" จิตรู้จิต"
กรอบกระสวนแห่งชีวิตคือ "ชีวิต---กาย---สมอง---จิต" กระบวนการนี้ทำงานเป็นระบบที่ประสานกันตั้งแต่จุลจิต จุลทัศน์ ไปสู่เอกภพและพหุภพ จนเรียกว่า "วัฏฏะ" (Cycle of Existence) มันทำงานได้อย่างไร? คำตอบคือ...
"ชีวิต" ประกอบขึ้นมาจากองค์ประกอบของโลก ที่มีเงื่อนไขเฉพาะหรือจำกัด ที่ไม่แน่นอน แล้วทำงานตามกลไกของโลก ตามสัญชาตญาณของกาย ทำงานอย่างอิสระและที่สุดก็เสื่อมลงเรียกว่า "กายสลาย" (Decay) มนุษย์ต้องตระหนักในกลไกของโลกในเส้นทางนี้ มิฉะนั้น จะไม่สามารถวางใจต่อปรากฏการณ์ของชีวิตที่ดำเนินไปตามกาลเวลาของมันได้
"ร่างกาย" คือ ตัวตนที่เป็นพยานรับรองของการกำเนิดชีวิต ที่เป็นรูปร่างทางกายภาพ แตะต้องสัมผัสได้ เป็นแหล่งกำเนิดประสาท ที่จะรับรององค์ความรู้ต่างๆ จากโลกภายนอก มาสู่โลกภายใน โดยทำงานไปตามแรงกระตุ้น แรงสัญชาตญาณและเจตนาของจิต ที่สร้างพลังขับเคลื่อนให้กายต้องสนองอยู่ประจำ ที่สุดร่างกายก็ดำรงอยู่ในกรอบของเวลา (Time) และภพ (Being) ที่กำนดไว้แล้ว (ประาณ ๑๐๐ ปี)
"สมอง" คือ เนื้อเยื่อของร่างกายในศรีษะ ที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งรวมประสาทที่จุไปด้วยรหัสความหมาย เพื่อกระตุ้นให้สมองมองเห็นภาพภาษาที่ส่งมา และส่งข้อมูลตอบโต้หรือตอบสนองสิ่งนั้นๆ เพื่อให้ร่างกายดำรงอยู่ได้อย่างปลอดภัย หรือการเอาตัวรอด แต่สมองมิได้มีหน้าที่เฉพาะเท่านี้ ยังมีคุณสมบัติที่เหนือกว่านั้นคือ วิเคราะห์พลความที่ได้มาแต่ละวันหรือวิเคราะห์แบบทันทีทันใด อยู่ตลอดเวลา ดังนั้น สมองจึงไม่มีเวลาหยุดพักในการทำงาน แม้แต่เวลาเราหลับ สมองก็ยังทำงานอยู่ เช่น สร้างความฝัน และระบบประสาทก็ทำงานอยู่ (แต่ไม่เข้มข้น)
"จิต" คือ ส่วนที่ยากที่จะร่างออกมาเป็นภาพหรือเป็นภาษา เพราะไร้ตัวตน ส่วนมากจะปรากฏออกผ่านกระบวนการทางกาย ภาษา อารมณ์ ความคิด ฯ ในแง่กายภาพ"จิต" เกิดมาจากกระบวนทำงานของระบบประสาทของกายคือ อายตนะทั้ง ๕ (ตา หู จมูก ลิ้น กาย) อวัยวะเหล่านี้คือ สื่อกลางในการส่งข้อมูลโลกภายนอก เข้าสู่สมอง โดยมีระบบประสาทที่ไขสันหลังเป็นสะพานเชื่อมด้านล่างไปสู่สมอง จากนั้น ก็เป็นหน้าที่ของระบบสมองล้วนๆ
สมองมีหน้าที่กลั่นกรองข้อมูล เก็บข้อมูล ตอบโต้สิ่งเร้า ตอบสนองแรงกระตุ้นของกาย หากเป็นการเอาตัวรอด สมองจะสั่งการตามระบบของมันอย่างอัตโนมัติ เรียกว่า "จิตใต้สำนึก" ทั้งนี้เพื่อปกป้องตัวเองให้ดำรงอยู่ต่อไป จิตใต้สำนึกนี้ ดำเนินไปโดยอำนาจของสิ่งกระตุ้นทางกาย เช่น กิน กาม นอน กลัว อยาก ฯ เหมือนกับ "Id" ซึ่งมิได้ถูกกลั่นกรองจากสติ ปัญญา ที่เป็นจิตสำนึก เหมือนกับ "superego"
