วันที่ 26 ตุลาคม 2549 มีการ ลปรร.ทีม KM กรมส่งเสริมการเกษตรครั้งแรกในปีงบประมาณ 2550 นับว่าเป็นปีที่ 3 แล้วที่มีการดำเนินการจัดการความรู้ในกรมส่งเสริมการเกษตร

     เราได้คุยกันหลายเรื่อง ประเด็นสำคัญคือการวางกรอบแนวทางการจัดการความรู้ในปี 2550 และ การเตรียมการเข้าร่วมงานมหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติครั้ง ที่ 3 ที่ไบเทค

     การวางกรอบแนวทางการจัดการความรู้ในปี 2550

     ทีมงานได้ร่วมกันพืจารณาแนวทางปี 2550โดยเริ่มต้นพิจารณากรอบการประเมินผลตามคำรับรองการปฏิบัติราชการของก.พ.ร.ในมิติที่ 4 ด้านการพัฒนาองค์กร ตัวชี้วัดที่ 12 การจัดการความรู้เพื่อสนับสนุนประเด็นยุทธศาสตร์ คะแนนร้อยละ 3 ไว้ 

     โดยพบว่า จะพิจารณาให้คะแนนจากความสำเร็จของการจัดการความรู้เพื่อสนับสนุนประเด็นยุทธศาสตร์โดยจะต้องมีการ

  • ทบทวนแผนโดยจำแนกองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการผลักดันความสำเร็จตามยุทธศาสตร์
  • จัดทำแผนโดยเลือกองค์ความรู้จากประเด็นยุทธศาสตร์ที่ต่างกัน 2 องค์ความรู้
  • ส่งแผนให้ ก.พ.ร. ภายใน 31ม.ค.2550
  • ดำเนินกิจกรรมตามแผนโดยครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ตามกิจกรรม ลปรร.ที่ระบุไว้ 
  • มีผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดของประเด็นยุทธศาสตร์ที่เลือกสูงกว่าเป้าหมายทุกตัวชี้วัด

ทั้งนี้ได้มีความเห็นร่วมกันว่ายุทธศาสตร์ที่เลือกจะ   ต้องเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของกรมส่งเสริมการเกษตรและสอดคล้องกับแนวทางของ ก.พ.ร.มี 2  ยุทธศาสตร์คือ

     1.ยุทธศาสตร์ขจัดความยากจนและพัฒนาชนบท ได้แก่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน

     2.ยุทธศาสตร์การปรับโครงสร้างภาคเกษตร ได้แก่การผลิตสินค้าที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน

     การเตรียมการร่วมงานมหกรรมจัดการความรู้แห่งชาติครั้งที่ 3

     จากการที่ สคส. ได้เชิญกรมส่งเสริมการเกษตรเข้าร่วมเสนอผลงานในงานมหกรรมการจัดการความรู้แห่งชาติครั้งที่ 3 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ วันที่ 1-2 ธันวาคม 2549

     ทีมงานได้ดำเนินการไปแล้วหลายอย่างเช่นขออนุญาติกรมฯในการเข้าร่วมงาน จัดคณะร่วมแถลงข่าว  และยกร่างรูปแบบ/วิธีการนำเสนอผลงาน ฯลฯ

     ที่ประชุมได้ร่วมกันให้ข้อคิดเห็นและให้ดำเนินการขออนุมัติงบประมาณจากกรมฯเพื่อสมทบการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มเติมโดยมีเนื้อหาดังนี้คือ

  • ประเด็นการนำเสนอเป็นการจัดการความรู้ระดับองค์กร นำKM เป็นเครื่องมือในการพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานทั้งระดับเจ้าหน้าที่และเกษตรกร
  • จัดนิทรรศการในห้อง 4 จังหวัด และส่วนกลาง 1 แห่ง รวมเป็น 5แห่ง พร้อมทั้งมีเวทีการเสวนาคนทำจริงทั้งส่วนของเจ้าหน้าที่และเกษตรกรใน 6 เรื่องคือ

                    -เล่าเรื่องการจัดการความรู้และเทคนิคต่างๆ

                    -เล่าเรื่องการนำแนวคิด KM ไปใช้ในการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่

                    -การจัดการความรู้ในการผลิตส้มปลอดภัยของจังหวัดมุกดาหาร

                    -การจัดการความรู้ในการผลิตส้มโอคุณภาพของจังหวัดสมุทรสงคราม

                    -การจัดการความรู้ในการผลิตแตงโมคุณภาพของจังหวัดนครพนม

                    -การจัดการความรู้ในการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ กรณีบ้านนาป่าแดง จังหวัดกำแพงเพชร 

  • มีเวทีถามตอบปัญหา และชิงรางวัลมากมาย

      เรามีความยินดีจะได้ ลปรร.งานที่เราทำมากับผู้ที่สนใจและอยู่ในแวดวง KM และหวังว่าทุกคนจะ win-win ตลอดจนมีความสุขที่จะได้เจอคนคอเดียวกัน (ยืมสำนวนคุณสิงห์ป่าสักหน่อยนะคะ)

   นอกจากนี้ยังได้คุยกันในประเด็นอื่น ๆ อีกหลายประเด็นเช่นการประชาสัมพันธ์เรื่องห้องเรียน KM  ให้เข้าไปเรียนรู้และใช้ประโยชน์ การทบทวนคณะทำงานให้เหมาะสมกับการที่จะขยายงานไปทั้งองค์กรตลอดจนการรายงานผลงานปีที่ผ่านมาและเตรียมการชี้แจงบริษัท TRIS เป็นต้น 

สำหรับปี 2550 เราก็หวังว่าการจัดการความรู้จะเป็นเครื่องมือไปสู่การพัฒนางานทั่วทั้งองค์กรต่อไป

     ธุวนันท์ พานิชโยทัย

        2  พ.ย. 2549