การนำแนวคิดเรื่องศาสนาจริยธรรมและวัฒนธรรมของพระพรหมคุณาภรณ์(ป.อ. ปยุตโต)มาประยุกต์ใช้ในการเสริมสร้างเสาหลักประชาสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน


การนำแนวคิดเรื่องศาสนาจริยธรรมและวัฒนธรรมของพระพรหมคุณาภรณ์(ป.อ. ปยุตโต)มาประยุกต์ใช้ในการเสริมสร้างเสาหลักประชาสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน

อาจารย์วรากรณ์ พูลสวัสดิ์

บทคัดย่อ

                      อาเซียนได้ตั้งเป้าเป็น ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) คือการให้อาเซียนรวมตัวเป็นชุมชนหรือประชาคมเดียวกันให้สำเร็จภายในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยมุ่งหวังเป็นประชาคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง มีสังคมที่เอื้ออาทรและแบ่งปัน ประชากรอาเซียนมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีและมีการพัฒนาในทุกด้าน เสาหลักที่สำคัญในการสร้างสรรค์ประชาคมอาเซียนให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขคือ เสาประชาสังคมและวัฒนธรรมโดยเฉพาะด้านวัฒนธรรมนั้นจะต้องเน้น เคารพในความหลากหลาย และอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมอันเป็นอัตลักษณ์สำคัญของอาเซียน แนวคิดเรื่องการสร้างประชาสังคมวัฒนธรรมอาเซียนมีความสอดคล้องกับแนวคิดของพระพรหมคุณาภรณ์(ป.อ. ปยุตโต)ซึ่งท่านเสนอแนวคิดในการสร้างประชาสังคมที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขนั้นจะต้องนำแนวคิดเรื่องความเสมอและสมานมาเป็นแนวคิดหลักในการสร้างสรรค์สังคมเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขซึ่งเราสามารถนำแนวคิดของท่านมาประยุกต์ใช้เพื่อการเสริมสร้างเสาหลักประชาสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนได้เป็นอย่างดี

คำสำคัญ : ศาสนาจริยธรรมและวัฒนาธรรม ประชาสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน

