กรณีศึกษา “น้องแอ้สะโม่เคร” หรือ “เด็กชายจิตรภานุ ฐานะรุ่งอุดม”

: ปัญหาความเป็นราษฎรไทยของเด็กวัยเยาว์เกิดในโรงพยาบาลไทยเมื่อ พ.ศ.๒๕๕๖ จากบิดากะเหรี่ยงสัญชาติไทย และมารดากะเหรี่ยงสัญชาติเมียนม่าร์ ซึ่งบุพการีตั้งบ้านเรือนและประกอบอาชีพอยู่ในประเทศเมียนม่าร์

โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร

เมื่อวันที่  ๑๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๗ ปรับปรุงล่าสุดเมื่อวันที่ ๔ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๗

https://www.facebook.com/note.php?saved&&note_id=10152335592823834

https://drive.google.com/file/d/0BzawtIMOMfMTRmZDRlFWQURjTlU/edit?usp=sharing

--------------

ข้อเท็จจริง[1]

--------------

น้องแอ้สะโม่เคร มีชื่อปรากฏตามสูติบัตรที่ออกโดยสำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลตำบลอุ้มผาง จังหวัดตากว่า “เด็กชายจิตรภานุ ฐานะรุ่งอุดม” เกิดเมื่อวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๖ ที่โรงพยาบาลอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก

บิดาของน้องแอ้สะโม่เครชื่อ “นายวิเชียร ฐานะรุ่งอุดม” ซึ่งเป็นชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงจากอำเภอท่าสองยาง เกิดเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๐ อำเภอท่าสองยางได้บันทึกชื่อของเขาในทะเบียนบ้านประเภทคนอยู่ถาวร (ท.ร.๑๔) ตามกฎหมายไทยว่าด้วยการทะเบียนราษฎรในสถานะ “คนสัญชาติไทย”  และมีเลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก ขึ้นต้นด้วยเลข ๕ 

ส่วนมารดาของน้องแอ้สะโม่เครชื่อ “นางสาว SAN MYINT CAS MEENA (เป็นชื่อที่ปรากฏตาม Oversea Worker Identification Card) หรือ นางสาวมีนา (ปรากฏตามบัตรประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าว) หรือ นางสาวมะเส่เมี๊ยะ (ปรากฏตามสูติบัตรของด.ช.จิตรภานุฯ)” ซึ่งใน Oversea Worker Identification Card ระบุว่านางสาวมะเส่เมี๊ยะเกิดเมื่อ วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๙๗๘ มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่บ้านก้อเชอ ประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ (The Republic of the Union of Myanmar)

ก่อนที่นายวิเชียร และนางสาวมะเส่เมี๊ยะจะเดินทางไปตั้งถิ่นฐานที่บ้านก้อเชอ ประเทศเมียนมาร์นั้นนายวิเชียรประกอบอาชีพค้าขายผลไม้อยู่ที่เยาวราช ส่วนนางสาวมะเส่เมี๊ยะรับจ้างเลี้ยงเด็กให้กับนายจ้างแถวสาทร ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งปรากฏตามเอกสารประจำตัวของเธอคือ Oversea Worker Identification Card เลขที่ 6xxxxxx ซึ่งออกเมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๒๐๑๒ โดย กระทรวงแรงงาน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ นอกจากนี้เธอยังมีใบอนุญาตทำงาน เลขที่ x๔๘๑๐๕๑๑๑xxxx ออกให้เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๓ ถึง ๓๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๕ ที่กรุงเทพมหานคร และหนังสือเดินทางชั่วคราว (Temporary Passport) เลขที่ KT ๐๙๑xxx ออกให้เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ค.ศ. ๒๐๑๐ ถึงวันที่ ๒ ตุลาคม ค.ศ. ๒๐๑๓ โดยสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ เมื่อขออนุญาตดูหนังสือเดินทางของเธอก็พบว่าเธอมีวีซ่าเข้าประเทศไทย ประเภท NON L-A สัญชาติพม่า ลาว กัมพูชา (ผ่านการพิสูจน์สัญชาติ) เลขที่ ๑xxx/๕๕ อยู่ได้จนถึงวันที่ ๑ ตุลาคม ค.ศ. ๒๐๑๔ นอกจากนี้ นางสาวมะเส่เมี๊ยะ มารดาของน้องแอ้สะโม่เครอ้างว่า ตนเองมีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎรของรัฐเมียนมาร์ในฐานะคนสัญชาติเมียนมาร์เรียบร้อยแล้ว และยังมีชื่อในทะเบียนราษฎรของรัฐไทยในสถานะแรงงานจากพม่าลาวกัมพูชาที่ร้องขอขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว ทั้งนี้ เพราะเขตสาทรได้บันทึกเธอในทะเบียนประวัติประเภท ท.ร.๓๘/๑ ตามกฎหมายไทยว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ตั้งแต่เมื่อร้องขอขึ้นทะเบียนแรงงานตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๕๓

