ความภาคภูมิใจ การได้มีโอกาสได้ถูกบันทึกการทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมในรูปของ VCD แล้วได้ถูกนำแพร่ภาพและจ่ายแจกไปทั่วประเทศ เป็นความภาค4ภูมิใจที่ไม่อาจอดกลั้นได้ ของคนที่ชื่อ บงการ   สายเนตร ครูบ้านนอกอีกคนหนึ่งที่มักจะถูกลืมจากเจ้านายเวลาพิจารณาความดีความชอบ อาจารย์บงการเป็นครูนักพัฒนา (ถ้าท่านเคยได้ดู VCD เสียงกู่จากครูใหญ่ ของ สคส. ยังไงยังงั้นเลยครับ)   

การเริ่มต้นการพัฒนา การเริ่มต้นการพัฒนาของอาจารย์ บงการ   สายเนตร เริ่มต้นจากจุดเล็กๆ ค่อยเป็นค่อยไป โดยเริ่มจากพัฒนาโรงเรียนของตนเองก่อน โดยไม่มุ่งหวังในด้านของชื่อเสียงแต่อย่างใด เพียงขอแค่ว่าให้มีโอกาสได้ทำงานตามเจตนารมณ์ที่ได้ตั้งใจไว้ก็เพียงพอแล้ว "ขอให้ได้สร้างคุณงามความดีให้กับสังคม ถึงตายก็ไม่เสียดายชีวิต" ตามที่เคยให้คำมั่นสัญญาไว้กับ Advisor ที่แสนดีอย่างท่าน ผศ.ดร.แตงอ่อน   มั่นใจตน แห่งพัฒนาสังคม NIDA เมื่อคราวเป็นนักศึกษา  

มุ่งมั่นต้องสำเร็จ อาจารย์บงการ มุ่งมั่นในการพัฒนาองค์ความรู้มาโดยตลอด และได้น้อมนำเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปประยุกต์ใช้กับนักเรียนในโรงเรียนบ้านเปือย ต.บุเปือย อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี โดยอาจารย์บงการได้ดำเนินการดังนี้

1.       ได้นำเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนของนักเรียน โดยส่งเสริมให้นักเรียนได้มีกิจกรรมและวิชาเรียนในการปลูกผัก เพาะเห็ด เลี้ยงปลา เป็นต้น

2.       ได้จัดกระบวนการเรียนรู้จากของจริง โดยให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติจริง ( Learning by Doing) เพื่อให้นักเรียนได้เกิดทักษะ (Skill)

3.       ได้ฝึกให้นักเรียนได้ฝึกกระบวนคิด โดยในชั่วโมงกิจกรรมก็จะตั้งประเด็นขึ้นมาเพื่อให้นักเรียนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้

4.       ไม่ให้นักเรียนเอาเงินมาโรงเรียน เนื่องจากโรงเรียนบ้านบุเปือยอยู่ในเขตทุละกันดาร ชุมชนค่อนข้างยากจน บางคนมีเงินให้ลูกไปโรงเรียน บางคนไม่มีเงินให้ลูกไปโรงเรียน  จึงทำให้เกิดช่องว่างขึ้นในสังคมของเด็กนักเรียน เพราะคนไม่มีกินก็ได้แต่มองคนที่เขามีเงินซื้อขนมกิน ซึ่งทำให้เด็กเกิดการเปรียบเทียบ แบ่งพักแบ่งพวก อาจารย์บงการจึงสั่งห้ามไม่ให้นักเรียนทุกคนเอาเงินมาโรงเรียน และสั่งห้ามคนมาขายของในโรงเรียน โดยจัดสวัสดิการให้นักเรียนได้อยู่ได้กินเหมือนๆ กันทุกคน โดยเอาพืชผัก เห็ด และสัตว์เลี้ยงที่นักเรียนปลูกมาทำเป็นอาหารกลางวันเพื่อให้นักเรียนได้กินกันอย่างทั่วถึง บางส่วนที่ขายได้ก็แบ่งเป็นรายได้ให้นักเรียน และจัดสวัสดิการเกี่ยวกับสหกรณ์ร้านค้า และออมทรัพย์ให้กับนักเรียนได้ฝากเงินสำหรับคนที่ผู้ปกครองให้เงินมาฝาก หรือสำหรับคนที่ขายผลิตภัณฑ์ของตนเองได้  

ขยายผลสู่ชุมชน   หลังจากกิจกรรมภายในโรงเรียนเริ่มได้ผลดี อาจารย์บงการจึงได้ขยายผลออกไปสู่ชุมชน โดยในครั้งแรกก็ได้มีการอบรมให้ความรู้ และเชิญชวน ผู้ปกครองของนักเรียนที่สนใจเข้าร่วมทำกิจกรรมตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และตอนนี้กำลังดำเนินการไปได้ด้วยดี ชุมชนเริ่มมีอยู่มีกิน และจะพยายามขยายผลออกไปให้เพิ่มมากขึ้น

การสร้างชุมชนแนวปฏิบัติ ( community of Practice)  จากแนวทางการจัดการความรู้ของอาจารย์บงการ จึงทำให้ผมสำนึกขึ้นมาได้ว่าเราก็เป็นอีกคนหนึ่งนี่นาที่พอมีศักยภาพที่จะสร้างคุณงามความดีให้กับประเทศชาติ และคืนกำไรให้กับสังคมเนื่องจากที่ผ่านมามีแต่กินเงินภาษีของประชาชน อย่างเดียว หรืออาจจะทำบ้างแต่ก็คงยังไม่ถึงเสี้ยวของอาจารย์บงการ หรือคนอื่นอีกหลายๆ คนทำ และต่อจากนี้ไปผมจะพยายามขับเคลื่อนกระบวนการเพื่อก่อให้เกิดชุมชนแนวปฏิบัติต่อไป

ขอบคุณครับ

อุทัย   อันพิมพ์

1 พ.ย. 2549