บทนำ

ที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๙ ปี ๒๕๔๖ ที่บาหลี ผู้นำประเทศอาเซียน เห็นชอบให้จัดตั้งประชาคมอาเซียน ซึ่งประกอบด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่ ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน โดยมีวัตถุประสงค์หลัก ได้แก่ ๑) การสร้างประชาคมแห่งสังคมที่เอื้ออาทร ๒) แก้ไขผลกระทบต่อสังคมอันเนื่องมาจากการรวมตัวทางเศรษฐกิจ ๓) ส่งเสริมความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและการจัดการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้อง ๔) ส่งเสริมความเข้าใจระหว่างประชาชนในระดับรากหญ้า การเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม รวมทั้งรับรู้ข่าวสารเพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงเอกลักษณ์อาเซียน (ASEAN Identity)(http://xn--42cle0dg2bid7g0axd4b6k.net/pillar3-social/)การเกิดขึ้นของประชาคมอาเซียนได้ความสนใจอย่างกว้างขวาง และรัฐบาลทุกประเทศที่เป็นสมาชิกของประชาคมอาเซียนได้ให้ความสำคัญในการสร้างความรู้และความเข้าใจแก่ประชาชนเพื่อเตรียมความพร้อมทุกด้านในการมุ่งสู้เป้าหมายภายในปี ๒๕๕๘ โดยมีเสาหลักที่สำคัญคือ ๑. ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (Asean EconomicCommunity:AEC)มุ่งให้เกิดการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจ และการอำนวยความสะดวกในการติดต่อค้าขายระหว่างกัน อันจะทำให้ภูมิภาคมีความเจริญมั่งคั่ง และสามารถแข่งขันกับภูมิภาคอื่นๆ ได้เพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชนในประเทศอาเซียน ๒. ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (Socio-CulturalPillar)เพื่อให้ประชาชนแต่ละประเทศอาเซียนอยู่ร่วมกันภายใต้แนวคิดสังคมที่เอื้ออาทร มีสวัสดิการทางสังคมที่ดี และมีความมั่นคงทางสังคม ๓. ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (Political and SecurityPillar)มุ่งให้ประเทศในภูมิภาคอยู่ร่วมกันอย่างสันติ มีระบบแก้ไขความขัดแย้ง ระหว่างกันได้ด้วยดี มีเสถียรภาพอย่างรอบด้าน มีกรอบความร่วมมือเพื่อรับมือกับภัยคุกคามความมั่นคงทั้งรูปแบบเดิมและรูปแบบใหม่ๆ เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยและมั่นคง พร้อมกันนั้นได้มีกำหนดคำขวัญเพื่อสร้างมุ่งมั่นไปสู่จุดมุ่งหมายเดียวกันว่า  “ One Vision, One Identity, One Community.” หนึ่งวิสัยทัศน์   หนึ่งอัตลักษณ์   หนึ่งประชาคม อย่างไรก็ตามเป้าของประชาคมอาเซียนจะบรรลุผลได้นั้นต้องอาศัยเหตุปัจจัยสนับสนุนหลายประการโดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของประชาชนในประชาคมอาเซียนซึ่งมีความแตกต่างหลากหลายในทางเชื้อชาติ วัฒนธรรม ภาษา ศาสนาและประเพณีวิถีชีวิต การยอมรับในความแตกต่าง ความหลากหลายทางวัฒนธรรมแต่สามารถรวมใจเป็นหนึ่งเดียวกันได้จึงเป็นงานสำคัญที่จะต้องเร่งสร้างด้วยเหตุนี้ เสาหลักที่สองคือประชาสังคมและวัฒนธรรมเซียนจึงเป็นเสาหลักที่สำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาคมอาเซียน การสร้างเสาหลักนี้ให้เข้มแข้งต้องมีแนวคิดที่สำคัญเป็นเข็มทิศชี้ทาง ในบทความนี้จึงพยายามที่จะศึกษาแนวความคิดของพระพรหมคุณาภรณ์(ป.อ. ปยุตโต)เรื่องศาสนา จริยธรรมและวัฒนธรรมในการสร้างความเข้มแข็งมั่นคงให้กับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