ต่อมานายวิเชียรและนางสาวมะเส่เมี๊ยะได้อยู่กินกันฉันท์สามีภริยา และตัดสินใจอพยพไปอยู่ที่บ้านก้อเชออันเป็นบ้านของนางสาวมะเส่เมี๊ยะ ซึ่งบิดาของฝ่ายหญิงให้ทำกินบนที่ดินและให้ปลูกบ้านโดยเปิดร้านขายของชำในหมู่บ้าน นอกจากนี้นายวิเชียรและนางสาวมะเส่เมี๊ยะยังประกอบอาชีพเกษตรกร ปลูกถั่วลิสงและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ขายเป็นรายได้อีกทางหนึ่ง โดยนายวิเชียรเห็นว่าตนมีความกลมกลืนในทางภาษาของชาติพันธุ์กะเหรี่ยงกับคนก้อเชอมากกว่า และยืนยันว่าเมื่อครั้งอาศัยอยู่ในประเทศไทยมักถูกคนมองว่าเป็นคนต่างด้าวเนื่องจากพูดภาษาไทยไม่ชัด

ปัจจุบัน น้องแอ้สะโม่เครอายุ ๙ เดือน และอาศัยอยู่กับบิดามารดาที่บ้านก้อเชอ อำเภอท่าสองยางได้เพิ่มชื่อน้องในทะเบียนบ้านคนอยู่ถาวร (ท.ร.๑๔) ในสถานะคนสัญชาติไทย และให้เลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก ขึ้นต้นด้วยเลข ๑

บิดาของน้องตั้งใจว่าเมื่อน้องถึงวัยเรียน จะพามาเข้าโรงเรียนที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งนั้นหมายความว่านายวิเชียรและนางสาวมะเส่เมี๊ยะจะต้องหารายได้เพิ่มให้มากกว่าการปลูกพืชผลขายคนฝั่งก้อเชอเพียงอย่างเดียว

--------

คำถาม

--------

โดยหลักกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล ถามว่า นายวิเชียร นางสาวมะเส่เมี๊ยะ และน้องแอ้สะโม่เคร มีสถานะเป็นราษฎรไทยหรือไม่ ? เพราะเหตุใด ?[2]

---------------

แนวคำตอบ

--------------

โดยหลักกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล นิติสัมพันธ์ตามกฎหมายมหาชนที่มีลักษณะระหว่างประเทศ ย่อมตกอยู่ภายใต้กฎหมายมหาชนภายในของรัฐคู่กรณี เว้นแต่จะมีการกำหนดเป็นอย่างอื่น จะเห็นว่า ปัญหาสถานะความเป็นราษฎรไทยเป็นเรื่องตามกฎหมายมหาชน  ดังนั้น ปัญหานี้ย่อมตกอยู่ภายใต้กฎหมายมหาชนภายในของรัฐคู่กรณี ซึ่งก็คือ  กฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรของประเทศไทย อันได้แก่

พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.๒๕๓๔ ซึ่งถูกแก้ไขและเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๑

โดยหลักกฎหมายการทะเบียนราษฎรซึ่งพัฒนาในรัฐไทย ราษฎรไทยมีอยู่ ๒ ลักษณะ กล่าวคือ

ประเภทแรก ก็คือ ราษฎรไทยซึ่งถูกบันทึกในทะเบียนบ้านเพราะมีสิทธิอาศัยตามกฎหมายไทย ซึ่งมีอยู่ ๒ ลักษณะ กล่าวคือ (๑) ราษฎรประเภทคนที่มีสิทธิอาศัยอยู่ถาวร (ท.ร.๑๔)  ดังปรากฏตามมาตรา ๓๖ แห่ง พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.๒๕๓๔ ซึ่งถูกแก้ไขและเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๑ และ (๒) ราษฎรประเภทคนที่มีสิทธิอาศัยอยู่ชั่วคราว (ท.ร.๑๓) ดังปรากฏตามมาตรา ๓๘

