ครอบครัวข้ามชาติ คือ ครอบครัวที่ประกอบด้วยสมาชิกในครอบครัวที่มีปัญหาเรื่องสถานะของตน เช่น สัญชาติที่ไม่ตรงกับดินแดนที่ตั้งถิ่นฐานได้แก่ บิดาหรือมารดา เป็นคนข้ามชาติ จากการเข้ามาในประเทศนั้นๆ ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม อนึ่งคนข้ามชาติ คือ ผู้ดำรงชีวิตในถิ่นฐานที่ไม่ใช่บ้านเกิดของตนเอง
ซึ่งเมื่อครอบครัวข้ามชาติดังกล่าว ใช้สิทธิก่อตั้งครอบครัว อันเป็นสิทธิมนุษยชนอย่างหนึ่งแล้ว ก็อาจส่งผลถึงบุตรในการได้รับรองสัญชาติจากรัฐ แม้บุตรมีสิทธิในการได้รับรองสัญชาติ ตามกฎหมายสัญชาติซึ่ง ได้บัญญัติถึงการได้รับสัญชาติไทยโดยการเกิดไว้ว่า (๑) ผู้เกิดโดยบิดาหรือมารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทย ไม่ว่าจะเกิดในหรือนอกราชอาณาจักรไทย เป็นไปตามหลักสายโลหิต(๒) ผู้เกิดในราชอาณาจักรไทย ตามหลักดินแดน โดยยกเว้นบุคคลตามมาตรา ๗ ทวิ วรรคหนึ่ง [1]
ดังเช่นตัวอย่างกรณีศึกษาครอบครัวเจดีย์ทอง คือ นายอาทิตย์ เจดีย์ทอง พบรักกับนางสาวแพทริเซีย ในขณะไปทำงานที่ไต้หวันทั้งสองจึงเป็นคนข้ามชาติในไต้หวัน ต่อมาเขาต้องเดินทางกลับไทย เพราะสัญญาจ้างแรงงานของนายอาทิตย์หมดสิ้นสุด แต่นางสาวแพทริเซียยังคงทำงานต่อไปในไต้หวันจนกระทั่งสัญญาแรงงานสิ้นสุดลงในเดือนเมษายน พ.ศ.๒๕๕๒ ในระหว่างเดินทางกลับประเทศมาเลเซีย นางสาวแพทริเซียได้เดินทางเข้ามายังประเทศไทยเพื่อเยี่ยมนายอาทิตย์ โดยได้รับการตรวจลงตรา ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งเป็นวีซ่านักท่องเที่ยวที่มีระยะเวลาอยู่เพียงระยะหนึ่ง ต่อมานายอาทิตย์และนางสาวแพทริเซียได้ตกลงอยู่กินฉันสามีภริยา โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ที่จังหวัดตาก ในประเทศไทย นางสาวแพทริเซียจึงกลายเป็นคนข้ามชาติ
ปัญหาเกิดเมื่อต่อมานางสาวแพทริเซียอยู่เกินกว่าที่วีซ่ากำหนด (Overstay) ซึ่งมีปัญหาคือนอกจากเป็นคนข้ามชาติแล้วยังกลายเป็นคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย จึงได้เข้าไปแสดงตัวเป็นบุคคลที่ไม่มีสถานะบุคคลตามกฎหมายการทะเบียนราษฎร และได้รับการบันทึกในทะเบียนประวัติประเภท ท.ร.๓๘ ก และได้รับการออก บัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนให้ถือเพื่อแสดงตัว และได้เข้าทำงานในฐานะบุคคลไร้สัญชาติ ทั้งที่ในความเป็นจริง นางสาวแพทริเซียไม่ใช่คนไร้สัญชาติ เนื่องจากมีรัฐมาเลเซียรับรองสัญชาติมาเลเซีย รวมถึงมีเอกสารวีซ่ารับรอง ซึ่งการที่นางสาวแพทริเซียได้แสดงตนเป็นคนไร้สัญชาติ และให้รัฐไทยซึ่งรัฐเป็นเจ้าของดินแดนออกเอกสารรับรองให้นั้นแม้จะยังมีสัญชาติมาเลเซียในความเป็นจริงและถูกรับรองในทะเบียนของมาเลเซีย แต่เพราะมีฐานะเป็นคนไร้สัญชาติในรัฐไทย จึงอาจส่งผลให้นางสาวแพทริเซียเสียสิทธิขั้นพื้นฐานอื่นๆ
