สิทธิในชีวิตมิได้หมายถึง สิทธิในการมีชีวิตอยู่รอดเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่ยังหมายรวมถึงสิทธิต่างๆที่มนุษย์คนหนึ่งพึ่งมีพึ่งได้รับตามหลักสิทธิมนุษยชนอีกด้วยเช่น สิทธิในการดำรงชีวิต สิทธิในการพัฒนาตนเอง ซึ่งสิทธิขั้นพื้นฐานเหล่านี้ได้ถูกบัญญัติรับรองไว้ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนโดยไม่คำนึงถึง เชื้อชาติ และศาสนา เพียงเป็นมนุษย์ก็สามารถเป็นผู้ทรงสิทธิได้ตามปฎิญญานี้ เมื่อมีฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ทรงสิทธิเกิดขึ้นอีกฝ่ายก็ต้องมีหน้าที่ในการเคารพสิทธิของผู้อื่นด้วยเช่นกัน

          หากมีการไปละเมิดสิทธิของผู้อื่นย่อมทำให้ผู้นั้นได้รับผลกระทบในด้านต่างๆ ซึ่งอาจจะทำให้พวกเขาเหล่านั้นได้รับความเดือดร้อน และไม่อาจใช้สิทธิของตนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งกลุ่มคนที่มักถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนส่วนใหญ่มักเป็นคนที่มีปัญหาทางสถานะไม่ ไม่ว่าจะเป็นคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติก็ดี เพราะคนไร้รัฐไม่อาจมีรัฐที่เป็นเจ้าของตัวบุคคลที่คอยให้ความคุ้มครองและปกป้องสิทธิต่างๆให้ คนกลุ่มนี้จึงง่ายแก่การถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนและพบกับความยากลำบากในการดำรงชีวิต

          ดังกรณีที่เห็นได้จากปัญหาของชาวโรฮิงญาที่ตกอยู่ในสถานะคนไร้รัฐเพราะ รัฐบาลของเมียนมาร์ไม่ยอมรับว่าชาวโรฮิงญาเป็นพลเมืองจึงไม่มีการออกสัญชาติแก่คนเหล่านี้ ซึ่งก็ขัดกับหลักปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ 15 ที่ว่า ทุกคนมีสิทธิในการถือสัญชาติหนึ่ง ทำให้ชาวโรฮิงญาขาดโอกาสในการพัฒนาตนอย่างเหมาะสม เช่น ขาดโอกาสในการศึกษา ไม่ได้รับความคุ้มครองในระบบหลักประกันสุขภาพ และอาจการถูกกดขี่แรงงานหรืออาจนำไปสู่ปัญหาการค้ามนุษย์อีกด้วย มีการปฏิบัติต่อมนุษย์อย่างไม่ใช่คนซึ่งแสดงถึงการเหยียบย้ำในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เป็นอย่างมาก

          ปัจจุบันไม่เพียงแต่คนที่มีปัญหาทางสถานะเท่านั้นที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนได้โดยง่าย แม้กระทั่งคนที่ไม่ไร้รัฐก็ยังประสบกับปัญหาการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนหรืออาจพบปัญหาของการเข้าไปไม่ถึงสิทธินั้นๆ ด้วยเช่นกัน ซึ่งรูปแบบของการละเมิดสิทธิก็ปรากฎได้หลายรูปแบบตามสิทธิที่ถูกละเมิดนั้น เช่น การถูกละเมิดสิทธิในการศึกษา สิทธิในการประกอบอาชีพ สิทธิในการที่จะได้รับประกันสุขภาพ ซึ่งสิทธิเหล่านี้จะถูกบัญญัติรับรองไว้ในกฎหมายต่างๆ

          จากปัญหาการละเมิดสิทธิมนุยชนต่างๆ แสดงให้เห็นว่าสิทธิในชีวิตของมนุษย์เป็นเรื่องสำคัญที่มนุษย์ทุกคนในฐานะเป็นผู้ทรงสิทธิในตนเองควรได้รับการคุ้มครองส่งเสริมในสิทธิที่ตนควรจะรับ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นมาละเมิดได้ ซึ่งเพื่อให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นอาจจะปรากฏในรูปของกฎหมาย หากมีกฎหมายแล้วทุกคนต้องยอมรับและปฎิบัติตาม ในการเคารพสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่นไม่อาจไปละเมิดได้ ขณะเดียวกันผู้ใช้กฎหมายต้องมีความเป็นธรรมด้วย