คนต่างด้าว หมายถึง ผู้ซึ่งมิได้มีสัญชาติไทยตามกฎหมายไทยว่าด้วยสัญชาติ [1] โดยการจำแนกคนต่างด้าวในประเทศไทยนั้นอาจใช้หลักเกณฑ์ในการแบ่งได้หลายประการ อาทิการแบ่งโดยเกณฑ์ในการเข้าประเทศโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือแบ่งโดยเกณฑ์สิทธิอาศัยอยู่ เป็นต้น
กรณีศึกษาครอบครัวหม่องภา ประกอบด้วยคน 4 คนที่เกิดในประเทศเมียนม่าร์ เริ่มต้นด้วย พ่อหม่อง ซึ่งเป็นชาวพุทธแห่งรัฐยะไข่ ประเทศเมียนม่าร์ แม่ภา ซึ่งเป็นหญิงไทยจากรัฐฉาน ประเทศเมียนม่าร์ และบุตรอีก 2 คน คือ น้องดวงตา ซึ่งเป็นบุตรสาวคนแรกของพ่อหม่องและแม่ภา และน้องจุลจักร ซึ่งเป็นบุตรชายคนเล็กของพ่อหม่องและแม่ภา บุคคลทั้งหมดเกิดในประเทศเมียนม่าร์และอพยพมาจากรัฐฉาน เข้ามาอาศัยในประเทศไทย ที่จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากความไม่สงบในประเทศเมียนม่าร์ โดยครอบครัวหม่องภาได้อพยพเข้ามาในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2543
จากการที่ครอบครัวหม่องภาเกิดในประเทศเมียนม่าร์ และพ่อหม่อง แม่ภา มิได้รับการรับรองสถานะบุคคลเป็นคนสัญชาติไทยในทะเบียนราษฎรของรัฐไทยและเป็นคนที่เพิ่งอพยพจากประเทศเมียนม่าร์ พวกเขาจึงมีสถานะเป็นคนต่างด้าว และเมื่อบุคคลทั้งสี่ไม่มีเอกสารพิสูจน์ตนใดๆที่ออกโดยรัฐบาลเมียนม่าร์ซึ่งเป็นรัฐเจ้าของดินแดนที่เกิดและอาศัยอยู่ภายหลังการเกิดเพื่อแสดงตน บุคคลทั้งสี่จึงเป็นบุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติ โดยไร้รัฐเกิดขึ้นเพราะไม่มีการรับรองสถานะบุคคลตามกฎหมายการทะเบียนราษฎร และไร้สัญชาติเกิดจากไม่มีการรับรองสถานะบุคคลตามกฎหมายสัญชาติโดยรัฐใดเลยบนโลกที่อาจกล่าวอ้างได้
อีกทั้งการที่บุคคลทั้งสี่ได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยโดยไม่มีหนังสือเดินทาง บุคคลทั้งสี่จึงมีสถานะเป็นคนต่างด้าวที่เข้าเมืองไทยโดยผิดกฎหมาย คือ ไม่มีทั้งสิทธิเข้ามาและสิทธิอาศัยในประเทศไทย ตาม พ.ร.บ. คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 [2] มาตรา 12 ห้ามมิให้คนต่างด้าวซึ่งมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้เข้ามาในราชอาณาจักร
(1) ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางอันถูกต้องและยังสมบูรณ์อยู่ หรือมีแต่ไม่ได้รับการตรวจลงตราในหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางเช่นว่านั้นจากสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในต่างประเทศหรือจากกระทรวงการต่างประเทศ เว้นแต่กรณีที่ไม่ต้องมีการตรวจลงตราสำหรับคนต่างด้าวบางประเภทเป็นกรณีพิเศษ
ต่อมาเมื่อครอบครัวหม่องภาได้อาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นระยะเวลากว่า 14 ปี บุคคลทั้งสี่จึงกลายเป็นคนต่างด้าวที่มีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับประเทศไทยตามหลักดินแดน ซึ่งทำให้รัฐไทยมีหน้าที่เข้ามาจัดการสถานะบุคคลตามกฎหมายไทยตามที่รัฐเจ้าของตัวบุคคลพึงกระทำ คือ มีหน้าที่บันทึกรายการสถานะบุคคลตามกฎหมายของคนในครอบครัวในทะเบียนราษฎรของรัฐไทย เพื่อขจัดปัญหาความไร้รัฐ ซึ่งเป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล ดังนั้นเมื่อครอบครัวหม่องภาถูกบันทึกในทะเบียนประวัติตามกฎหมายไทยว่าด้วยการทะเบียนราษฎร พวกเขาทั้งสี่จึงกลายเป็น คนมีรัฐ แต่เป็นเพียงราษฎรประเภทคนต่างด้าวที่ยังไม่มีสิทธิอาศัยตามกฎหมายไทยว่าด้วยคนเข้าเมือง
