ทุกวันนี้ พวกนักวิจัย ชอบขายผลวิจัยให้บริษัทปุ๋ยยา นำผลการวิจัยหลายๆ อย่าง ไปแปรเป็นผลิตภัณฑ์ปุ๋ย และสารเคมี ออกมาจำหน่าย โดยเน้นว่าเพื่อจะบำรุงพัฒนาการของลำไยในระยะต่างๆ ให้ได้ผลผลิตที่ดี // จึงทำให้เกษตรกรต้องจ่ายเงินเพื่อพัฒนาลำไยไปตลอด โดยที่ไม่ได้รับความรู้อะไรเพิ่มเติม นอกจากชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อของบริษัทผู้ผลิต

ลำไย : ชุมชนคนสนใจเรื่องลำไย ถามตอบ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น

https://www.facebook.com/groups/www.longankipqew/

หรือ

http://www.gotoknow.org/dashboard/home/#/posts/545415/edit

สาวน้อยใจดี นู๋ยุ้ยแก้มตุ่ย

https://www.facebook.com/profile.php?id=100000397078840

สวัสดีค่ะ

ห่างหายไปอีกแล้ว พอดีช่วงนี้มีการจัดงานสัมมนา และต้องติดตามคณะวิทยากร ไปให้การอบรมเรื่องชันโรง หลายท้องที่ จึงทำให้ไม่ค่อยได้เข้ามาเขียนบันทึก

วันนี้ได้ตอบคำถามที่เกษตรกรผู้ปลูกลำไยบางท่าน ได้สอบถามมาถึงวิธีการทำลำไย ให้ได้ผลผลิตที่มีขนาดใหญ่

จึงขอนำหลักการ ตามความเข้าใจอันน้อยนิด มาแชร์กัน..ค่ะ

สาวน้อยใจดี นู๋ยุ้ยแก้มตุ่ยลำไย กิ๊่บ..กิ๊ววว... กับสาวน้อยใจดี

16 มีนาคม

ลำไยช่อ รุ่นล่าสุดของยุ้ย ทำไซค์เบอร์ 1 (จัมโบ้) พวงละหว่าง 30-40 ลูก

ในภาพเพิ่ง 5 เดือนครึ่ง ลูกขนาดเหรียญเท่า 10.-แล้ว

ยังมีเวลาพัฒนาคุณภาพอีกประมาณ 1 เดือน ก่อนเก็บขาย...ค่ะ

ณรงค์ฤทธิ์ พ่วงเจริญ

มีสูตรพิเศษอะไรมั้ยครับ

16 มีนาคม เวลา 6:53 น.

ปิยวรรณ วินิจชัยนันท์

ใหญ่จริงๆเลย

16 มีนาคม เวลา 7:29 น.

ปิยวรรณ วินิจชัยนันท์

ผ่านหนาวมาได้ไง

16 มีนาคม เวลา 7:30 น.

Poolkiat Poolkasisri

ของอา5เดือนครึ่งเท่าเหรียญ5

16 มีนาคม เวลา 8:40 น.

.

สาวน้อยใจดี นู๋ยุ้ยแก้มตุ่ย

ตอบทุกๆ คำถามของทุกๆ คน..ค่ะ

ขอเพียงเรียนรู้ และเข้าใจวิชาหลักพืชศาสตร์ วิชาธาตุอาหารพืช วิชาการจัดการไม้ผลนอกฤดู โดยนำมาสังเกต และประยุกต์ใช้ในการทำสวนของตนเอง เชื่อว่าทุกคน สามารถทำได้...ค่ะ

8 นาที

ประเดิมศักดิ์ รัตนพรหม

ผมสงสัยเหมือนกันครับถ้าเจออากาศหนาวแบบทางเหนือจะเป็นอย่างไร ขนาดผมบำรุงเต็มที่ยังไม่เท่าของน้องเลย

16 มีนาคม เวลา 13:07 น.

.

สาวน้อยใจดี นู๋ยุ้ยแก้มตุ่ย

ถ้ากระทบอากาศหนาว แล้วปล่อยลำไยไปตามธรรมชาติเฉยๆ เขาก็จะเฉยๆ ไปตามธรรมชาติ ชลอการเจริญเติบโต

การบำรุงตามปกติ โดยการให้ปุ๋ย ให้ยาเหมือนวิสัยปกติในการทำลำไย จึงไม่ใช่การกระตุ้น..ค่ะ