ต่อมาเมื่อ นายอาทิตย์และนางสาวแพทริเซียมีบุตร 3 คน จึงเกิดเป็นครอบครัวที่มีลักษณะระหว่างประเทศ คือ มีสมาชิกในครอบครัวที่มีความเกี่ยวพันกับประเทศไทย จากหลักดินแดน คือเกิดในประเทศไทยมีบิดาสัญชาติไทยและมาเลเซีย ตามหลักสายโลหิตจากมารดาสัญชาติมาเลเซีย แม้จากกรณีศึกษาบุตรทุกคนได้รับการแจ้งการเกิดและการอยู่ในทะเบียนราษฎรของรัฐไทยโดย เนื่องจากมีบิดาคือ นายอาทิตย์ ผู้มีสัญชาติไทย แต่มิได้รับการแจ้งการเกิดในทะเบียนราษฎรของรัฐมาเลเซีย จึงไม่ได้รับรองสัญชาติมาเลเซียทั้งที่เป็นสิทธิในสัญชาติของตน และปัญหาดังกล่าวอาจก่อปัญหาแก่บุตรทั้ง 3 คือ เด็กควรจะได้รับการรับรองสัญชาติมาเลเซียซึ่งอาจส่งผลถึงประโยชน์ในสิทธิอื่นๆ จากการเป็นคนที่มีสัญชาติมาเลเซียเมื่อเข้าไปทำงานหรือตั้งถิ่นฐานในมาเลเซีย ซึ่งผู้มีสัญชาติย่อมมีสิทธิดีกว่า คนข้ามชาติ
จากปัญหาดังกล่าวนางสาวแพทริเซียควรแสดงตัวว่าเป็นบุคคลสัญชาติมาเลเซีย และขอวีซ่าคู่สมรส[2] เป็นวีซ่าสำหรับผู้สมัครที่ได้จดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย หรือ อยู่กินฉันท์สามีภรรยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสกับผู้ที่มีสิทธิในการสปอนเซอร์ และรวมถึงผู้สมัครและสปอนเซอร์ที่เป็นเพศเดียวกัน
เพราะเข้าแก่กรณีดังกล่าวคือ นางสาวแพทริเซียอยู่กินฉันท์สามีภรรยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสกับนายอาทิตย์บุคคลสัญชาติไทย เพื่อให้นางสาวแพทรีเซียไม่มีปัญหาในการเป็นคนไร้สัญชาติ และเสียสิทธิอื่นๆ รวมถึงบุตรทั้ง 3 ก็จะได้รับรองสัญชาติมาเลเซียเป็นคนสองสัญชาติ ไม่เสียสิทธิทั้งที่มีสิทธิได้รับการรับรองสิทธิ โดยเมื่อพิจารณาจากกรณีดังกล่าวแล้วอาจเป็นความผิดของรัฐไทยที่ไม่ตรวจสอบให้ดีก่อนว่านางสาวแพทริเซียเป็นคนมีสัญชาติมาเลเซียตามวีซ่า แต่ปัญหาดังกล่าวก็เกิดจากความไม่รู้กฎหมายของ เจ้าของปัญหาคือ ครอบครัวข้ามชาติที่แก้ไขปัญหาไม่ถูกวิธีจนเกิดปัญหาการละเมิดสิทธิของนางสาวแพทริเซียและบุตรทั้ง 3
เขียน: 29 เม.ย. 2014
[1] การมีสัญชาติไทยตามหลักดินแดน (Jus soli). (ออนไลน์). แหล่งที่มา :http://www.gotoknow.org/posts/253242. 28 เมษายน 2557
[2] วีซ่าเพื่อย้ายถิ่นฐานของคู่สมรส/คู่หมั้น/ผู้มีความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยา/คู่ครองเพศเดียวกัน. (ออนไลน์). แหล่งที่มา :http://vfs-au.net/Thai/partner.html.. 28 เมษายน 2557.