แนวคิดทางศาสนาในการสร้างประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

                ในการสร้างประชาคมอาเซียนนั้น เสาหลักที่สำคัญของประชาคมอาเซียนคือประชาสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ศาสนาเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความเป็นหนึ่งเดียวและในขณะเดียวกันศาสนาอาจเป็นอุปสรรคสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจได้เช่นกัน ด้วยเหตุนี้หากนำแนวคิดของพระพรหมคุณาภรณ์(ป.อ. ปยุตโต)ในเรื่องศาสนามาประยุกต์ใช้ในการสร้างประชาสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนพบว่าศาสนามีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าศาสนามีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์สังคมให้สันติสุขและเป็นที่พึ่งทางใจของประชาชนในสังคม มนุษย์ในสังคมควรมีเสรีภาพในการนับถือศาสนาและลัทธิความเชื่อ แต่ศาสนาหรือลัทธิความเชื่อนั้นจะต้องมีรากฐานความคิดที่ทำให้มนุษย์ในสังคมมองเห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ไม่มองมนุษย์แบบแบ่งแยกให้แตกต่าง แต่ให้มองแบบประสานที่จะอยู่ร่วมกันด้วยดี ศาสนามีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาทางความคิดและจิตใจของมนุษย์ในสังคมและในโลก ปัญหาของโลกที่สำคัญในปัจจุบัน เกิดมาจากรากฐานคือ ทิฎฐิ ศาสนามีหน้าที่สำคัญที่จะต้องแก้ไขทิฎฐิ ดังท่านกล่าวว่า “ ทิฎฐินี้เป็นเรื่องของศาสนาโดยตรง ตัวศาสนาเองก็เป็นเรื่องของทิฎฐิ เมื่อศาสนาจะช่วยโลกให้แก้ปัญหา ศาสนาเองจะต้องเป็นทิฎฐิที่ดีหรือเป็นตัวเอื้ออำนวยให้เกิดทิฎฐิที่ถูกต้องที่จำเนินไปสู่การแก้ปัญหาของโลกโดยตัวเองจะต้องไม่ไปสั่งสอนหรือไปหนุนทิฎฐิที่ผิด”(พระธรรมปิฏก (ป.อ. ปยุตโต),๒๕๔๐,หน้า ๑๔) ด้วยเหตุนี้ในการสร้างเสาหลักประชาสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน จุดสำคัญที่ศาสนาจะต้องสำรวจคือ “ ศาสนาของเราสอนให้มองมนุษย์อื่นหรือคนพวกอื่น ตลอดจนคนที่นับถือศาสนาอื่นอย่างไร ให้มองอย่างยอมรับและเคารพกันในภาวะและฐานะที่เสมอและโน้มน้อมไปในทางที่จะอยู่ร่วมกันหรือมองในแง่ที่จะแบ่งแยก ไม่ยอมรับ ไม่เคารพ ไม่เห็นคุณค่าของกันและกัน จะตลอดจนจะต้องไปพิชิตหรือมองผู้อื่นเป็นคนบาปเป็นที่จะต้องกำจัด” (พระธรรมปิฏก (ป.อ. ปยุตโต),๒๕๔๐,หน้า ๑๗) ถ้าศาสนาสอนให้มองแบบแบ่งแยก ศาสนาจะต้องทบทวนบทบาทของตนให้ลึกลงไปถึงรากฐานความคิดที่เป็นทิฎฐิของตน “เพราะบทบาทที่แสดงออกนั้นจะเป็นไปด้วยดีก็ต้องมีทิฏฐิที่ถูกต้องเป็นฐานให้ ศาสนาจะต้องสอนให้มนุษย์นั้นมองมนุษย์พวกอื่นในภาวะและฐานะที่เสมอกันกับตน ยอมรับและเคารพกันและให้มองด้วยท่าทีของการที่จะอยู่ร่วมกันคือมีความเสมอและสมาน” (พระธรรมปิฏก (ป.อ. ปยุตโต),๒๕๔๐,หน้า ๑๙)

                เสมอ คือ เท่าเทียมกันและสมานคือร่วมกัน และถ้ามองในแง่บวกอย่างนั้นยังไม่ได้อย่างน้อยในแง่ลบต้องถือว่าการทำลายชีวิตมนุษย์ คือ ฆ่าคนแล้วบาปทั้งสิ้น ไม่ว่าฆ่ามนุษย์พวกไหนกลุ่มใด ศาสนาจะต้องถือหลักนี้เป็นพื้นฐานไว้ก่อน เมื่อยังไม่สามารถมีคุณธรรมแง่บวกได้(พระธรรมปิฏก (ป.อ. ปยุตโต),๒๕๔๐,หน้า ๑๙) ดังนั้นในการนำแนวคิดเรื่องศาสนาของพระพรหมคุณาภรณ์(ป.อ. ปยุตโต)มาประยุกต์ใช้ในการสร้างเสาหลักประชาสังคมวัฒนธรรมอาเซียน ศาสนาจะต้องสอนให้มนุษย์มองความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วยกันอย่างถูกต้องคือ จะต้องมองมนุษย์เป็นเพื่อนมนุษย์ เป็นเพื่อนร่วมโลก เป็นผู้เสมอกันต่อกฎธรรมชาติ ศาสนามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประชาสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ศาสนาจะต้องมีบทบาทในการอบรมสั่งสอนให้มนุษย์มีความเห็นที่ถูกต้องโดยเฉพาะความเห็นเกี่ยวกับเพื่อมนุษย์และสรรพสัตว์ที่ดำรงอยู่ร่วมกันในสังคม ศาสนาทุกศาสนาจะต้องสอนให้มนุษย์มีความเมตตาต่อกัน แม้ว่าจะนับถือศาสนาหรือลัทธิความเชื่อต่างกันแต่ก็มองเห็นคุณค่าของกันและกัน

