ผ่านไปซะหลายวันกว่าจะมีโอกาสได้เขียน (ไม่สดซะแล้ว)  ก็สืบเนื่องจากเหตุการณ์ระทึกขวัญสั่นประสาท ของดิฉัน  เมื่อวันที่ 23  ต.ค. ที่ผ่านมา ที่ ม.นเรศวร  จัดโครงการ “KM Workshop สำหรับผู้นำนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศ  หัวปลา คือ "การรับน้องและประชุมเชียร์"  งานนี้ดิฉันได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ ดำเนินกระบวนการ  AAR ( ครั้งแรกในชีวิต....ชักเริ่มไม่สนุกซะแล้วซิเรา) ก็ต้องทำการบ้านอย่างหนัก เพราะครั้งก่อน พี่วันเพ็ญ ทำได้ดีมากๆๆ  เราเลยต้องพยายามอย่างหนัก (เพื่อจะธำรงรักษาความดีนั้นไว้ !!อิอิ !!)

     เริ่มต้นด้วยการ AAR ตัวเอง ก่อนทำงาน

เป้าหมายในการทำงานครั้งนี้ จะต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ ดิฉันเลือกมา 1 ข้อ คือ  ให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้เกี่ยวกับ KM  ส่วนวัตถุประสงค์ที่จะให้ผู้เข้าร่วมนำความรู้ไปพัฒนาต่อไปได้นั้น คงได้หลังจากการปฏิบัติ  ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้เข้าร่วมเป็นสำคัญ

การทำงานของดิฉัน   -->  เริ่มจาก ทบทวนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ต.ค. จาก Blog เมื่อฉันเป็น "ฟาน้อย"  ก็คิดว่าจะดำเนินงานเป็น 2 ส่วน คือ 

1. ส่วนของความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ AAR ก็เตรียมไสลด์ 4 ข้อหลัก คือ

"หัวใจของ AAR /  คำถามในการ AAR / ความสำคัญ และ จุดเด่นของ AAR"

2. การ AAR โดยผู้เข้าร่วมโครงการ ลปรร.  โดยเน้นให้บรรยากาศผ่อนคลาย สบายๆ เป็นกันเอง และสุนทรียสนทนา ภายใต้พื้นฐานความเป็นจริงจากสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อให้ผลของ AAR นำไปสู่การพัฒนาอย่างแท้จริงได้  : คิดได้เช่นนั้น  ก็โทรหา น้องต่อ  ฝ่ายทะเบียนของโครงการนี้  เพื่อขอรายชื่อผู้เข้าร่วมทั้งหมด แล้วนำมาแบ่งสถาบันทั้ง 22 แห่งออกเป็น 4 ภาค  

- ภาค เหนือ 6 แห่ง (ม.นอร์ทเชียงใหม่/ม.พายัพ/ ม.น./ แม่โจ้/ มฟล./ม.รภ.พิบูลสงคราม) 

-ภาค กลาง  9  แห่ง (ม.เจ้าพระยา/ มรภ.กำแพงฯ/ มรภ.นครสวรรค์/ มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา/ มศว./ ม.ศรีปทุม/ ม.หอการค้า/ ม.พระจอมเกล้าพระนครเหนือ/ม.ราชมงคลธัญบุรี)

-ภาค อีสาน  4 แห่ง (ม.สุรนารี/มมส/ม.ราชภัฎเลย/มอบ.) 

-ภาค ใต้ 1 แห่ง (มวล.)  

     แต่เนื่องจากเวลามีจำกัด ไม่สามารถให้ทุกคน หรือตัวแทนจากทุกแห่งพูดได้ครบ จึงให้เสนอตัวแทนของแต่ละภาค มานำเสนอ ตามสัดส่วน  เหนือ 2 แห่ง กลาง 3 แห่ง อีสาน 2 แห่ง และใต้ 1 แห่ง 

