ทหารบกไทย เก่งกาจใจฉกรรจ์

ผมให้น้องที่ทำงานเปิดวิทยุออนไลน์ฟังไปด้วยทำงานไปด้วย ก็ให้รู้สึกตื่นเต้นดี เพลงที่เปิดทำให้ผมครวญตามบางท่อนบางจังหวะ จนน้องๆ ต้องถามว่า "พี่ร้องได้ด้วยเหรอ"

        ตอนนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าทหารกำลังฮอตเหลือเกินครับ ก็เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปถึงที่มาของความฮอต มีให้ได้เห็นได้ฟังกันทุกวันวี่อยู่แล้ว ผมเองก็ให้ความสนใจนะครับการบ้านการเมือง แต่อยู่ในระดับติดตามห่างๆ ฟังไปดูไปเพื่อการปรับตัวครับ

         วันที่ 21 มิถุนายน 2557 ผมให้น้องที่ทำงานเปิดวิทยุออนไลน์ฟังไปด้วยทำงานไปด้วย ก็ให้รู้สึกตื่นเต้นดี เพลงที่เปิดทำให้ผมครวญตามบางท่อนบางจังหวะ จนน้องๆ ต้องถามว่า "พี่ร้องได้ด้วยเหรอ" ผมได้จังหวะเลยโม้ให้ฟังซ๊ะเลยครับว่า เมื่อประมาณ 25 ปี ที่แล้วพี่เคยวิ่งไปด้วยร้องเพลงปลุกใจพวกนี้ไปด้วยแทบทุกวัน สลับกับการนับก้าว หนึ่ง สอง สาม สี่, หนึ่ง สอง สาม สี่ หนึ่ง  เพราะพี่เป็น "ทหารบกไทย เก่งกาจใจฉกรรจ์" น้องๆจึงร้อง อ๋อ กันอย่างเข้าใจ

         การวิ่งของทหารใหม่ผลัด 2/33 ของพวกเรา ออกแต่เช้าตีสี่ มีเวลาห้านาที่ในการจัดการกับหน้าตาและร่างกายให้สดชื่น ซึ่งรวมถึงการถ่ายของเสียออกจากร่างกายด้วย ด้วยเวลาอันจำกัดนี่เองได้เกิดความสามารถพิเศษอย่างหนึ่งกับพวกเรา คือความสามารถในการ "เด็ดหัว" ครับ ห้องน้ำคิวยาวต้องแบ่งเบากันไป ปล่อยออกแล้วเด็ดไว้ให้คนอื่นได้ปล่อยบ้างจะได้ทันเวลาไม่ช้าจนต้องโดนซ่อมทั้งกองร้อย ถึงเวลาครูฝึกจะเป่านกหวีดรวมพลตามหมวดหมู่ และให้จัดแถวตอนเรียงหนึ่งเพื่อนับจำนวนว่ามีเท่าไหร่ครบไม่ครบ การนับตามแบบฝึกจะต้องเสียงดัง ห้วนๆสั้นๆ ลากคางยาวนี่ไม่ได้นะครับ จากนั้นก็จะจัดแถวตอนเรียงสอง หรือสี่ ก็ตามแต่ครูฝึกจะเห็นสมควร จัดเสร็จครูฝึกจะสั่งให้อยู่ในท่านิ่ง ก่อนจะกล่าวด้วยเสียงอันดังอย่างทรงพลังเป็นที่สุดว่า "วิ่งหน้าวิ่ง"

        การออกตัวใหม่ๆ ครูฝึกจะสั่งให้นับก้าวก่อนเป็นการกำหนดให้เท้าทุกเท้าพร้อมเพียงกัน จะนับเฉพาะเท้าซ้ายลงพื้นเท่านั้นนะครับ สังเกตจากเสียงนับต้องเป็นเสียงเดียวเท่านั้น เป็นการป้องกันขาไปเกี่ยวกันขณะวิ่งได้เป็นอย่างดีทีเดียว เมื่อความพร้อมได้ที่ครูฝึกก็จะเริ่มให้สัญญาณของเสียงเพลงปลุกใจ โดยการเริ่มต้นนำก่อน "เกิดเป็นชายเชื้อชาติชาญทหารปกไทย เก่งกาจใจฉกรรจ์" ทหารใหม่ก็จะต่อท่อน "อง องอาจฟาดฟันรบรันปัจจา หากศัตรูจู่จะยกมา เข้าอาสาฟันฝ่ารักษาถิ่น....." กระทั่งจบ หลังจบเพลงก็ต้องปรับความพร้อมของขบวนอีกครั้งด้วยการนับก้าว เพราะตอนร้องเพลงเท้าอาจจะขาดความพร้อมไปบ้าง

      ฝึกจบตอนสามเดือน ผมและเพื่อนอีกหลายคนก็ถูกคัดเลือกให้เป็นผู้ช่วยครูฝึก เพื่อฝึกทหารใหม่รุ่นต่อไป เป็นผู้ช่วยครูฝึกไม่ใช่ว่านั่งรอทหารใหม่มาท่าเดียวนะครับ เรื่องจริงคือโดนฝึกเพิ่มอีกสามเดือน ดำกร้านเกรียมไปตามๆกัน ในภาพได้มีส่วนร่วมในขบวนกองเกียรติยศครับ ถึงจะเป็นทหารที่เกณฑ์มา แต่วิชาก็ไม่ได้ทิ้งหรือลืมเลย วันนั้นผมยังร้องเล่นๆ ให้น้องๆฟังอีกหลายตั้งเพลง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เก็บมาคิดเขียน



ความเห็น (0)