                ในการสร้างประชาสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนหากนำแนวคิดเรื่องศาสนาของพระพรหมคุณาภรณ์มาประยุกต์ใช้ศาสนาทุกศาสนาจะต้องถือหลักหรือยอมรับความเป็นสากลร่วมกัน ๓ ประการดังต่อไปนี้((พระธรรมปิฏก (ป.อ. ปยุตโต),๒๕๓๙,หน้า ๒)

๑)     ความจริงที่เป็นสากล เช่นเมื่อสอนว่า การทำดีเป็นเหตุให้ไปสวรรค์ การทำชั่วเป็นเหตุให้ไปนรก ก็ต้องเป็นความจริงสำหรับมนุษย์ทุกคนทุกหนทุกแห่งไม่ว่าจะนับถือลัทธิศาสนาใด ไม่ใช่จริงสำหรับผู้นับถือศาสนานี้ แต่ไม่จริงสำหรับผู้นับถือศาสนาอื่น

๒)    ความเป็นมนุษย์ที่เป็นสากล คือ ถือว่ามนุษย์ทุกคนทุกหนทุกแห่งไม่ว่านับถือศาสนาไหนก็เป็นมนุษย์เสมอเหมือนกัน การฆ่ามนุษย์เป็นบาปไม่ดีทั้งนั้น ไม่ใช่สอนว่ามนุษย์ที่นับถืออย่างนี้เป็นมนุษย์ของฉันห้ามข้า แต่มนุษย์ที่ไม่ถืออย่างฉันฆ่าได้ไม่บาป

๓)    เมตตาที่เป็นสากล คือ จะต้องสอนให้รักใคร่ มีไมตรีต่อมนุษย์ทุกคนโดยไม่จำกัดว่าเป็นกลุ่มไหนพวกใด นับถือศาสนาใด ไม่ใช่ให้เมตตารักคนพวกนี้ กลุ่มนี้ นับถือศาสนานี้แต่ให้เกลียดชังคนพวกอื่น นับถืออย่างอื่น

หากทุกศาสนายอมรับหลักสากลทั้งสามประการนี้ร่วมกัน ศาสนาจะมีบทบาทที่สำคัญยิ่งในการแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคมและในโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสร้างความเข้มแข็งของประชาสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ดังนั้นแม้ว่าจะมีศาสนาและลัทธิความเชื่อที่หลากหลายแต่ศาสนาและลัทธิทั้งหลายก็ถือหลักสากลร่วมกันที่จะประสานความขัดแย้งแตกแยกในสังคมได้

