กระต่ายสงสัยว่า หรือนี่คือความรัก

   

    หลายท่านคงได้อ่านอ่านบันทึกนี้หนทางสู่หัวใจรักของคุณ...ปริม ทัดบ...เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว 

   ผู้เขียนเองได้อ่านบันทึกก็พลันอยากจะอ่านหนังสือเล่มนี้ด้วยความที่เรื่องราวที่น่าสนใจน่าติดตามเสียจริงๆ และเมื่อในวันหนึ่งน้องคนหนึ่งที่ชอบอ่านหนังสือเช่นกันถามว่ารู้จักหนังสือชื่อนี้หรือเปล่า ซึ่งเป็นเรื่องแปล พอน้องคนนั้นเล่าเรื่องย่อๆให้ฟังก้ต้องดีใจด้วยอาการลิงโลด และได้ให้ยืมมาอ่านเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

   และไม่ผิดหวังเลยสำหรับอรรถรสที่ได้รับจากหนังสือเล่มนี้

...........

   เป็นเรื่องราวของกระต่ายที่ทำจากกระเบื้องเกือบทั้วตัวตัวหนึ่ง ที่ชื่อ เอ็ดเวิร์ด ซึ่งเป็นของเด็กหญิงอายุสิบสี่ปี ชื่อ อะบีลิน ทูเลน ..."ฉันรักเธอ เอ็ดเวิร์ด " อะบีลินพูดทุกคืนเมื่อย่าเปลเลกรินาออกไปแล้ว เธอพูดถ้อยคำนี้แล้วเฝ้ารอ เกือบจะเหมือนว่าเธอคาดหวังว่าเอ็ดเวิร์ดจะตอบอะไรกลับมา

    ...ในคืนฟ้ากระจ่าง ดวงดาวทอแสงพริบพราย และแสงระยิบระยับจะช่วยปลอบประโลมใจเอ็ดเวิร์ดอย่างที่ไม่อาจเข้าใจได้ บ่อยครั้งที่เอ็ดเวิร์ดจ้องมองหมู่ดาวในราตรีจนกระทั้่งความมืดพ่ายแพ้ต่อยามอรุณรุ่งไปในที่สุด

   ...ย่าเปลเลกรินา เล่านิทานให้อะบีลินฟังในคืนวันหนึ่ง...เอ็ดเวิร์ดคิดว่านิทานไม่เข้าท่า แต่นิทานส่วนใหญ่ก็เป็นเช่นนั้น เอ็ดเวิร์ดคิดถึงเจ้าหญิงและเรื่องที่เจ้าหญิงกลายเป็นหมูป่าอัฟริกัน น่าขยะแขยงจริง น่าขันจริง...

    เอ็ดเวิร์ดไม่เข้าใจในความรัก...

...........

   ครอบครัวทูเลนเดินทางไปอังกฤษ...บนเรือ ควีนแมรี่

    "กระต่ายอะไรแปลกจริง"หญิงสูงวัยสวมสร้อยมุกสามเส้นรอบคอร้องขึ้น เธอก้มลงมองเอ็ดเวิร์ดให้ชัดถนัดตา

    "ขอบคุณที่ชมค่ะ" อะบิลีนตอบ

    เด็กหญิงเล็กๆหลายคนทอดสายตามองเอ็ดเวิร์ดอย่างอยากได้เหลือเกิน เด็กๆขออะบิลีนอุ้มเอ็ดเวิร์ดบ้าง

    เด็กชายสองคนพี่น้องกันชื่อ มาร์ตินกับเอมอส สนใจเอ็ดเวิร์ดมากเป็นพิเศษ 

   "ทำอะไรได้มั่ง"มาร์ตินถามอะบิลีนในวันที่สองที่ออกทะเล เขาชี้ไปที่เอ็ดเวิร์ดที่นั่งเหยียดขาบนเก้าอี้ผ้าใบ

    "ไม่เห็นต้องทำอะไรนี่" อะบิลีนตอบ

    "ไขลานตรงไหนได้ไหม" เอมอสถาม

    "ไม่ได้"

