เกาะมุกด์: ชุมชนชาวประมงพื้นบ้านแห่งท้องทะเลตรังที่ไปมากี่ครั้งก็ไม่รู้เบื่อ

วันที่ 25 – 27 เมษายน 2557 ผู้เขียนได้เดินทางไปยัง เกาะมุกด์ ซึ่งตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ร่วมกับคณาจารย์และนักศึกษาวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดตรัง ในการออกค่ายอาสาพัฒนาชุมชน การเดินทางเริ่มต้นในเวลาประมาณ 08.00 น. วันที่ 25 เมษายน 2557 จาก วสส.ตรังโดยรถบัสที่เจ้าของโครงการได้จัดไว้ให้ ไปยังท่าเรือบ้านควนตุ้งกูเพื่อลงเรือโดยสารที่โครงการเหมาไว้เช่นกัน การเดินทางไปสิ้นสุดลงที่เกาะมุกด์เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วันเดียวกัน ผู้เขียนจะขอหยิบยกเอาเฉพาะประเด็นที่ตนเองมีความสนใจ และได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรม มาบอกเล่าเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน ดังนี้

ท่าเรือบ้านควนตุ้งกู ตั้งอยู่ในพื้นที่ของตำบลบางสัก เป็นทั้งเป็นท่าเรือโดยสารในการเดินทางไปยังเกาะมุกด์ ท่าเรือนำเที่ยวทะเลตรัง และยังเป็นที่ตั้งของแพปลาที่ชาวประมงพื้นบ้านนำ ปู ปลา กุ้ง และหมึก ที่จับได้ มาจำหน่ายให้กับพ่อค้าที่มาคอยรับซื้อ

ปกติการเดินทาง จากท่าเรือบ้านควนตุ้งกูไปยังเกาะมุกด์จะใช้เรือโดยสารซึ่งจะมีวันละ 1 เที่ยว โดยจะออกจากเกาะมุกด์มายังควนตุ้งกูในเวลา 07.00 น. ขากลับจะออกจากท่าบ้านควนตุ้งกูไปยังท่าเกาะมุกด์ในช่วงบ่าย (ประมาณ 13.30 น.) ค่าโดยสารเรือคนละ 20 บาท ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 30 นาที หากต้องการเดินนอกเหนือจากตารางดังกล่าว ก็ต้องเหมาเรือหางยาวที่ดัดแปลงมาจากเรือประมงพื้นบ้านไว้คอยให้บริการนักท่องเที่ยวได้เดินทางไปเยือนเกาะมุกด์ ในอัตรา 600 บาทต่อเที่ยว รวมถึงการเช่าเหมาลำสำหรับการท่องเที่ยวทะเลตรัง การตกปลา ในอัตราวันละประมาณ 3,500 บาท

ท่าเรือเกาะมุกด์  ตั้งอยู่บริเวณหน้าหมู่บ้านที่เรียกว่า บ้านอ่าวขาม จากจุดนี้นักท่องเที่ยวรวมทั้งแขกที่มาเยือน สามารถเดินเท้าจากจุดนี้ไปยังสถานที่ต่างๆ เช่น รีสอร์ท บ้านพักแบบโฮมสเตย์ ได้ไม่ไกลนัก แต่หากต้องการความรวดเร็วหรือเดินไม่ไหว ก็สามารถเรียกใช้บริการรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ในอัตราคนละ 50 บาท