     แล้วให้ผู้แลกเปลี่ยน นำเสนอด้วยภาษาท้องถิ่นซึ่งไม่ผิดจากที่หวังไว้ บรรยากาศเปลี่ยนไปทันทีที่เริ่ม  โดยดิฉันให้ผู้ที่อยากจะพูดเป็นผู้พูดก่อน ก็เป็นธรรมชาติ คนแรกก็ยังไม่มีใครกล้า  ในที่สุด  เจ้าภาพ ที่น่ารัก คือ ม.นเรศวร  (ปี 1) ขออาสาพูดเป็นคนแรก  ต่อด้วย น้องปี 1 (ตามทฤษฎี ที่ต้องให้คนอาวุโสน้อยพูดก่อน)  แต่ก็มีผู้ตั้งข้อสงสัยจนกระทั่งบัดนี้ว่า เจ้าน้องปี 1 จาก มวล. (จำชื่อไม่แม่นว่า น้อง ธี/ หรือน้อง ทิน หน้าตาค่อนข้างมีวัยวุฒิสูงมาก)  ก็ AAR ได้ดีมากๆ สะท้อนให้เห็นว่ามีความรู้เรื่อง KM อยู่ไม่น้อย  ท่านนี้นำเสนอเป็นภาษาใต้  พูดไป แปลไป ต่อด้วย น้องจากภาคอีสาน ก็สนุกสนาน และมีสาระดีค่ะ  ต่อด้วย น้องจาก ม.พายัพ ตามด้วย น้องโก้ จาก มรภ.สมเด็จเจ้าพระยา ช่างเจ้าบทเจ้ากลอน  ตามด้วย น้องเซรุ่ม (หรืออะไรประมาณนี้)  จากคณะแพทย์มหิดลและปิดท้ายด้วย น้องจากภาคกลาง ..

       ผลการ ลปรร. AAR  ผ่านไปด้วยดี ทั้งวิธีการนำเสนอ  เนื้อหาที่นำเสนอ ที่สามารถสะท้อนความจริงของการปฏิบัติได้อย่างตรงไปตรงมา ชัดเจน ตรงประเด็น 

       เฮ้อ ! หมดเวลาในหน้าที่ซะแล้วเรา ยังสนุกอยู่เลย ....

        อยากฟังทุกความคิดเห็น อยากให้ทุกคนได้พูด  และอยากได้รับข้อเสนอแนะจากปากของทุกคน เพราะบรรยากาศที่มีความเป็นกันเอง  มีความจริงใจ ความตรงไปตรงมา จะช่วยให้ได้ AAR  ที่มีประสิทธิภาพ   แต่เวลาจำกัด  และพี่แหม่มเองก็ เบียดบังเวลาของน้องๆ ด้วย เนื้อหาของส่วนที่ 1 ไปซะหลายนาที (ได้รับข้อเสนอแนะจากทีม เกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว และจะปรับปรุงค่ะ )  

     ไว้โอกาสหน้า จะไม่รีรอที่จะเข้าสู่กระบวนการ AAR ทันที โดยไม่ต้องทำส่วนที่ 1 (ซึ่งหน้าจะไปศึกษาได้เอง)  ก็คิดได้ว่า ควรทำให้เค้าประทับใจในการปฏิบัติกิจกรรมซะก่อน แล้วเค้าจะติดตาม เรียนรู้ เพิ่มขึ้นเองได้ต่อไป ...

เสร็จจากงานนี้ ได้ข้อคิดให้ตัวเองว่า

     "ในวันนี้ เราอาจคิด และตัดสินใจอะไรที่ดูเหมือนจะไม่เข้าท่า หรือไม่มีใครเข้าใจสิ่งที่เราทำ  จนกว่าจะถึงวันที่เรากลายเป็น ประวัติศาสตร์  คนในปัจจุบันจึงจะช่วยอธิบายเกี่ยวกับตัวเรา และสิ่งที่เราทำได้ดีกว่า การตัดสินสิ่งนั้นด้วยตัวเองในเวลานั้น   

     สิ่งที่สำคัญ เราจึงควรทำปัจจุบันด้วยสติ และตั้งความหวังต่อสิ่งที่ทำเพื่ออนาคตด้วยเจตนาที่ดี   ดีกว่ากังวลกับสิ่งที่กำลังทำ จนไม่เป็นอันกินอันนอน ทำให้ประสิทธิภาพในขณะนั้นต่อสิ่งนั้นลดลง"  55555