เปลืองปุ๋ย ยา อีกทั้งยังทำให้สภาพดินเกิดความเป็นกรด

เกิดแรงยึดเหนี่ยวของโมเลกุลของเนื้อดิน ทำให้ดินแน่น น้ำซึมผ่านได้ยาก

ออกซิเจนมีน้อย ดินแห้งแข็ง แตก ทำให้รากบริเวณผิวดินด้านบนฉีกขาด จึงทำให้รากไม่สามารถดูดธาตุอาหารได้ กระบวนการเมทาบอลิซึม เพื่อการเจริญเติบโตก็จะลดลง ต้นไม้จึงแสดงออกให้เราเห็นว่า การเจริญเติบโตทุกๆ อย่าง หยุดนิ่ง เฉยๆ)

ปุ๋ยบางชนิดที่ให้ไป ก็จะทำให้มีเหลือมากเกิน ในที่สุดปุ๋ยเหล่านั้น ก็จะกลายเป็นอาหารของเชื้อรา

เมื่อเชื้อราได้รับอุณหภูมิ และความชื้นที่เหมาะสม อันจะก่อปัญหาโรคในผลไม้

ทำให้เกษตรกรต้องเสียเวลาเสียเงินซื้อหาสารเคมีมากำจัดเชื้อราเหล่านั้นในช่วงฤดูกาลถัดๆ ไป...ค่ะ

50 นาที

.

สาวน้อยใจดี นู๋ยุ้ยแก้มตุ่ย

ขอขยายความ

ยุ้ยเน้นเสมอว่า หากเกษตรกรได้มีโอกาสเรียนรู้ และเข้าใจในเรื่องธาตุอาหารพืช เรื่องสรีรวิทยาของไม้ผล และอื่นๆ ที่จำเป็น เกษตรกรก็จะสามารถใช้โอกาสนี้ เพิ่มคุณภาพผลผลิตได้..ค่ะ

ทุกวันนี้ พวกนักวิจัย ชอบขายผลวิจัยให้บริษัทปุ๋ยยา นำผลการวิจัยหลายๆ อย่าง ไปแปรเป็นผลิตภัณฑ์ปุ๋ย และสารเคมี ออกมาจำหน่าย โดยเน้นว่าเพื่อจะบำรุงพัฒนาการของลำไยในระยะต่างๆ ให้ได้ผลผลิตที่ดี

จึงทำให้เกษตรกรต้องจ่ายเงินเพื่อพัฒนาลำไยไปตลอด โดยที่ไม่ได้รับความรู้อะไรเพิ่มเติม นอกจากชื่อผลิตภัณฑ์ และชื่อของบริษัทผู้ผลิต

ทั้งๆ ที่ภายในขวดเดียวกันนั้น มีธาตุอาหารที่แตกต่างกันไม่มาก แต่บริษัทกลับสามารถสร้างความกลัว และขายยาเพื่อคลายความกลัวให้กับเกษตกรได้ตลอด (สร้างเรื่องให้เกิดความหวาดกลัวว่า ลำไยช่วงนี้ถ้าไม่ใช้ยาตัวนี้ จะทำให้ลำไยชงัก หรือสูญเสียได้ เกษตรกรก็กลัว จึงต้องซื้อไปใช้เพื่อความสบายใจ และเกิดความมั่นใจ)

แต่หากวันใดเกษตรกรมีความรู้ ความเข้าใจในเชิงวิชาการ ก็จะไม่ต้องมาใช้ปุ๋ย ใช้ยาซ้ำซ้อน เหมือนทุกๆ วันนี้..ค่ะ

17 นาที

.

สาวน้อยใจดี นู๋ยุ้ยแก้มตุ่ย

ขอกลับมาขยายความเรื่องการเติบโตของผลไม้อีกสักนิด

ปกติผลไม้ทุกประเภท ถ้าเข้าช่วงฤดูหนาว ก็จะชลอกระบวนการเมทาบอลิซึม ด้วยการลดการคายน้ำ จึงทำให้กระบวนการสร้างแป้งและน้ำตาล รวมไปถึงการสร้างเอทิลีน (ฮอร์โมนเร่งการสุก)

ให้เกษตรกรอาศัยช่วงนี้ ในการสร้างเซลล์เนื้อเยื้อ ของเปลือก และเนื้อของผลไม้ โดยให้ธาตุอาหารที่เหมาะสมสำหรับการ กระตุ้นให้เกิดกระบวนการเมทาบอลิซึม

เพื่อให้เกิดการสร้างสารอาหาร และส่งต่อไปยังซิงค์ ซึ่งสารอาหารเหล่านี้ ส่วนหนึ่งจะถูกนำไปเก็บไว้ยังผลไม้ โดยจะเปลี่ยนไปเป็นเปลือก และเนื้อของลำไย ทำให้เราได้ลูกลำไยที่มีขนาดใหญ่ขึ้น..ค่ะ

13 นาที

.