วิถีชีวิตของชาวเกาะมุกด์ ยังคงเอกลักษณ์ของครอบครัวชาวประมงแบบเดิมที่มีความเป็นมิตรยิ้มแย้มแจ่มใส ให้การต้อนรับด้วยไมตรีจิต แม้ปัจจุบันประชาชนบางส่วนได้หันมาทำอาชีพที่เกี่ยวกับการบริการท่องเที่ยวตามสภาพสังคมเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป เช่น การทำงานบริการในรีสอร์ท การบริการเรือนำเที่ยว แทนการทำประมงที่เคยทำกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันในอดีต แต่ก็ยังคงกลิ่นอายของชุมชนชาวประมงแบบดั้งเดิม ที่เดินทางมากี่ครั้ง ๆ ก็ ให้แต่ความประทับใจ นอกจากนี้การเกิดขึ้นของรีสอร์ท และบริการการท่องเที่ยวบนเกาะมุกด์ได้ชักนำให้คนหนุ่มสาวที่จากครอบครัวไปหางานทำในตัวจังหวัดตรัง รวมถึงจังหวัดใกล้เคียงและกรุงเทพมหานคร ได้หวนกลับมาทำงานและใช้ชีวิตภายในชุมชนอีกครั้ง 

ภาพที่ 4 บรรยากาศสวย ๆ ของชุมชนเกาะมุกด์

ภาพที่ 5 อู่ซ่อมเรือบนเกาะมุกด์

การมาเยือนเกาะมุกด์ ไม่ว่าจะในฐานะนักท่องเที่ยวหรือเพื่ออื่นใด สิ่งที่ควรเข้าไปสัมผัสนอกจากจะเป็นเรื่องวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวประมงพื้นบ้าน ที่ทำมาหากินด้วยการดักไซหมึก จับปลา หากุ้ง หาหอยแล้ว (เกาะมุกด์เคยเป็นแหล่งหอยมุกที่สำคัญ) การเดินชมนก ชมป่าบริเวณหลังหมู่บ้านที่เป็นพื้นที่ภูเขาซึ่งด้านล่างที่ติดทะเลคือถ้ำมรกตที่เป็นที่รู้จัก ก็ให้ความเพลิดเพลินไม่รู้เบื่อ โดยเฉพาะนกเงือกที่หาดูได้ยากมาก ก็มีให้เห็นทั่วไป และผู้เขียนเองก็ไม่พลาดที่จะไปเยี่ยมชมสิ่งเหล่านี้

กิจกรรมค่ายอาสาพัฒนาชุมชนของหลักสูตรสาธารณสุขชุมชน

ในการออกค่ายครั้งนี้ผู้เขียนได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมค่ายอาสาพัฒนาชุมชนของหลักสูตรสาธารณสุขชุมชนซึ่งเริ่มขึ้นในตอนบ่ายของวันที่ 25 เมษายน 2557 หลังจากทีมงานได้จัดเตรียมสถานที่ทำงาน บริเวณโรงเรียนบ้านเกาะมุกด์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คือ การเยี่ยมผู้ป่วยโรคเรื้อรังและด้วยการตรวจสุขภาพประชาชนทั่วไป ส่วนผู้เขียนซึ่งมีความสนใจเรื่องสมุนไพรจึงปลีกตัวเองไปศึกษาเรื่องการใช้สมุนไพรเป็นการส่วนตัวเพิ่มอีกประเด็น

