างสงสัย ชอบวิเคราะห์ค้นคว้า ทดลอง สังเคราะห์เพื่อหาคำตอบหรือทางเลือกที่ดีที่สุด รู้จักเชื่อมโยงความคิด กล้าลงมือปฏิบัติ ไม่กลัวความล้มเหลว รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น เข้าใจความต้องการของผู้อื่น ฯลฯ

http://www.uptraining.co.th/index.php/knowledge/11...

              อย่างไรก็ตามผู้เขียนเชื่อว่า นวัตกรรมที่อยู่ประจำโลก คือ นวัตกรรมที่เป็นต้นแบบหรือเป็นต้นกำเนิดให้เกิดการคิด การสร้างสรรค์ จินตนาการ ในการประดิษฐ์สิ่งต่างๆ ขึ้นมา สิ่งแวดล้อมคือ ต้นกำเนิดของนวัตกรรมของโลก ที่มีวิวัฒนาการมายาวนาน จนพวกมันก่อตัวเป็นสิ่งต่างๆ สำหรับโลกและกลายเป็นนวัตกรรมที่สามารถอยู่รอดบนโลกได้จนมาถึงเราวันนี้ แต่กว่าพวกมันจะอยู่รอดมาได้ มันต้องอาศัยการเรียนรู้ ลองผิด ลองถูก เกิด ตายมาแล้วเท่าไหร่ นวัตกรรมเหล่านั้นประกอบด้วย

             ๑) "ดิน" เป็นธาตุที่เกิดมาภายหลังเมื่อโลกเย็นลง เป็นปฐมธาตุสำหรับการกำเนิดสรรพสิ่ง และสิ่งมีชีวิต ดังนั้น ดิน คือ ธาตุแรกเริ่มในการก่อตัวซึ่งถือว่า เป็นนวัตกรรมธรรมชาติที่กำเนิดขึ้นมาบนโลกนี้ เราและสรรพชีวิตจึงกำเนิดเกิดมาได้

             ๒) "อากาศ" เป็นธาตุแรกเหมือนกันที่กำเนิดบนโลกนี้ หลังจากพืชสีเขียวกำเนิด ก็ทำให้สรรพสัตว์สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ทั้งนี้ก็เพราะพืชสร้างอากาศมา จึงเอื้อให้เราดำรงอยู่ได้ อากาศจึงถือว่า เป็นต้นกำเนิดนวัตกรรมธรรมชาติเช่นกัน

             ๓) "พืช ไม้" เป็นสิ่งมีชีวิต ที่กำเนิดมาในระยะแรกต้น ในรูปของสาหร่ายหรือสัตว์เซลล์เดียวในทะเล  เมื่อพืชและไม้มากขึ้น ก็ทำให้โลกมีสภาพที่เหมาะสมในการกำเนิดสิ่งมีชีวิตอื่นๆ นี่คือ นวัตกรรมธรรมชาติในเบื้องต้นด้วย

             ๔) "น้ำ" ถือว่าเป็นต้นกำเนิดของสรรพชีวิต ที่เป็นจุดขยายให้เกิดการแตกเชื้อเผ่าพันธุ์ของจุลชีพ ทำให้โลกมีภาวะที่เย็น จนเกิดระบบนิเวศน์ทางธรรมชาติ นี่คือ นวัตกรรมธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นเองบนโลกในยุคแรก จึงเป็นเหตุให้เกิดฤดูกาลฝนตก น้ำท่วม น้ำไหล ลำคลอง ห้วย หนอง ลำธาร เกาะ แก่ง แม่น้ำ ฯ นี่คือ นวัตกรรมธรรมชาติและสถาปัตยกรรมธรรมชาติ

             ๕) "แสงแดด" เป็นนวัตกรรมประจำโลก เนื่องจากว่า โลกเผชิญอยู่กับแสงแดดตลอดเวลา และแสงนี่เองคือ ต้นกำเนิดให้สิ่งมีชีวิตเกิดพลังงาน เกิดการเคลื่อนไหว เกิดการเผาผลาญให้เกิดผลต่างๆ เช่น เผาน้ำให้ระเหย เผาไม้ให้ไหม้ เผาดิน ให้แห้ง การสังเคราะห์ ฯ จึงเกิดนวัตกรรมตามธรรมชาติ จนกลายเป็นกฎธรรมชาติไป เราจึงเรียนรู้ในธรรมชาติ แล้วนำมาสร้างประโยชน์ให้กับตนเองได้อย่างลงตัว

           ๖) "กฎหรือฤดูกาล" เป็นกฏที่ถือว่า เป็นนวัตกรรมประจำโลกเช่นกัน เนื่องจาก สรรพชีวิตเกิดมาตามกฎหรือกรอบของเงื่อนไขโลก หากทุกชีวิตเกิดมาแล้ว ไม่ผันไปตามโลก โลกคงเต็มไปด้วยสรรพสิ่งที่ไม่ถูกทำลาย แล้วโลกคงเต็มไปด้วยนวัตกรรมที่ดื้อด้าน ที่ทำลายไม่ได้ แต่นี่เพราะโลกมีกฎ กติกาให้สรรพสิ่งดำเนินไปตามกรอบจึงทำให้ไม่มีสิ่งใดคงเหลือไว้ ทำให้โลกมีกฎความเที่ยงธรรมประจำธาตุอยู่ทุกสรรพสิ่ง

