สมาธิ ไม่ได้ทำให้เราหมดกิเลสหรือพ้นทุกข์..แต่เป็นเครื่องมือของจิต อันทรงพลานุภาพยิ่งใหญ่มหาศาล ในการที่จะทำให้เราหมดกิเลสหรือพ้นทุกข์ ได้ครับ

การพิจารณาธรรมะ ในยามปกติ ปัญญาของเราอาจจะคิด ตรึกตรองได้ว่า จงทำดี ละเว้นความชั่ว.. แต่เมื่อเราทำสมาธิในระดับหนึ่งที่เหมาะสม แล้วใช้ปัญญาในการคิด พิจารณาธรรมะ เราจะพบว่า ทั้งความดี และความชั่วนั้น ต้องไม่ยึดติดทั้งคู่ ต้องละเสีย ไปจนถึงขั้นละอัตตาของเราด้วย..จึงจะหมดกิเลสหรือพ้นทุกข์น่ะครับ

ดังนั้น จึงอยู่ที่ตัวเราว่า จะปฏิบัติธรรมในระดับใด ที่ตนเองพึงพอใจที่สุด ซึ่งถ้าต้องการในระดับฆราวาส ผู้ครองเรือน ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องฝึกสมาธิถึงขั้นสูงมาก เอาแค่พอมีกำลังสติ ปัญญา สามารถประคับประคองตนและครอบครัว ญาติ คนใกล้ชิด ให้มีความสุขอันควรแก่อัตตภาพก็ได้ครับ

ผมเอง มักจะปฏิบัติควบคู่กันไปเสมอ ๆ ครับ.. ด้วยปัจจุบันเป็น ฆราวาส ผู้ครองเรือน.. แต่ยามมีเวลาที่ปลอดโปร่งจากภารกิจทั้งปวงแล้ว ก็มักจะฝึกทำสมาธิขั้นสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ .. เพราะได้ตั้งความปรารถนาไว้ว่า จะศึกษาและเผยแผ่พระธรรม คำสั่งสอนของพระพุทธองค์ ช่วยเหลือผู้ที่โอกาสน้อยในทางนี้ สืบต่อไปครับ

...

ชยพร แอคะรัจน์

...