1.การเยี่ยมบ้านผู้ป่วยโรคเรื้อรัง จำนวน 2 ราย

1.1 นางเจ๊ะกะ  อินตจัง อายุ 53 ปี ป่วยโรคอัมพฤกษ์ซีกซ้าย มานาน ประมาณ 6 ปี เริ่มแรกทำการรักษาที่โรงพยาบาลกันตัง หลังจากนั้นกลับมาฟื้นฟูต่อที่บ้านโดยมีสามีคือ หวาชาย (นายสมพร อินตจัง) เป็นผู้คอยดูแลเป็นอย่างดี มีการผสมผสานการแพทย์แผนปัจจุบันกับการใช้สมุนไพร ที่หวาชายพอมีความรู้ติดตัวอยู่และการศึกษาเพิ่มเติมด้วยตนเอง ป้าเจ๊ะกะ บอกว่าสมุนไพรที่สามีทำให้ตนเองใช้เป็นประจำ มีหลายชนิดที่สำคัญได้แก่ การดื่มน้ำย่านาง การอาบน้ำต้มสมุนไพรเสลดพังพอน (ปัจจุบันสามาต้มน้ำให้ป้าเจ๊ะกะอาบทุกวัน) และการใช้ “หัวไพลปลุกเสก” (ชื่อพืชสมุนไพร) ต้มแช่แขนขาที่ไม่มีแรง เป็นต้น นอกจากนั้นหวาชายยังได้ทำอุปกรณ์กายภาพแบบง่าย ๆ เพื่อให้ภรรยาได้ฝึกลุกนั่ง และเดิน โดยการใช้เชือกมาผูกมันยึดไว้ได้ตามที่ต่าง ๆ ภายในบ้านและรอบบ้าน การทำราวเกาะ ด้วยไม้ไผ่เพื่อให้ภรรยาเกาะจับในการลุกนั่ง-เดิน ปัจจุบันนางเจ๊ะกะมีอาการดีขึ้นมาก จากเคยมีปัญหากับการพูดจากอาการลิ้นแข็ง ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ ปัจจุบันสามารถพูดได้ดี รวมถึงสามารถลุกนั่ง และขับถ่ายได้ด้วยตนเอง

ภาพที่ 7 เยี่ยมผู้ป่วยนางเจ๊ะกะ  อินตจัง 

1.2 นางมะ รายัง อายุ 59 ป่วยอัมพาตซีกขวา มาประมาณ 10 ปี ปัจจุบันนางมะ มีบุตรสาวซึ่งเป็นบุตรคนเดียวเป็นผู้คอยดูแล แม้อาจดูแลได้ไม่ดีเท่ากับรายป้าเจ๊ะก๊ะ เนื่องจากต้องทำงานรีสอร์ทเลี้ยงดูครอบครัวด้วย แต่ก็ถือว่าทำได้ระดับดี ผู้ป่วยไม่มีอาการแผลกดทับแต่อย่างใด ปัจจุบันนางมะเริ่ม มีอาการข้อเข่า และ ศอกด้านขวาติด ได้แนะนำเรื่องการบีบนวดกระตุ้นกล้ามเนื้อร่วมกับการพลิกตัวให้ผู้ป่วยเพื่อป้องกันแผลกดทับซึ่งยังทำได้น้อยเนื่องจากผู้ป่วยยังมีอาการกลัวความเจ็บ กลัวพลิกคว่ำ  

ภาพที่ 8 เยี่ยมผู้ป่วยนางมะ รายัง

2.การตรวจสุขภาพประชาชนทั่วไป เริ่มขึ้นในเช้าของวันที่ 25 โดยการชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง คำนวณค่าดัชนีมวลกาย การตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง ซึ่งมีประชาชนสนใจมารับบริการจำนวนทั้งสิ้น 112 คน