           ๗) "ความสัมพันธ์" ทุกอย่างในโลกล้วนมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ออก แม้สายตาเราไม่เห็น แต่กระบวนการยังคงดำรงอยู่ตามหน้าที่ของมัน นั่นเพราะว่า โลกมีความเกี่ยวเนื่องกันเชิงระบบหรือเป็นไปแบบเชิงเดี่ยวคือ โลกมีกฎเดียวนั่นคือ กฎสัมพันธภาพต่อกัน มันเป็นนวัตกรรมประจำโลกที่ดำเนินเช่นนี้มานานก่อนมนุษย์อุบัติมา 

             ๘) "หลักไตรลักษณ์" เป็นหลักที่ถูกค้นพบด้วยศาสดาของพระพุทธศาสนาหรือพระพุทธเจ้า ที่จริงหลักนี้มีอยู่เดิม ประจำโลก แต่ไม่มีผู้ใดคิดค้น หรือพบเจอ พระพุทธเจ้าเมื่อพบจึงประกาศแก่ชาวโลกว่า โลกทั้งมวลล้วนเป็นไปตามกติกาของมัน ไม่มีจิต ไม่มีใจต่อสรรพสิ่งใดๆทั้งนั้น ดังนั้น หลักนี้ถือว่า เป็นหลักหรือทฤษฎีใหม่สำหรับชาวโลก เป็นนวัตกรรมที่ควรทำความเข้าใจและศึกษามิให้หลงโลก หลงชีวิต หลงปรากฏการณ์ของโลกที่พบเห็นนั่นเอง

              ๙) "จิต" เป็นสิ่งที่ถูกค้นพบโดยนักศาสนา ปรัชญา วิทยาศาสตร์ จิตวิทยา ฯ ซึ่งมีหลักหรือทฤษฎีอ้างที่ต่างกัน แต่ก็ชี้ไปที่จิตหรือสภาพการรับรู้ระหว่างสมอง ประสาท ร่างกาย และประสบการณ์ของชีวิต ที่ยังหาข้อยุติไม่ได้ชัดว่า จิตทำงานอย่างไร มีหรือไม่ ตายหรือไม่ตาย ฯ ดังนั้น มนุษย์คือ สัตว์ชนิดเดียวที่ถือว่า ได้สร้างนวัตกรรมประจำตัวเองขึ้นมาศึกษา กระนั้น ก็ยังต้องศึกษาค้นคว้าหานวัตกรรมอื่นๆ มาเทียบเคียงในคำว่า จิต ต่อไป

            ๑๐) "จริยคุณ" เป็นเรื่องการวัดคุณค่าเรื่องจิตหรือการกระทำทั้งหมดของชีวิตมนุษย์คนหนึ่งว่า มีคุณค่าหรือไม่ มีสารัตถะในการครองตน ในการแสดงออกอย่างไร มีอะไรเป็นเครื่องตัดสินว่า มีค่า มีคุณ ต่อตนและคนอื่น   หลักจริยนี้ นักศาสนา นักจริยศาสตร์ นักปรัชญา ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากว่า มีกรอบที่กว้างและเกี่ยวโยงไปหลายด้าน แต่สมัยนี้ เราวัดจากศาสนวัตร หรือหลักจริยทางศาสนาเป็นเครื่องตัดสิน เป็นพื้นฐานก่อน 

              ฉะนั้น การคิด การหาทางสร้างสิ่งใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความอยากรู้ อยากเห็น หรือนำไปประยุกต์ใช้ในวิถีชีวิตได้ถือว่า เป็นนวัตกรรมต่อมนุษย์ทั้งสิ้นครับ   ด้วยเหตุนี้ นวัตกรรมจึงเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต ที่เชื่อมโยงไปหลากหลายสหวิทยาการครับ คงไม่มีเท่านี้หรอก มนุษย์ยังอยู่บนโลกต่อไป นวัตกรรมใหม่ๆ ย่อมส่งผลต่อสัตว์โลกต่อไป ต้องพบอีกมากในคนรุ่นๆต่อไป  

              

                                                 นวัตกรรมเปลี่ยนแปลงคน

                                                นวัตกรรมเปลี่ยนแปลงความคิด

                                               นวัตกรรมเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต

                                               นวัตกรรมเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ

                                               แต่จิตสำนึกไม่อาจเปลี่ยนแปลงด้วยนวัตกรรม

(http://www.tpa.or.th/writer/read_this_book_topic.p...

                    -------------------------<๑๖/๖/๕๗>--------------------------