แนวคิดทางด้านจริยธรรมในการสร้างประชาคมอาเซียน

                ในการสร้างความเข้มแข็งให้กับเสาหลักประชาสังคมเศรษฐกิจอาเซียนนั้นนอกจากศาสนาแล้วระบบจริยธรรมก็มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ตามทัศนะของพระพรหมคุณาภรณ์ การศึกษา ศาสนาและจริยธรรมมีความสัมพันธ์กันเพราะสิ่งทั้งสามนี้เป็นวิถีการดำเนินชีวิตของมนุษย์และมีอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคนตลอดเวลา มนุษย์จะต้องพัฒนาจริยธรรมให้เจริญขึ้นในตัวเองให้ได้ ดังท่านกล่าวว่า “จริยธรรมคือ การนำเอาศาสนา สาระแห่งสัจธรรมมาใช้ประโยชน์ในการดำรงอยู่หรือการดำเนินชีวิตของมนุษย์” (พระเทพเวที(ประยุทธ์ ปยุตโต),๒๕๓๒, หน้า ๓๔) และคำว่าจริยธรรมตามทัศนะของพระพรหมคุณาภรณ์นั้น ท่านเห็นว่ามีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์มากเพราะจริยธรรมในความหมายของพระพรหมคุณาภรณ์คือ “หลักการดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องและจริยศึกษาคือ การฝึกฝนพัฒนาคนให้รู้จักดำเนินชีวิตหรือเป็นอยู่อย่างถูกต้อง เมื่อดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องผลที่จะตามมาก็คือ ความสุข” (พระเทพเวที(ประยุทธ์ ปยุตโต),๒๕๓๒, หน้า ๑๐๕) จากความหมายนี้จริยธรรมจึ้งสัมพันธ์กับการศึกษา เพราะทั้งจริยธรรมและการศึกษาเป็นการฝึกฝนชี้แนะพัฒนาให้มนุษย์ดำเนินชีวิตให้ถูกต้องและสมบูรณ์ คนที่มีชีวิตที่ถูกต้องสมบูรณ์คือ คนที่มีจริยธรรมและคนจะมีจริยธรรมได้จะต้องมีการศึกษา ดังนั้นการศึกษากับจริยธรรมจึงสัมพันธ์กันดังพระพรหมคุณาภรณ์กล่าวว่า “ จริยะนี้ก็เป็นเนื้อเป็นตัวที่แท้จริงของการศึกษาที่อยู่ข้างในทั้งหมด” (พระเทพเวที(ประยุทธ์ ปยุตโต),๒๕๓๒, หน้า ๖๖) การมีจริยธรรมคือการที่มนุษย์ปฏิบัติต่อชีวิต สังคม ธรรมชาติแวดล้อมและเทคโนโลยีหรือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นถูกต้องและอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ดังนั้น ระบบจริยธรรมที่สมบูรณ์ตามทัศนะของพระพรหมคุณาภรณ์เป็นระบบจริยธรรมที่เกิดจากปัญญาที่เข้าถึงความจริงของธรรมชาติหรือสัจธรรมและนำความรู้ในสัจธรรมนั้นมาปฏิบัติในการดำเนินชีวิตให้มีความประสานกลมกลืนและเกื้อกูลต่อชีวิต สังคม และธรรมชาติแวดล้อม เป็นระบบจริยธรรมที่มีฐานมาจากปัญญาและอิสระภาพภายในจิตใจของมนุษย์ซึ่งทำให้มนุษย์ในสังคมมีเมตตาไมตรีต่อกัน

                ระบบจริยธรรมตามทานะของพระพรหมคุณาภรณ์นั้น เป็นระบบที่พัฒนาความสุขของมนุษย์ด้วย กล่าวคือ เมื่อมนุษย์ในสังคมได้รับการพัฒนาทางจริยธรรมมากขึ้น มนุษย์ก็จะมีช่องทางในการมีความสุขมากขึ้น โดยมนุษย์หลุดพ้นจากความสุขขั้นพื้นฐาน คือ ความสุขจากวัตถุมามีความสุขทางจิตใจและปัญญา ทำให้มีมิติของความสุขที่หลากหลายเพราะนอกจากมนุษย์จะมีความสุขจากการได้แล้วระบบจริยธรรมตามทัศนะของพระพรหมคุณาภรณ์จะต้องพัฒนาให้มนุษย์มีความสุขจากการให้ด้วย ความหมายของความสุขในสังคมจึงเปลี่ยนไปแลดมนุษย์ในสังคมจะมีความสุขได้ง่ายขึ้น ดังท่านกล่าวว่า

