ผู้ประกอบธุรกิจต้องคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนด้วยหรือ
จากเวฺ็บไซด์: https://www.google.co.th/url?sa=i&rct=j&q=&esrc=s&...
ในปัจจุบันโลกของเทคโนโลยี มีส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำของมนุษย์เป็นอย่างมาก เมื่อมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีความเจริญทางด้านเศรษฐกิจก็ตามมาด้วย ซึ่งเห็นได้จากการลงทุนในการทำธุรกิจต่างๆไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชนที่เข้ามาเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งจุดประสงค์หลักก็คือเพื่อเป็นการแสวงหาผลกำไร จนบ้างครั้งอาจลืมคำนึงถึงผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมหรือบุคคลที่อยู่ละแวกนั้นจนได้รับความเสียหายโดยการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนได้
สิทธิมนุษยชน (Human Rights) หมายถึง สิทธิขั้นพื้นฐานที่มนุษย์เกิดมาพร้อมกับความเท่าเทียมกันในแง่ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิ เพื่อดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี โดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างในเรื่องเชื้อชาติ สีผิว เพศ อายุ ภาษาศาสนา และสถานภาพทางกายและสุขภาพรวมทั้งความเชื่อทางการเมือง หรือความเชื่ออื่นๆที่ขึ้นกับพื้นฐานทางสังคม สิทธิมนุษยชนเป็นสิ่งที่ไม่สามารถถ่ายทอดหรือโอนให้แก่ผู้อื่นได้(1) ซึ่งสิทธิมนุษยชนนี้ถูกบัญญัติรับรองไว้ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ1 มนุษย์ทั้งหลายเกิดมามีอิสระและเสมอภาคกันในเกียรติศักดิ์และสิทธิ ต่างมีเหตุผลและมโนธรรม และควรปฏิบัติต่อกันด้วยเจตนารมณ์แห่งภารดรภาพ(2)
ตัวอย่างปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากผู้ประกอบธุรกิจ เช่น เรื่องการไม่ได้รับประกันทางสังคมที่ดีพอสมควรของกลุ่มผู้ใช้แรงงานจากผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ตามที่บัญญัติรับรองไว้ในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม(International Covenant on Economic, Social and Cultural Rights, ย่อ: ICESCR สิทธิในการประกันสังคม ได้แก่ สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับเมื่อเจ็บป่วยและต้องออกจากงาน สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับเมื่อบาดเจ็บจากการทำงาน สิทธิประโยชน์ในการลาป่วย สิทธิประโยชน์ในการลาคลอด(3)
นอกจากนี้ ผลกระทบจากโรงงานอุตสาหกรรมทำให้ ส่งผลกับการพัฒนาทางด้านสุขภาพร่างกายและจิตใจลดลงเนื่องจากการที่สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรมเป็นผลก่อให้เกิดมลพิษและปัญหาต่างๆดังที่ปรากฏในข่าวปัจจุบันเช่นว่ามีการปล่อยแก๊สพิษ หรือน้ำเสียลงในแม่น้ำ ลำคลอง ทำให้คนในชุมชนเหล่านั้นได้รับความเสียหาย ซึ่งคนเหล่านั้นในฐานะที่เป็นมนุษย์คนหนึ่งย่อมมีสิทธิในการได้รับมาตรฐานด้านสุขภาพทั้งกายและจิต บทบัญญัติข้อ ๑๒ตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมนั้น ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ด้วยการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบในบริเวณรอบๆโรงงานอุตสาหกรรม เช่น การทำบ่อพักน้ำเสียไว้เพื่อทิ้งให้ของเสียตกตะกอนเสียก่อนแล้วจึงปล่อยออกไปสู่ท่อทิ้งน้ำซึ่งจะช่วยให้น้ำที่ปล่อยออกไปนั้นไม่ก่อมลพิษต่อสาธารณชนหรือจะเป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสามารถทำได้โดยการที่มีการวางแผนการจัดการ การสำรวจพื้นที่และผลกระทบต่างๆที่ตามมาก่อนหากมีการตั้งโรงงานอุตสาหกรรมบริเวณนั้น
ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องคำนึงถึงผลกระทบที่ตามมาไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมหรือผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชน และควรมีความรับผิดชอบต่อสาธารณะ มีบรรทัดฐานและจริยธรรมในการประกอบธุรกิจมากขึ้นเพื่อเป็นการไม่ไปละเมิดสิทธิของผู้อื่นให้ได้รับความเสียหายเดือดร้อน และเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการฟ้องร้องกับตัวผู้ประกอบธุรกิจเองในภายหลังอีกด้วย หากว่าผู้ประกอบธุรกิจนั้นยังไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้อื่น รัฐบาลไทยในฐานะที่ร่วมลงนามเป็นภาคีตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมหรือ ICESCR ก็ควรมีการออกนโยบายและการตรวจสอบในภาคธุรกิจที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น
[1]สิทธิมนุษยชนกับสังคมไทย. Oknation, สืบค้นเมื่อ 9พฤษภาคม,ปี2557,จากเว็บไซด์: http://www.oknation.net/blog/print.php?id=390434
[2] ปฎิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน,สืบค้นเมื่อ 8พฤษภาคม,ปี2557,จากเว็บไซด์:http://library.nhrc.or.th/ulib/document/Fulltext/F03988.pdf
[3]รายงานการศึกษา สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ตามกรอบรัฐธรรมนูญในบริบทของสังคมไทย และมาตรฐานสากลระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน, สืบค้นเมื่อ 9พฤษภาคม,ปี2557,จากเว็บไซด์:http://www.peace.mahidol.ac.th/th/document/Reliabi...
