.

.

สัปดาห์ก่อน ได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง

ทำให้สะดุด ฉุกคิด เกี่ยวกับ คำว่า “นิรามิสสุข” ขึ้นมาคร่าว ๆ ประมาณว่า 

หนังสือเล่มนั้น กำลังใช้ความหนากว่า 300 หน้า เพื่ออธิบายให้เราเห็นและเข้าถึง “นิรามิสสุข”

.

.

.

และตอนเช้าเมื่อวานนี้ ตัดสินใจพานิสิต ป.โท

ที่ลงเรียนวิชา คุณธรรมสำหรับผู้บริหารฯ

เข้าร่วมปฏิบัติธรรม ณ สถาบันพลังจิตตานุภาพ 54 วัดศรีสวัสดิ์ จ.มหาสารคาม

และมีธรรมเทศนาพระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินทโร ท่านได้กล่าวถึง “นิรามิสสุข” ย้ำอีกครั้งหนึ่ง

.

.

.

.

ในภาคบ่ายเมื่อวานนี้ ผมพยายามเชื่อมโยงทางธรรมให้ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

และพยายามอธิบายถึง “นิรามิสสุข” แต่ผมทำได้ไม่ดีนัก จึงมาขอเขียนถอดบทเรียนไว้ในบันทึกนี้ หนอ

.

.

.

.

สรุปประเด็น

  • ธรรมะ คือ ความจริงตามธรรมชาติ 
  • ธรรม(ะ ธรรมชาติ ธรรมดา) อยู่ตรงหน้าหลายต่อหลายครั้ง เราก็มองไม่เห็น
    เมื่อมองไม่เห็นก็ทิ้ง ก็ข้ามไปอยู่ตลอดเวลา หลงผิดไป
    ยกตัวอย่าง เช่น เด็กไม่รู้ว่า ไฟมันร้อน ก็คลานเข้าไปเอามือคว้าจับไฟ ไฟมันก็ไหม้มือ เป็นต้น
  • เช่นเดียวกัน เราไม่รู้ความจริงว่า ความสุข คือ อะไร ? เราก็คว้าผิด คว้าถูก สร้างกรรม สร้างทุกข์
    ไม่หยุดหย่อน หนอ

.

พระธรรมคำสอนเกี่ยวกับ สามิสสุข กับ นิรามิสสุข ก็เช่นเดียวกันหนอ

แรก ๆ ที่ได้อ่านได้ฟัง คำนี้ ด้วยความไม่รู้ และความหยาบแห่งใจ 

เราก็ตีความเอาแบบหยาบ ๆ ด้วยการแปลบาลี เป็น ภาษาไทย ตามใจเรา

แล้วก็ปล่อยผ่านสุดยอดธรรมไป ด้วยคิดว่า รู้แล้ว แต่จริง ๆ ยังไม่รู้ตามจริง

.

เมื่อวันที่ทุกอย่างเริ่มจะพร้อมแล้ว

สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ คำว่า "นิรามิสสุข" ได้ค่อยเผยออกมาในเหตุแห่งชีวิต

จากความเห็นเดิม (มิจฉาทิฏฐิ) ก็เริ่มกลายเป็น ความเห็นใหม่ที่ชัดขึ้น จนกลายเป็นสัมมาทิฏฐิ หนอ

.

.

.

.

เมื่อสักครู่นี้มีบุญที่พ่อแม่ครูอาจารย์ท่านได้ชี้แนะเพิ่มเติมว่า

..ระวังนัยยะที่หมายด้วยนะ คำ ๆ นี้มีหลายนัยยะ
เบื้องต้น ท่ามกลาง เบื้องปลายและที่สุด อย่าเหมารวมจะทำให้เข้าใจผิด..

.

.

จึงได้ทำการไปศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วนครับ

พบว่า เป็นจริงดั่งท่านว่าไว้จริง ๆ หนอ

นิรามิสสุข สามารถใช้ภาวนาเพื่อละวางโลกธรรม 8 ในเบื้องต้นได้

แต่ขั้นต่อไปนั้น อาจมีหลุมพลางที่ต้องก้าวข้ามให้ได้รออยู่

อาทิเช่น การติตสุขแห่งฌาณ เป็นต้น หนอ