                มนุษย์เมื่อพัฒนาความสามารถที่จะมีความสุข เขาก็จะมีความสุขง่ายขึ้นและความสุขของเขาก็ขึ้นต่อวัตถุน้อยลง เมื่อเขาหาวัตถุได้มากขึ้น วัตถุนั้นเกินจำเป็นที่จะทำให้เขามีความสุข เขาก็จะเอาไปเจือจานกับเพื่อนมนุษย์ได้ แล้วเขาก็จะมีความสุขจากการให้อีกด้วย ก็เลยยิ่งมีความสุขมากด้วย เพราะฉะนั้นในการพัฒนามนุษย์ที่ถูกต้อง จะต้องมีการประสานกลมกลืนกันขององค์ประกอบทุกอย่าง เช่น พฤติกรรม คุณธรรมและความสุข เป็นต้น มนุษย์จะต้องพัฒนาตนเองและสังคมที่ดีขึ้น อยู่ร่วมกันกับสิ่งแวดล้อมด้วยดีโดยที่ชีวิตมีความสุขขึ้นด้วย (พระเทพเวที(ประยุทธ์ ปยุตโต),๒๕๔๒, หน้า ๙๕)

                ดังนั้นในการสร้างความเข้มแข็งให้กับเสาหลักของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนด้านประชาสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนด้วยการพัฒนาจริยธรรมของประชาชนพลเมืองอาเซียนโดยนำแนวคิดเกี่ยวกับระบบจริยธรรมตามทัศนะของพระพรหมคุณาภรณ์มาประยุกต์ใช้เพื่อทำประชาชนมีความสุขได้หลายระดับตามการพัฒนาจิตใจของมนุษย์ ซึ่งศาสนาและระบบการศึกษาจะต้องรับผิดชอบในการพัฒนาจริยธรรมและความสุของประชาชน

แนวคิดทางด้านวัฒนธรรมในการสร้างประชาคมอาเซียน

                ในด้านวัฒนธรรมนั้นพระพรหมคุณาภรณ์เห็นว่า มนุษย์ในสังคมจะต้องมีเสรีภาพในการสร้างสรรค์พัฒนาวัฒนธรรมของตน สังคมจะต้องไม่บังคับบีบคั้นมนุษย์ทางวัฒนธรรม แต่ควรส่งเสริมให้กลุ่มชนต่างๆ ภูมิใจในวัฒนธรรมของตน วัฒนธรรมตามความหมายของพระพรหมคุณาภรณ์คือ “ผลรวมแห่งการสั่งสมสร้างสรรค์และภูมิธรรมภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมาของสังคมนั้นๆ วิทยาการทุกสาขาเมื่อกลมกลืนเข้าสู่วิถีชีวิตของประชาชนแล้วก็จัดว่าเป็นวัฒนธรรมทั้งสิ้น” (พระธรรมปิฎก(ป.อ. ปยุตโต),๒๕๔๒,หน้า ๕๓) จากความหมายนี้จะเห็นได้ว่า วัฒนธรรมนั้นประกอบด้วยองค์ประกอบหลายอย่าง พระพรหมคุณาภรณ์เห็นว่าวัฒนธรรมที่แท้จริงจะต้องมีศาสนาเป็นฐานและมีศาสนาเป็นกระบวนการสร้างสรรค์สืบต่อทำให้เกิดผลออกมาเป็นวัฒนธรรมซึ่งกลายเป็นวิถีชีวิตที่ดีงาม เป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่สังคมและโลก วัฒนธรรมในสังคมต่างๆ นั้นจะต้องมีการพัฒนาอยู่เสมอและการพัฒนาวัฒนธรรมที่ถูกต้องคือ

                ให้เป็นการพัฒนาที่ประสาน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจเข้ากับวัฒนธรรม ใช้ภูมิธรรมภูมิปัญญาที่มีอยู่ออกมาหนุนและกล่อมเกล่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโ,ยีและความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจให้กลมกลืนเข้าสู่วิถีชีวิตของประชาชนอย่างมีคุณค่าที่เกื้อกูลและส่งเสริมวัฒนธรรมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นในทางที่จะนำมนุษยชาติสู่สันติสุขและอิสรภาพที่แท้จริง((พระธรรมปิฎก(ป.อ. ปยุตโต),๒๕๔๒,หน้า ๘๙-๙๐)