ภาพที่ 9 ตรวจสุขภาพประชาชนทั่วไป

1.การศึกษาการใช้สมุนไพร 

จากการพูดคุยพบว่าประชาชนบนเกาะมุกด์มีภูมิปัญญาด้านการรักษาโรคโดยวิธีการใช้สมุนไพรอยู่พอสมควร แต่ด้วยเวลาการที่ผู้เขียนเข้าไปพบปะทำกิจกรรมในชุมชนเพียงระยะเวลา 2 วัน ทำให้ได้ข้อมูลเพียงบางส่วนที่พบเห็นจากการใช้จริง โดยเฉพาะราย ป้าเจ๊ะกะ ผู้ป่วยโรคอัมพฤกษ์ที่มีสามีคือ “หวาชาย” เดิมเป็นชาวจังหวัดแพร่แต่ได้มาทำงานรับจ้างถางป่าทำไม้ที่เกาะมุกด์จนได้แต่งงานมีครอบครัวกับป้าเจ๊ะกะ จากการไปเยี่ยมป้าเจ๊ะกะในวันที่ 26 เมษายน 2557 พบว่าหวาชายมีความสามารถด้านสมุนไพรในระดับดีคนหนึ่ง โดยหวาชายมีการปลูกสมุนไพรบางชนิดที่ขึ้นได้ง่ายไว้รอบๆ บ้าน เช่น ไพลปลุกเสก พญาว่าน เสลดพังพอน และว่านอื่น ๆอีกหลายชนิด ส่วนสมุนไพรอื่นๆ ในการประกอบตัวยาหวาชายบอกว่าต้องไปหามาตามป่าและภูเขาใกล้หมู่บ้าน และบางชนิดก็ต้องซื้อหา เพราะไม่สามารถหาได้ในท้องถิ่น สำหรับสมุนไพรที่พอหาได้บนเกาะมุกด์ก็มีอยู่มากเช่น หัวร้อยรูที่เป็นตัวยาในการรักษาโรคหัวใจ พบได้บนต้นไม้ใหญ่บนเขา น้ำผึ้งป่าเดือนห้า ต้นฟ้าลั่นที่มีสรรถคุณในการนำใบมาคั้นน้ำดื่มแก้ไข้ หรือใช้ทั้ง 5 (ราก ต้น ใบ ดอก ผล) ต้มดื่มแก้อาการอุจจาระร่วงร่วมกับอาเจียน กาฝากมะขาม แก้โรคความดันโลหิตสูง หญ้าปราบ (โด่มิรู้ล้ม)ใช้ทั้ง 5 บำรุงร่างกาย ต้นตะไคร้ใช้ตำร่วมกับน้ำข้าวสารแช่ กินแก้โรคไต เปลือกต้นกระถินเปลือกลูกเนียง และผลหมากอ่อน ในอัตราส่วนเท่า ๆ กัน ต้มกินแก้โรคเบาหวาน เป็นต้น นอกจากสมุนไพรที่เป็นพืชแล้วยังมีสมุนไพรจำพวกธาตุ และสัตว์บางชนิดโดยเฉพาะสัตว์ทะเล ที่ยังมีให้ศึกษาอีกมาบนเกาะแห่งนี้ แต่เนื่องจากการลงชุมชนในครั้งนี้ต้องสิ้นสุดลงในวันที่ 27 เมษายน 2557 จึงได้มีการนัดหมายกันว่าจะได้เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านสมุนไพรกันอีกในคราวหน้า 

ภาพที่ 10 สมุนไพรบ้านหวาชาย

ขอบคุณในน้ำใจและของจากชาวเกาะมุกด์ที่มอบให้กับผู้เขียน ประกอบด้วยน้ำผึ้งป่า 1 ขวดใหญ่ พญาว่าน และไพรปรุกเสก ของ “หวาชายและทีมงาน” ปลาสาก ปลาหลังแข็งน้ำหนักตัวละเกือบ 5 กิโลกรัม และเปลือกหอยทะเลตัวใหญ่ ๆ ที่หายาก จากครอบครัว “บังบ่าว-จ๊ะชิ้่ง” “บังหม็อง” “อสม.รจนา” (กะริ่ง) อาหารอร่อยๆ จากฝีมือ “จ๊ะดา” ภรรยาผู้น่ารักและใจดีของบังหนุ่มแห่งเกาะมุกการ์เด้น รวมถึงขอขอบคุณ อาหารจากฝีมือ ของกลุ่ม อสม.บ้านเกาะมุกด์ที่นำโดย “อสม.ชี” ที่ทำให้คณะได้อิ่มอร่อยได้ทุกมื้อ และต้องขอขอบคุณ วสส.ตรัง ที่จัดกิจกรรมดี ๆให้ผู้เขียนได้มีโอกาสไปสัมผัสวิถีชีวิตที่น่าประทับใจของ
ชาวเกาะมุกด์อีกครั้ง จากที่ห่างหายมานานกว่า 10 ปี

ลุงวัฒน์