    "แล้วมีไว้ทำไม" มาร์ตินถาม

    "ก็มีไว้เพราะนี่คือเอ็ดเวิร์ด" อะบิลีนตอบ

     แล้วการสนทนาก็พาไปสู่การที่เอ็เวิร์ดถูกแย่งไปถอดเสื้อผ้าและโยนกันไปมาระหว่างมาร์ตินกับเอมอสขณะที่อะบิลีนได้แต่ร้องอ้อนวอน

    แล้วเอ็ดเวิร์ดก็ลอยกลางอากาศในสภาพเปลือยเปล่า ก่อนหน้านี้เพียงนาทีเดียว กระต่ายคิดว่าการต้องมาล่อนจ้อนต่อหน้าผู้โดยสารเต็มลำเรือเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้นแล้ว แต่เอ็ดเวิร์ดเข้าใจผิด การถูกมือสกปรกจับโยนส่งให้มือสกปรกอีกมือในสภาพล่อนจ้อนนั้นแย่ยิ่งกว่า...

    และในที่สุดในการโยนกันไปมาและเยื้อแย่งจากอะบิลีน

    เอ็ดเวิร์ด ทูเลนก็ลอยพ้นเรือออกไป...

..........

    กระต่ายกระเบื้องตายได้อย่างไร

    กระต่ายกระเบื้องจมน้ำตายได้ไหม

   หมวกยังอยู่บนหัวฉันหรือเปล่า

   ...ในที่สุดกระต่ายกระเบื้องก็ตกลงสู่ก้นทะเลในสภาพคว่ำหน้า แล้วเมื่อหัวจมอยู่ในโคลน เอ็ดเวิร์ดก็สัมผัสถึงอารมณ์เนื้อแท้ของจริงเป็นครั้งแรก

    เอ็ดเวิร์ด ทูเลน รู้สึกกลัว

........

    เอ็ดเวิร์ดบอกตัวเองว่าอะบิลีนจะต้องตามมาพบจนได้แน่ๆ

    เอ็ดเวิร์ดคิดว่านี่ก็เหมือนรออะบิลีนกลับจากโรงเรียน...

    โมงยามผ่านไป กลายเป็นวันคืน เป็นสัปดาห์ เป็นเดือน

    อะบิลีนไม่มา...

  แล้วในวันหนึ่งเอ็ดเวิรืดก็พบกับพายุที่พัดร่างให้ลอยละลิ่วไปตามคลื่นในมหาสมุทรและตกลงไปในอวนของชาวประมง และถูกนำกลับบ้านไป และเอ็ดเวิร์ดก็ถูกเรียกชื่อใหม่ว่า

    ซูซานนา

    แต่ลอลลี่ลูกของลอร์เรนซ์และเนลลี่ ไม่ชอบซูซานนา ด้วยความอิจฉาที่..."ฉันได้ยินคนพูดกันทั้งเมือง ตายายทำกับแกเหมือนเป็นเด็กกระต่าย"

   เอ็ดเวิร์ดจ้องมองตอบลอลลี ลิปสติกของเธอสีแดงสดเหมือนสีเลือด เอ็ดเวิร์ดรู้สึกถึงสายลมเยียบเย็นพัดผ่านห้อง

   ลอลลีหิ้วหูเอ็ดเวิร์ดไว้และเดินอาดๆเข้าไปในครัวก่อนโยนเอ็ดเวิร์ดให้หน้าคว่ำลงในถังขยะ

 ...........

   เอ็ดเวิร์ดลงเอยอยู่ในกองขยะ

    นอนอยู่บนกองเปลือกส้ม กากกาแฟ เบคอนบูดเน่าและยางรถยนต์ คืนแรก เมื่ออยู่บนขยะกองโต เอ็ดเวิร์ดสามารถเงยหน้ามองดวงดาวและมีแสงดาวช่วยปลอบใจได้

    เพราะเอ็ดเวิร์ดรักอะบิลีนไม่พอ แล้วตอนนี้อะบิลีนก็อยู่ไกล...แล้วเนลลีกับลอว์เรนซ์ก็ไปไกลแล้วเช่นกัน เอ็ดเวิร์ดคิดถึงคนทั้งสองเหลือเกิน อยากจะอยู่ด้วยกับสองตายาย

    กระต่ายสงสัยว่า หรือนี่คือความรัก...