                จากคำกล่าวนี้จะเห็นได้ว่าวัฒนธรรมมีความสำคัญอย่างในการพัฒนาด้านต่างๆ วัฒนธรรมเป็นปัจจัยสำคัญที่จะประสานการพัฒนาต่างๆ ให้เกิดความสมดุลและกลมกลืนกับวิถีชีวิตของมนุษย์ในสังคมโดยที่ภูมิธรรมภูมิปัญญาใหม่มาส่งเสริมภูมิธรรมภูมิปัญญาเดิมที่สั่งสมไว้ทำให้วัฒนธรรมมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ดังนั้นในการสร้างเสาหลักประชาคมอาเซียนด้านประชาสังคมและวัฒนธรรมจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องบูรณาการภูมิธรรมภูมิปัญญาเดิมกับภูมิปัญญาใหม่ให้มีความกลมกลืนสอดคล้องกันการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนจะต้องเป็นกาส่งเสริมและเสริมสร้างวัฒนธรรมให้กลายเป็นวิถีชีวิตและนำวัฒนธรรมมาเข้าสู่กระบวนการศึกษาเพื่อการพัฒนามนุษย์

                ในการปะทะสังสรรค์และการรับวัฒนธรรมจากสังคมอื่นนั้นพระพรหมคุณาภรณ์เห็นว่า จะต้องใช้วิถีแห่งปัญญา กล่าวคือ จะต้องมีการกลั่นกรองและการรับเอาวัฒนธรรมอื่นโดยใช้ปัญญาพิจารณาแยกแยะ วิเคราะห์เอาส่วนที่เป็นประโยชน์มาใช้กับสังคมและดูดย่อยวัฒนธรรมอื่นประสานกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกับวัฒนธรรมของตนจึงจะได้วัฒนธรรมที่สมบูรณ์ พระพรหมคุณาภรณ์เห็นว่า มนุษย์ในสังคมจะต้องมีวัฒนธรรมของนักผลิต นักสร้างสรรค์และจะต้องมีวัฒนธรรมของผู้นำและผู้ให้ คือการนำเอาวัฒนธรรมของตนไปแก้ไขปัญหาและพัฒนาสังคมโลก พระพรหมคุณาภรณ์หมายถึง การนำเอาวัฒนธรรมที่มีรากฐานมาจากพระพุทธศาสนาอันเป็นวัฒนธรรมที่มีความประสานกลมกลืนระหว่าง ชีวิต สังคมและธรรมชาติไปเสนอในการร่วมแก้ไขปัญหาของโลกปัจจุบัน นอกจากนี้พระพรหมคุณาภรณ์ยังเห็นว่ามนุษย์ในสังคมจะต้องมีวัฒนธรรมวิทยาศาสตร์ซึ่งหมายถึง “วิถีชีวิตตลอดจนจิตใจของคนที่นิยมเหตุผลมองสิ่งทั้งหลายโดยใช้ปัญญา ชอบพิสูจน์ทดสอบหาความจริง มีความใฝ่รู้ต้องการรู้ความจริงของธรรมชาติ จนกระทั่งความคิดจิตใจดำเนินไปในเชิงของความเป็นเหตุเป็นผล”(พระธรรมปิฎก(ป.อ. ปยุตโต),๒๕๔๒, หน้า ๒๓) ซึ่งจะทำให้มนุษย์ในสังคมพึ่งตนเองได้และไม่ตกเป็นทาสของวัฒนธรรมอื่น

