ผู้ประกอบธุรกิจต้องคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนด้วยหรือ?

         สิทธิมนุษยชน (Human Right) หมายถึง สิทธิที่มนุษย์ทุกคนมีความเท่าเทียมกัน มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลที่ได้รับการรับรอง ทั้งความคิดและการกระทำที่ไม่มีการล่วงละเมิดได้ โดยได้รับการ คุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และสนธิสัญญาระหว่างประเทศ

         หลักการสำคัญที่สุดของสิทธิมนุษยชน คือ มนุษย์ทุกคนมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ได้รับรองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไว้ และกำหนดให้รัฐบาล ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐดำเนินการปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชนทุกคน

         ในปัจจุบัน ระบบทุนนิยมหรือธุรกิจภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทในสังคมอย่างมาก โดยส่งผลต่อสังคม วัฒนธรรมและทัศนคติต่อประชาชนหรือผู้บริโภค และในบางครั้งก็พบได้ว่าผู้ประกอบธุรกิจบางรายได้มีละเมิดสิทธิมนุษยชนอันเป็นสิทธิเสรีภาพ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่ได้รับการคุ้มครองตาม ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และรัฐธรรมนูญ หรือ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522

         ดังนั้นการคุ้มครองผู้บริโภคนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบธุรกิจต้องตระหนักและคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน เพราะการบริโภคเกิดขึ้นในทุกวันและทุกเวลา และเกิดขึ้นกับทุกๆคนในรัฐถ้าหากว่าสิทธิของผู้บริโภคได้ถูกละเมิด ก็จะกระทบต่อสิทธิมนุษยชนในด้านอื่นๆ อย่างไรก็ตามก็ยังพบถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้ประกอบธุรกิจต่อผู้บริโภคดังต่อไปนี้

         การที่ผู้ประกอบธุรกิจไม่ดูและคุณภาพสินค้า ดังเช่น การบริการสินค้าทางด้านอาหารที่ไม่มีความปลอดภัยหรือไม่ถูกสุขลักษณะ ส่งผลต่อผู้บริโภคเพราะเมื่อรับประทานไปแล้วจึงเกิดอันตรายต่อร่างกายของผู้บริโภค หรือการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐานก็จะเป็นอันตรายต่อผิวของผู้บริโภค เป็นต้น ตัวอย่างเหล่านี้ล้วนนำมาสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนในด้านอื่นคือความปลอดภัยในชีวิตและการมีสุขภาพที่ดีของบุคคล

         สื่อสารมวลชนย่อมส่งผลต่อความคิดและปลูกฝังทัศนคติต่างๆให้แก่ผู้บริโภคซึ่งมีผู้ประกอบธุรกิจบางรายได้มีการโฆษณาที่มีลักษณะการปลูกฝังทัศนคติหรือความคิดอย่างผิดๆ ดังเช่น การโฆษณาเหยียดสีผิว ที่ให้คนที่มีผิวขาวได้รับทุนการศึกษา และคนผิวคล้ำไม่ได้รับทุนการศึกษา ซึ่งมีลักษณะการเหยียดสีผิว หรือโฆษณาที่ ดื่มกลูต้าและขาวโดย
นำชาติพันธุ์เข้ามาเกี่ยวข้อง นอกจากจะเป็นการเหยียดสิผิวแล้วยังส่อถึงการเหยียดชาติพันธุ์อีกด้วย

         การโฆษณาไม่จำเป็นต้องมีการเปรียบเทียบสีผิวในลักษณะเหยียดแต่อาจมีการโฆษณาได้หลายรูปแบบที่ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ดังเช่นการเปรียบเทียบสีผิวของคนๆเดียวกันที่มีลักษณะขาวขึ้นเรื่อยๆตามเฉดสีของคนนั้น

        จะเห็นได้ว่า ผู้ประกอบธุรกิจในประเทศไทยยังไม่ตระหนักและคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนมากนักขณะที่ประเทศอื่นๆให้ความสำคัญต่อสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ดังนั้นผู้ประกอบธุรกิจควรมีการเคารพสิทธิสิทธิเสรีภาพ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน

http://kittayaporn28.wordpress.com

http://www.l3nr.org/posts/535469

http://www.manager.co.th/daily/ViewNews.aspx?NewsID=9560000132492

http://pantip.com/topic/30439107