    ในวันหนึ่ง สุนัขงับกระโปรงสีชมพูของเอ็ดเวิร์ดและพาออกวิ่งหนีไป

    "นั่นของฉัน ของฉันนะ ขยะทั้งหมดเป็นของฉัน" เอิร์นเนสต์ตะโกน แต่สุนัขตัวน้อยไม่หยุด สุนัขวิ่งไม่หยุดจนกระทั่งมาถึงทางรถไฟ และปล่อยเอ็ดเวิร์ดลงตรงหน้าเท้าใหญคู่หนึ่ง

    "นี่อะไร ลูซี่"

    "เอาล่ะนะ มาโลน เจ้าคงหลงมา ฉันเดาเอานะ ลูซีกับฉันหลงมาเหมือนกัน.".."เจ้าอยากจะหลงอยู่กับเรา ...ฉันชื่อบูล ลูซีเป็นหมาของฉัน..."

    แล้วเอ็ดเวิร์ดก็ออกเดินทางไปกับชายเร่ร่อนและสุนัขของเขา

...........

    "มาโลน"คืนหนึ่งบูลพูดขึ้น "ฉันปรารถนาที่จะทำให้เธอระคายใจหรือวิจารณ์ด้านลบเรื่องรสนิยมเสื้อผ้าอันเก๋ไก๋ของเธอหรอกนะ แต่ฉันต้องบังคับตัวเองให้บอกว่า เธอสวมชุดเจ้าหญิงนี้แล้วเหมือนนิ้วโป้งมีแผล..."

    บูลเย็บกางเกงเอง เอาผ้าเช็ดหน้าสีแดงหลายผืนมาตัดและเย็บเข้าด้วยกันจนกลายเป็นกางเกงยามยากที่คลุมขายาวๆของเอด็อเวิรืดไว้

    "ทีนี้ เะอก็รูปร่างเหมือนพวกนอกกฏหมายแล้วจริงๆนะ"บูลพูด

    "ทีนี้เธอก็เหมือนกระต่ายพเนจรเลยนะ"

...........

     เจ็ดปีผ่านไป

    กระต่ายเร่ร่อนไปกับลูซีและบูล จนกระทั่งคืนหนึ่งบนโบกี้รถไฟ 

    "แก ไอ้คนเร่ร่อน".."ไอ้คนเร่ร่อนโสดครก ฉันเบื่อพวกแกที่เที่ยวนอนเกะกะเต็มที่แล้ว..."

    "เราหลงทางมา"บูลบอกกับชายคนนั้น

    "หลงทางรึ เชื่องั้นรึว่าแกหลงทาง"ชายคนนั้นจึงพูดว่า "นี่อะไร"แล้วจึงส่องไฟแายใส่เอ็ดเวิร์ด

    "นี่มาโลน"บูลตอบ

    "บ้าอะไรเนี่ย"..."ไปกันใหญ่แล้ว ไปกันใหญ่แล้ว "...

    "กระต่ายจะมานั่งรถไฟฟรีไม่ได้หรอก"เขาหมุนตัวและกระชากประตูโบกี้สินค้าเปิดออก ก่อนจะหันกลับมาและออกแรงเตะครั้งเดียวส่งให้เอ็ดเวิร์ดลอยละลิ่วสู่ความมืด

    เอ็ดเวิร์ดได้ยินเสียงลูซีหอนโหยหวนอยู่ไกลออกไปด้านหลัง

 ...........

    โปรดอ่านตอนต่อไป กับบันทึกต่อไป ที่ไม่ไกลเกินสุดฟ้า....

............

   ขอบคุณหนังสือ เอ็ดเวิร์ด ทูเลน ตามหาหัวใจไกลสุดฟ้า

  เคท ดิคามิลโล เขียน 

  งามพรรณ เวชชาชีวะ แปลจากเรื่อง The Miraculous Journey of Edward Tulane

  บักแกรม อิบาทูลลีน ภาพประกอบ


    ขอบคุณน้องผึ้ง ที่ให้ยืมหนังสือเล่มนี้

31 พฤษภาคม 2557

    พ.แจ่มจำรัส