สรุป

ดังนั้นจากการที่อาเซียนมุ่งหวังประโยชน์จากการรวมตัวกันเป็นประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนเพื่อให้ประชาชนมีความอยู่ดีกินดีปราศจากโรคภัยไข้เจ็บมีสิ่งแวดล้อมที่ดีและมีความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันโดยเน้นการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจระหว่างประเทศสมาชิกในด้านความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์มรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ระดับภูมิภาคร่วมกันทั้งนี้การเสริมสร้างรากฐานและความเชื่อมโยงระหว่างกันที่แข็งแกร่งนำไปสู่ความเข้าใจของการเป็นเพื่อนบ้านที่ดีการรู้เขารู้เราและมีความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกภายใต้สังคมที่เอื้ออาทร ความมุ่งหวังของประชาคมอาเซียนดังกล่าวนี้จะประสบความสำเร็จได้มากยิ่งขึ้นหากได้นำแนวคิดของพระพรหมคุณาภรณ์เรื่องศาสนาจริยธรรมและวัฒนธรรมมาประยุต์ใช้โดยเฉพาะในการสร้างความเข้าใจเรื่องวัฒนธรรมอาเซียนนั้น วัฒนธรรมในสังคมอเซียนจะต้องมีรากฐานมาจากศาสนาโดยเฉพาะพุทธศาสนาและศาสนาต่างๆซึ่งมีแนวคิดที่มองเห็นคุณค่าของชีวิต ธรรมชาติและสังคม ว่าจะต้องมีความเกื้อกูลต่อกันโดยมีการศึกษาเป็นกระบวนการสืบทอดและสร้างสรรค์พัฒนา การรับวัฒนธรรมจากสังคมภายนอกจะต้องใช้วิถีแห่งปัญญาและสามารถดูดกลืนจนกลายเป็นวัฒนธรรมเดิม ประชาชนในสังคมจะต้องมีความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมของตนและจะต้องมีวัฒนธรรมของนักผลิตและวัฒนธรรมวิทยาศาสตร์ เพื่อจะได้มีวัฒนธรรมแห่งผู้นำและผู้ให้ โดยนำวัฒนธรรมไปร่วมแก้ปัญหาสังคมโลก วัฒนธรรมอาเซียนจะต้องเป็นวัฒนธรรมที่เกื้อกูลต่อธรรมชาติแวดล้อมธรรมวิทยาศาสตร์

 

เอกสารอ้างอิง

พระเทพเวที (ป.อ. ปยุตโต), ๒๕๓๒, การศึกษาที่สากลบนรากฐานแห่งภูมิปัญญาไทย, กรุงเทพฯ : บริษัท อมรินทร์ พริ้นติ้ง กรุ๊ป จำกัด

พระธรรมปิฎก(ป.อ. ปยุตโต), ๒๕๔๑, ศาสนา การศึกษา วัฒนธรรม, กรุงเทพฯ :

สำนักพิมพ์มูลนิธิพุทธธรรม

พระธรรมปิฎก(ป.อ. ปยุตโต), ๒๕๔๐, พุทธวิธีแก้ปัญหาเพื่อศตวรรษที่ ๒๑, กรุงเทพฯ :

สำนักพิมพ์มูลนิธิพุทธธรรม

พระธรรมปิฎก(ป.อ. ปยุตโต), ๒๕๓๙, พุทธศาสนากับชีวิตและสังคม, กรุงเทพฯ :

สำนักพิมพ์มูลนิธิพุทธธรรม

พระธรรมปิฎก(ป.อ. ปยุตโต), ๒๕๔๒, การศึกษาเพื่ออารยธรรมที่ยั่งยืน, กรุงเทพฯ : สหธรรมิก จำกัด

พระธรรมปิฎก(ป.อ. ปยุตโต), (๒๕๔๑), วัฒนธรรมกับการพัฒนา, กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มูลนิธิพุทธธรรม

สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ,(๒๕๔๐), วัฒนธรรมกับการพัฒนา : ทางเลือกของสังคมไทย, กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ

วัฒนธรรมอาเซียนhttps://sites.google.com/site/wathnthrrmxaseiyn/prachakhm-sangkhm-laea-wathnthrrm-xaseiyn

อาเซียนคืออะไร http://xn--42cle0dg2bid7g0axd4b6k.net/pillar3-social/

หมายเลขบันทึก: 566299เขียนเมื่อ 19 เมษายน 2014 14:58 น. ()แก้ไขเมื่อ 19 เมษายน 2014 14:58 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลงจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี