ประสบการณ์การเป็นศึกษานิเทศก์ของผม (ตอนที่ 1)

  ในที่สุดผมก็พบความจริงว่า การเป็นตัวเราเองนั่นแหละดีที่สุด โดยอาศัยแบบอย่างที่ดีของแต่ละคนที่เราชื่นชอบในหลายๆแบบ มาปรับใช้ในแต่ละสถานการณ์อย่างเป็นธรรมชาติ ที่ตรงกับจริตอย่างเป็นตัวของตัวเอง   
       ผมเป็น ครูโรงเรียนมัธยมศึกษา อยู่ต่างจังหวัด ตั้งแต่ พ.ศ.2514  ไม่เคยได้สัมผัสใกล้ชิดกับ ศึกษานิเทศก์ มาก่อน  จน พ.ศ.2524 ซึ่งผมเพิ่งจบปริญญาโทใหม่ๆ  ดร.อาคม  จันทสุนทร   หัวหน้าหน่วยศึกษานิเทศก์  กรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 6 (ในตอนนั้น) ได้มานิเทศที่โรงเรียน  ผมเห็นบุคลิกภาพ  การวางตน  ท่วงทำนองการพูด  และการแสดงออกของท่านดูเป็นผู้ที่มีความรู้สูง  แต่ท่านกลับอ่อนน้อมถ่อมตน  พูดอะไรดูง่ายต่อการปฎิบัติ และน่าเชื่อถือไปหมด  ผมเกิดศรัทธาและชื่นชมท่านอย่างมากในวันนั้น   และเริ่มมีความใฝ่ฝันว่า  
                       สักวันผมต้องเป็นอย่างท่านให้ได้
     หลังจากนั้นไม่นานในปีเดียวกัน  ผมก็สมัครมาเป็นศึกษานิเทศก์ที่หน่วยศึกษานิเทศก์  กรมสามัญศึกษา  เขตการศึกษา 8 (จ.เชียงใหม่) 
ดร.สมจิตร  สร้อยสุริยา   (หัวหน้าหน่วยศึกษานิเทศก์) ตรวจสอบประวัติผมอยู่นาน  จึงรับเอาไว้  และการเข้ามาเป็นศึกษานิเทศก์สมัยนั้น  ต้องผ่านการอบรมเข้ม 1 เดือนเต็ม และทดสอบการปฎิบัติงานจริงต่อเนื่องอีก จึงได้เป็นศึกษานิเทศก์เต็มตัว
        ขณะที่ปฎิบัติงานนิเทศ ผมจะพยายามลอกเลียนแบบบุคคลิก พฤติกรรมของ
ดร.อาคม โดยตลอด  คล้ายกับคนที่พยายามเป็นเงาเสียงนักร้องที่ตนชอบ  แต่จะเลียนแบบอย่างไรก็ได้ไม่เต็มร้อย ท่านเองก็คงไม่รู้ตัวว่าผมกำลังแอบเลียนแบบท่าน(คงเหมือน benchmarking ในปัจจุบันนั่นแหละ)   
         จนถึง พ.ศ. 2546  มีงานพระราชทานเพลิงศพท่าน ซึ่งตอนนั้นผมได้เป็นหัวหน้าหน่วยศึกษานิเทศก์ กรมสามัญศึกษาแล้ว  ผมจึงเขียนหนังสือให้ท่านเล่มหนึ่งชื่อ
เพชร แจกในงานนี้  และความลับในใจผมที่เก็บไว้อยู่นาน  ก็ได้ถูกเปิดเผยออกมาในหนังสือเล่มนี้   ผมไม่รู้เหมือนกันว่าท่านจะได้รับรู้หรือไม่
          ขอเล่าเรื่องการเลียนแบบของ ดร.อาคมต่อ...  ในที่สุดผมก็พบความจริงว่า  การเป็นตัวเราเองนั่นแหละดีที่สุด  โดยอาศัยแบบอย่างที่ดีของแต่ละคนที่เราชื่นชอบในหลายๆแบบ  มาปรับใช้ในแต่ละสถานการณ์อย่างเป็นธรรมชาติ  ที่ตรงกับจริตอย่างเป็นตัวของตัวเอง  แล้วค่อยๆพัฒนาไป  ถึงจะไม่ดีไม่เก่งเหมือนดาราก็ไม่เป็นไร  เพราะเราก็คือเรา 
     
สักวันเราอาจได้เป็นดาราในหัวใจคนอื่นในแบบของเราก็ได้...
      

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ธเนศ ขำเกิด

คำสำคัญ (Tags)#เทคนิคการนิเทศการศึกษา#นิเทศการศึกษา

หมายเลขบันทึก: 56959, เขียน: 02 Nov 2006 @ 15:31, แก้ไข, 22 Jun 2012 @ 11:46, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ดอกไม้: 1, ความเห็น: 12, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (12)

  • เรียน อ.ธเนศ
  • อ.ธเนศ เป็น ศน.ที่ดิฉันปลื้มและชื่นชอบตั้งแต่ครั้งแรกที่เคยรู้จัก ที่สามพรานไงคะ คงเหมือนกับที่อาจารย์ปลื้ม ดร.อาคม ทำนองนั้นค่ะ
  • เห็นด้วยกับการเอาเยี่ยงค่ะ เพราะดีกว่าการเอาอย่าง เพราะการเลียนแบบ อ.ธเนศ นั้นยากยิ่ง ก็อาจารย์มีประสบการณ์สูงมาก และมีมุมมองความคิดที่ลึกซึ้งค่ะ
  • ขอบคุณสำหรับประสบการณ์และข้อคิดสอนใจที่ล้ำค่าค่ะ
จันทวรรณ
IP: xxx.174.5.239
เขียนเมื่อ 04 Nov 2008 @ 00:51

สวัสดีค่ะ อาธเนศ จิ๊บเป็นลูกสาวพ่ออาคมค่ะ วันนี้คิดถึงพ่อนึกอยากหาชื่อพ่อในเน็ตค่ะ ก็เลยมีโอกาสได้เห็น blog นี้ อ่านไปก็ตื้นตันค่ะ วันนี้พอดีกับที่จิ๊บได้อ่านหนังสือ KM ที่อาเขียนส่งมาให้แม่ เล่มเล็กๆ อ่่านจนจบ ด้านหลังเห็นอาเขียนถึงว่าทำไมอาออกจากราชการ ยิ่งนึกถึงพ่อใหญ่เลยค่ะ จิ๊บว่า อาคงไม่ต้องเรียนแบบพ่อตรงไหนเลย แต่เหมือนกับว่าอาคล้ายพ่ออยู่แล้วนะคะ เพราะพ่อสอนพวกเรา(อย่างที่ไม่ต้องใช้คำพูด) ด้วยแนวทางของชีวิตที่พอเพียง เหมือนอย่างที่อาทิ้งท้ายเอาไว้ค่ะ

ธเนศ ขำเกิด
เขียนเมื่อ 05 Nov 2008 @ 20:40

จื๊บ...อาภูมิใจแทนหนูที่มีโอกาสได้เป็นลูกของคุณพ่อ แล้วสืบทอดสิ่งที่ดีงามไปถึง ลูก หลาน เพื่อนร่วมงานให้มากๆนะ สังคมไทยจะได้น่าอยู่ขึ้น

มดตะนอย
IP: xxx.49.177.43
เขียนเมื่อ 07 Aug 2009 @ 21:50

สวัสดีค่ะ อาจารย์ธเนศ หลังจากหนูหาข้อมูลในการเป็นศึกษานิเทศก์ หนูก็มาพบบล๊อกของอาจารย์ อาจารย์ช่วยแนะนำหน่อยได้ไหมคะ

ว่าศึกษานิเทศก์ มีลักษณะอย่างไง มีแนวทางการการพัฒนาอาชีพให้สูงขึ้นไหม

เพราะว่าหนูพึ่งบรรจุเป็นครูผู้สอนได้สามเดือนแต่หนูอยากจะเปลี่ยนตำแหน่งงานใหม่ หนูอยากจะเป็นศึกษานิเทศก์ อาจารย์มีความคิดเห็นว่าอย่างไงบ้างคะ อาจารย์ช่วยแนะนำหน่อยนะคะว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไร ขอบคุณคะ

ธเนศ ขำเกิด
เขียนเมื่อ 12 Aug 2009 @ 11:26

โอกาสก้าวหน้าเช่นเดียวกับครู เป็นครูดีแล้วครับขอให้ตั้งใจสอน พัฒนาตนเองไป เมื่อมีประสบการณ์สูงขึ้นจึงค่อยคิด อย่าเพิ่งคิดตอนนี้เลยครับ

เขม
IP: xxx.26.188.21
เขียนเมื่อ 29 Sep 2009 @ 14:08

จะเป็นศึกษานิเทศก์ได้อย่างไร

มีเกณฑ์อย่างไร

ต้องจบอะไรมาบ้าง

ค้นในเน็ตไม่เจอเลยค่ะ

อยากเป็นศึกษานิเทศก์ เพิ่งเรียนจบมา

ได้ยินว่าต้องรับราชการครูไม่ต่ำกว่า 10 ปี

แล้วก็ต้องจบ ป.โท วิจัย หรือ นวัตกรรม ใช่ป่ะค่ะ

ขอความกรุณาช่วยชี้แนะด้วยค่ะ

ธเนศ ขำเกิด
เขียนเมื่อ 29 Sep 2009 @ 18:17

ดูที่มาตรฐานด้านคุณสมบัติและความรู้ ของคุรุสภา เท่าที่พอจำได้(ผมเกษียณแล้ว) ต้องเรียนจบไม่ต่ำกว่า ป.โท เป็นครูมาหลายปี(อาจ 10 ปีอย่างที่บอก) มีประสบการณ์ และต้องสอบ ตามที่ สพท.ประกาศรับสมัคร

นกน้อย
IP: xxx.183.53.219
เขียนเมื่อ 17 Mar 2013 @ 20:04

จบ ตรี วทบ.(เคมี) กำลังจะต่อโท บริหารการศึกษาค่ะ ไม่ทราบว่าเรียนจบแล้วสามารถทำงานอะไรได้ค่ะ

คืออยากทำงานในส่วนของการศึกษา อย่างเช่น นักวิชาการศึกษา ศก. คุณสมบัติต้องมีอะไรบ้าง ไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู ไม่มีประสบการณ์ จะเปลี่ยนสายงานแต่ไม่รู้จะต้องทำยังไงต่อ ช่วยอธิบายด้วยคะ

Ao
IP: xxx.77.200.210
เขียนเมื่อ 09 Jun 2014 @ 17:13

หนูกำลังจะเรียนต่อโทหลักสูตรและการนิเทศ เพราะคิดว่าอนาคตอยากสอบศึกษานิเทศก์ ด้วยความที่เห็นอัธยาศัยของแต่ละท่านอยากเป็นบ้าง แต่เพื่อนบอกว่างานหนักกว่าครูเยอะ หนูไม่มีข้อมูลการเป็นศึกษานิเทศก์เลย หาข้อมูลในเน็ตไม่มีเลย ถ้าอาจารย์จะแสดงความคิดเห็นต่อการตัดสินใจของหนูจักขอบคุณมากค่ะ

ธเนศ ขำเกิด
เขียนเมื่อ 21 Jun 2014 @ 21:27

อ่านวารสารวิทยาจารย์ของคุรุสภาสิครับ ผมเป็นคอลัมน์ประจำเขียนหัวข้อ"คุยเฟื่องเรื่องนิเทศการศึกษา"มาทุกฉบับหลายปีแล้ว

supertest
IP: xxx.29.214.50
เขียนเมื่อ 08 May 2015 @ 14:16

ดาวน์โหลดข้อสอบศึกษานิเทศก์ฟรีได้ที่ http://xn--12cab9fje2hdgg6ab3e3az9nqfxc.blogspot.com/

Prance Pranda
เขียนเมื่อ 18 Apr 2016 @ 13:51

เส้นทางการเป็น ศึกษานิเทศก์ จะต้องทำยังไงบ้างคะ ตอนนี้หนูเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง
จบการศึกษาระดับปริญญาโท สาขา ภาษาอังกฤษค่ะ
ช่วยแนะนำด้วยนะคะ