กระบวนที่ยับยั้ง กลั่นกรอง ตรองตรวจเช่นนี้ คือ คุณลักษณะที่ตกผลึกมาจากข้อมูลทั้งหมดในสมอง ซึ่งจะถูกเรียกว่า "จิต" หรือเรียกว่า ความคิดที่อยู่บนปัญญา อันเป็นลักษณะของ "นรสัตว์" (Human being) ชนิดเดียว จึงเรียกภาวะนี้ว่า "มนุษย์" (มน+อุษยะ) เพราะเป็นผู้คิดได้ คิดเป็น รู้ได้ รู็เป็น ที่ไม่ขึ้นกับอำนาจของสัญชาตญาณ แต่ขึ้นอยู่กับสติ (สำนึก) และการรู้สำนึกในการคิด การทำ ของตนเอง
กระนั้น จิตเองก็มีกระบวนการทำงานที่ซับซ้อนในตัวเองอีกมากมาย ซึ่งทำงานเชื่อมโยงกับกาย ข้อมูล สมอง สัญชาตญาณ แรงกระตุ้น (สิ่งแวดล้อม) การคิด และการจินตนาการ จากนั้นจึงแสดงออกมาในหลากอาการ โดยต้องผ่านกายกรรม และภาษา อารมณ์ เช่น รัก โลภ โกรธ เกลียด อยาก สุข ทุกข์ สบาย สงบ ฯ เนื่องจากคุณสมบัติเหล่านี้คือ เป็นคุณลักษณ์ของสัตว์โลกทั่วไป เพราะมีรากเหง้าเค้ามูลของกิเลส ตัณหา อวิชชา อัตตา ค่านิยม ผสมอยู่จำนวนมาก
ส่วนจิตที่คลายสิ่งเหล่านี้น้อยลง หรือมีการฝึกหัดพัฒนาจิตนี้บ่อยๆ จะสามารถถอดถ่ายคุณสมบัติดังกล่าวได้น้อยลง จนสามารถพัฒนาจิตให้เป็นอริยบุคคลได้ เป็นจิตที่ไม่ถูกบีบคั้นมากนัก เป็นทุกข์น้อย รู้เท่าทันจิตและสิ่งที่เจือจิตอยู่อย่างเหนือมัน จนสามารถวางอารมณ์ได้มั่นคง ไม่หวั่นไหวมากนัก อาการเช่นนี้เรียกว่า "มีจิตมั่นคง" (สมาธิ) จนนำจิตที่มีศักย์นี้ไปพัฒนาการกระทำของตนให้ดีขึ้น มีคุณสมบัติที่เรียกว่า "ปัญญา" คือ รู้กระบวนการสร้างตน กาย จิต ได้
ดังนั้น นี่คือ อาณาจักรของการทำงานของจิต ไม่ใกล้ ไม่ไกล แต่ทำไมเรามองเมินมันก็ไม่รู้ ต่อไปจะตอบประเด็นที่ค้างไว้คือ
๑) จิตมีไว้เพื่อตอบสนองกายหรือไม่? คำตอบคือ ใช่ แต่ไม่ทั้งหมด เพราะจิตยังต้องสนองกิเลส อวิชชา ตัณหา สัญชาตญาณเราด้วย
๒) จิตตอบสนองตัวมันเองด้วยหรือ? คำตอบคือ ใช่ แต่ไม่ทั้งหมด เพราะต้องตอบสนองกาย สมองและส่วนอื่นๆ ที่กล่าวแล้วด้วย
๓) จิตมีอาณาจักรอย่างไร? คำตอบคือ จิตกินพื้นที่ตั้งแต่อดีต (เรามักคิดอดีตตั้งแต่เกิด จนถึงชั่วโมงที่แล้วเสมอ) โลก เพราะต้องอิงอาศัยโลก วนเวียนในกิจกรรมแบบโลกๆนี้อยู่ จนกว่าจะสิ้นกรรม จิตยังวนเวียน เที่ยวข้อง ท่องไปในกายที่ตนอาศัยอยู่เสมอ จิตยังข้องอยู่กับสิ่งแวดล้อม สิ่งเร้า อยู่เสมอ จิตสร้างพื้นที่เล่นหรือสร้างสรรค์ในจินตนาการ ฝันอยู่เสมอ และจิตก็หลงในดงสัญชาตญาณอยู่ตลอดเช่นกัน
๔) พื้นที่ของจิตคือ อะไร ? คำตอบคือ จิตยังต้องเกาะกายไว้เป็นที่อาศัย มีสมองเป็นที่ทำงาน มีเวทนาเป็นที่ระบาย อาศัยอายตนะเป็นสื่อกลางนำข้อมูลทั้งสองโลก มีภพและวัฏฏะเป็นแดนท่องเที่ยว
๕) จิตมีผลต่อวิถีชีวิตอย่างไร? คำตอบคือ มีผลตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย ไปถึงภพ ชาติ วัฏฏะ ดังนั้น การกระทำทั้งหมดของชีวิต มีจิต(รู้)เป็นแกนการกระทำ จิตเป็นประธาน เป็นใหญ่ของชีวิตครับ
---------------------<๑๐/๖/๕๗>-----------------------

เป็นองค์ประกอบ ที่อาศัยกันและกัน นะคะ ... กาย -จิต .. แยกออกจากกันยาก นะคะ ขอบคุณค่ะ