ต่อมาทางราชการเมียนม่าร์ได้ออกหนังสือเดินทางให้แก่นายหม่องและนางภา และยังปรากฏตาม Overseas Workers Identification Card จึงสรุปได้ว่านายหม่องและนางภาได้รับการรับรองสัญชาติเมียนม่าร์แล้ว แต่เมื่อพิจารณาถึงกรณีของน้องดวงตาและน้องจุลจักร น้องทั้งสองย่อมมีสิทธิในสัญชาติเมียนม่าร์ตามหลักดินแดน เพราะเด็กทั้งสองเกิดในประเทศเมียนม่าร์ และสามารถได้รับสัญชาติเมียนม่าร์ตามหลักบุคคล เพราะบุพการีทั้งสองของพวกเขาผ่านการพิสูจน์สัญชาติเมียนม่าร์แล้ว แต่เนื่องจากทางราชการเมียนม่าร์ยังมิได้ออกเอกสารรับรองความเป็นคนสัญชาติเมียนม่าร์ให้แก่น้องทั้งสอง เพราะกระบวนการพิสูจน์สัญชาติให้แก่แรงงานเมียนม่าร์ในประเทศไทยยังไม่ครอบถึงผู้ติดตามแรงงาน ส่งผลให้น้องทั้งสองยังมีสถานะเป็นราษฎรไร้สัญชาติในทะเบียนประวัติตามกฎหมายไทยว่าด้วยการทะเบียนราษฎร คือ น้องดวงตา มีสถานะเป็นราษฎรไทยประเภทนักเรียนนักศึกษาไร้สัญชาติในทะเบียนประวัติประเภท ท.ร. ๓๘ กและน้องจุลจักรมีสถานะเป็นราษฎรไทยประเภทแรงงานต่างด้าวจากเมียนม่าร์ในทะเบียนประวัติประเภท ท.ร. ๓๘/๑ ดังนั้น น้องทั้งสองจึงยังคงประสบปัญหาไร้สัญชาติ ซึ่งรัฐเมียนม่าร์จะต้องรีบให้การรับรองสัญชาติดังกล่าว
แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าครอบครัวหม่องภาจะได้รับการบันทึกในทะเบียนราษฎรไทย แต่เป็นเพียงการรับรองการมีสถานะเป็นคนที่มีรัฐไทยเป็นเจ้าของตัวบุคคลเท่านั้น ซึ่งสถานะดังกล่าวจึงเป็นการละเมิดสิทธิของคนต่างด้าว คือ ทำให้ครอบครัวหม่องภาไม่มีสิทธิเข้าเมืองหรือสิทธิอาศัย คือ ไม่มีเสรีภาพที่จะเดินทางออกนอกอำเภอแม่แตง
ซึ่งปัญหาดังกล่าวสามารถแก้ไขได้โดยนายหม่องและนางภาจะต้องไปขอรับใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายไทยว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว ซึ่งจะทำให้บุคคลทั้งสองมีสิทธิอาศัยตามกฎหมายไทยว่าด้วยคนเข้าเมืองทันทีตามระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในประเทศไทย ซึ่งจะทำให้บุคคลทั้งสองสามารถย้ายชื่อจากทะเบียนประวัติประเภทแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีสิทธิอาศัยไปยังทะเบียนบ้านประเภทคนที่มีสิทธิอาศัยชั่วคราว และเมื่อนายหม่องและนางภามีสิทธิอาศัยย่อมจะทำให้บุตรในความอุปการะมีสิทธิอาศัยตามบุพการีด้วย
เขียน 15 พฤษภาคม 2557
เมธสา เอื้อโอภาพัฒน์
[1] “พระราชบัญญัติการเนรเทศ พ.ศ. ๒๔๙๙.” [ระบบออนไลน์] เข้าถึงได้จากhttp://www.thailandlawyercenter.com/index.php?lay=... สืบค้น 15 พฤษภาคม 2557
[2] “พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522.” [ระบบออนไลน์] เข้าถึงได้จากhttp://www.immigration.go.th/nov2004/doc/act_imm_2... สืบค้น 15 พฤษภาคม 2557
[3] "เอกสารประกอบการบรรยายวิชาน.๓๙๖กฎหมายสิทธิมนุษยชน." โดย คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สืบค้น 15 พฤษภาคม 2557