สาวน้อยใจดี นู๋ยุ้ยแก้มตุ่ย

สภาวะเช่นนี้จะทำได้ดี เฉพาะช่วงที่ลำไยอยู่ในช่วงการสร้างเนื้อ ขยายผล ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยช่วงที่อุณหภูมิต่ำ แดดจัด แต่ผิวหน้าดินต้องมีความชื้นสูงเท่านั้น

ซึ่งสภาวะดังกล่าวจะไม่ตรงกับสภาพที่เกิดขึ้นทางภาคเหนือ เพราะลำไยจะสร้างเนื้อ และขยายตัวในช่วงฤดูร้อน

ซึ่งการอาศัยเทคนิคการขยายผลให้มีขนาดใหญ่ขึ้น จะทำได้ยากกว่าภาคตะวันออก ซึ่งมีอากาศเย็นในช่วงเดือนพฤศจิกายน - กุมภาพันธุ์ พอดี

เหมาะกับการขยายขนาดของผลลำไย และเก็บขายตรงกับช่วงเทศกาลปีใหม่ และตรุษจีนพอดี..ค่ะ

12 นาที

.

อย่างไรก็ตาม ที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเพียงหลักการกว้างๆ เท่านั้น

ส่วนเทคนิคการดูแล การใส่ฮอร์โมน ปุ๋ย หรือสารเคมี ต่างๆ ขึ้นกับบริบทของสวนในแต่ละท้องถิ่น ความรู้ และประสบการณ์ของผู้ทำลำไย เพื่อให้ได้ผลผลิตขนาดใหญ่ ซึ่งเกษตรกรแต่ละท่านก็จะมีเทคนิคที่แตกต่างกันไป

จะเป็นประโยชน์มาก หากแต่ละท่านช่วยกันนำความรู้ และประสบการณ์ มาแชร์กัน เพื่อพัฒนาคุณภาพของผลผลิตลำไยของประเทศไทย จะยังคงครองอันดับหนึ่งในเรื่องของคุณภาพ และปริมาณการส่งออกลำไย...ค่ะ

.

ในความคิดของยุ้ย "สูตรพิเศษ" ทุกๆ ประเภท ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง "การปลูกลำไย การดูแลลำไย การชักนำให้ออกดอก การดูแลลำไยให้ติดผล และการขยายขนาดของผลลำไย...นั้น ไม่เคยมีหรอก..ค่ะ เพราะบริบทของสวนไม่เหมือนกัน สวนติดกันยังไม่เหมือนกันเลย เพราะความรู้ความเข้าใจในเชิงวิชาการ ประสบการณ์ นิสัยการดูแลของเจ้าของสวน หรือคนงานที่ดูแลสวน ก็ไม่เหมือนกัน ฯลฯ

รวมไปถึง การนำสูตรที่ว่าพิเศษ ซึ่งอ้างว่าได้มาจากนักวิชาการ ท่านนั้น ท่านนี้ หรือเกษตรกรที่นำมาเสนอ "ไปปรับเปลี่ยน" ตามความคิด ตามความอยากของตนเอง โดยเพิ่มเติมสารฯ ต่างๆ หรือเปลี่ยนวิธีการต่างๆ ไปจากคำแนะนำเดิม

เหล่านี้ล้วนเป็นตัวแปรที่จะทำให้ "สูตรพิเศษ" กลายเป็น "สูตรทำลาย" ได้

แต่พอเปลี่ยนนิด เปลี่ยนหน่อยแล้ว...ได้ผลดีก็บอกว่า "เป็นสูตรของตนเอง" แต่พอทำไม่สำเร็จ หรือเกิดความเสียหายขึ้นมา ก็ "โทษเจ้าของสูตร" แต่ไม่เคยที่คิดจะ "โทษตัวเอง" บ้างเลย...จริงๆ

.

ทราบมาว่า "นักวิชาการที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ" ระดับอาจารย์จากมหาวิทยาลัยดังๆ หลายๆ ท่าน ปัจจุบัน ไม่สามารถเข้าเขตพื้นที่การปลูกลำไยในหลายๆ ท้องที่ได้ ก็เพราะเกษตรกรนำคำแนะนำ ไปใช้ผิดวิธีการ และกลับไปกล่าวโทษนักวิชาการเหล่านั้น...ค่ะ

.

สักวัน มีโอกาสเป็นนักวิชาการเกษตร... จะโดนแบบนี้ไหม

"ก็ไม่รู้...สินะ"