วรรค ๑ แห่ง พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.๒๕๓๔ ซึ่งถูกแก้ไขและเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๑

ประเภทที่สอง ก็คือ ราษฎรไทยซึ่งถูกบันทึกในทะเบียนประวัติเพราะเป็นคนไร้รัฐซึ่งไม่มีสิทธิอาศัยตามกฎหมาย แต่ส่งกลับประเทศต้นทางมิได้หรือไม่ควรส่งกลับประเทศไทย ดังปรากฏตามมาตรา ๓๘ วรรค ๒ แห่ง พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.๒๕๓๔ ซึ่งถูกแก้ไขและเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๑ ซึ่งในปัจจุบัน ทะเบียนประวัติที่ใช้อยู่มี ๒ ลักษณะ กล่าวคือ (๑) ท.ร.๓๘/๑ สำหรับบุคคลไร้รัฐซึ่งแสดงตนเป็นแรงงานสัญชาติพม่าหรือลาวหรือกัมพูชาเพื่อขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวกับกระทรวงแรงงาน และ (๒) ท.ร.๓๘ ก. สำหรับบุคคลที่แสดงตนว่า เป็นบุคคลที่ไม่มีสถานะบุคคลตามกฎหมายการทะเบียนราษฎร ซึ่งไม่อาจทราบถึงรัฐต้นทางหรือขาดจุดเกาะเกี่ยวกับรัฐต้นทางแล้ว

ดังนั้น เมื่อเรามาพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับนายวิเชียร นางสาวมะเส่เมี๊ยะ และน้องแอ้สะโม่เคร  เราอาจสรุปปัญหาความเป็นราษฎรไทยของบุคคลทั้งสามดังต่อไปนี้

ในประการแรก นายวิเชียรและน้องแอ้สะโม่เครย่อมมีสถานะเป็นราษฎรไทยประเภทคนที่มีสิทธิอาศัยถาวร ทั้งนี้ เพราะอำเภอท่าสองยางได้บันทึกรายการสถานะบุคคลของเขาในทะเบียนบ้านคนอยู่ถาวร

(ท.ร.๑๔) ตามกฎหมายการทะเบียนราษฎรของรัฐไทย ทั้งนี้ เป็นไปตามมาตรา ๓๖ แห่ง พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.๒๕๓๔ ซึ่งถูกแก้ไขและเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๑ ด้วยว่า

เขาทั้งสองมีสถานะเป็นคนสัญชาติไทย เขาทั้งสองจึงมีสิทธิอาศัยอยู่ถาวรตามมาตรา ๓๔ วรรค ๓ แห่ง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

ในประการที่สอง  นางสาวมะเส่เมี๊ยะย่อมมีสถานะเป็นราษฎรไทยประเภทคนที่ไม่มีสิทธิอาศัยทั้งนี้ เพราะเขตสาทรได้บันทึกรายการสถานะบุคคลของเธอในทะเบียนประวัติประเภท ท.ร.๓๘/๑ ตามกฎหมายการทะเบียนราษฎรของรัฐไทย

แต่ขอให้สังเกตว่า ในช่วงก่อนการพิสูจน์สัญชาติเมียนม่าร์  เมื่อนางสาวมะเส่เมี๊ยะมีสถานะเป็นแรงงานจากเมียนม่าร์น่าที่ร้องขอขึ้นทะเบียนแรงงาน เธอย่อมไม่มีสิทธิอาศัยในประเทศไทยตามกฎหมายไทยว่าด้วยคนเข้าเมืองในช่วงเวลาก่อน พ.ศ.๒๕๕๓  โดยขั้นตอนการขึ้นทะเบียนแรงงานนี้ เธอย่อมถูกบันทึกในทะเบียนประวัติประเภท ท.ร.๓๘/๑ ทั้งนี้ เป็นไปภายใต้มาตรา ๓๘ วรรค ๒ แห่ง พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร

พ.ศ.๒๕๓๔ ซึ่งถูกแก้ไขและเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๑

แต่ต่อมา เมื่อเธอได้รับอนุญาตให้ทำงานในประเทศไทยตามกฎหมายไทยว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าวแล้ว เธอย่อมมีสิทธิอาศัยชั่วคราวตามกฎหมายไทยว่าด้วยคนเข้าเมือง แต่ยังถูกถือเป็นคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย และต่อมา เมื่อได้ผ่านการพิสูจน์สัญชาติเมียนม่าร์จนได้รับการออกหนังสือเดินทางโดยกระทรวงการต่างประเทศเมียนม่าร์ เธอจึงมีทั้งสถานะคนเข้าเมืองไทยในลักษณะที่ถูกกฎหมายและมีสิทธิอาศัยชั่วคราวเป็นเวลา ๔ ปี กล่าวคือ ตั้งแต่วันที่ ๒ ตุลาคม ค.ศ.๒๐๑๐/พ.ศ.๒๕๕๓ จนถึงวันที่ ๑ ตุลาคม ค.ศ.๒๐๑๔/พ.ศ.๒๕๕๗  ดังนั้น จะเห็นว่า เธอย่อมมีสิทธิในทะเบียนบ้านคนอยู่ชั่วคราว (ท.ร.๑๓) ตั้งแต่เธอมีสิทธิอาศัยชั่วคราวในประเทศไทย ทั้งนี้ เป็นไปภายใต้มาตรา ๓๘ วรรค ๑ แห่ง พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.๒๕๓๔ ซึ่งถูกแก้ไขและเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๑

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเธอไม่เคยไปร้องขอย้ายชื่อจาก ท.ร.๓๘/๑ ไปยัง ท.ร.๑๓ เธอจึงมีสถานะเป็นเพียงราษฎรไทยซึ่งไม่มีสิทธิอาศัยในประเทศไทย กล่าวคือ ราษฎรไทยใน ท.ร.๓๘/๑ เท่านั้น เราคงตระหนักได้ว่า แม้เธอจะมีสิทธิใน ท.ร.๑๓ แต่เธอไม่เคยใช้สิทธิ เธอจึงไม่อาจได้รับการรับรองสถานะราษฎรใน ท.ร.๑๓

โดยสรุป บุคคลทั้งสาม อันได้แก่ นายวิเชียร นางสาวมะเส่เมี๊ยะ และน้องแอ้สะโม่เคร จึงมีสถานะเป็นราษฎรไทย แม้ว่าบุคคลทั้งสามจะอาศัยอยู่จริงในปัจจุบันอยู่นอกประเทศไทยก็ตาม พวกเขาเป็นกรณีตัวอย่างของราษฎรไทยที่อาศัยอยู่บนดินแดนของรัฐต่างประเทศ และเป็นตัวอย่างประชาชนอาเซียน ด้วยเหตุที่ว่า ทั้งประเทศไทยและประเทศเมียนม่าร์มีสถานะเป็นรัฐสมาชิกของประชาคมอาเซียน นั่นเอง

 

[1] เค้าโครงของเรื่องมาจากเรื่องจริงซึ่งผู้ออกข้อสอบนำมาจากข้อมูลการทำงานภายใต้ “โครงการศึกษาวิจัยและให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิเด็กและผู้ด้อยโอกาสในชุมชนชายแดนไทย – เมียนม่าร์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๖” ซึ่งเป็นงานในปีที่ ๒ ของ “โครงการศึกษาวิจัยและให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิเด็กและผู้ด้อยโอกาสในชุมชนจังหวัดตากและชุมชนกลุ่มจังหวัดชายแดนในประเทศไทยระหว่างปี พ.ศ.๒๕๕๕-๒๕๕๙” กรณีศึกษานี้ถูกเสนอโดยคุณจันทราภา จินดาทอง นักสังคมสงเคราะห์ของโรงพยาบาลอุ้มผาง และการวิเคราะห์กรณีศึกษานี้ถูกเผยแพร่ครั้งแรกต่อสาธารณชนในการประชุมวิชาการเรื่อง “สถานการณ์สำคัญเกี่ยวกับความเป็นไปได้ทางกฎหมายและนโยบายของรัฐไทยและผูกพันรัฐไทยในการจัดการปัญหาความด้อยโอกาสของเด็กและเยาวชนข้ามชาติจากเมียนม่าร์ โดยผ่าน ๑๕ กรณีศึกษาหลักและกรณีศึกษาในสถานการณ์เดียวกันที่เสนอโดยเจ้าของปัญหาเองและคนทำงานในภาคประชาสังคม” ในวันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เวลา ๙.๐๐ – ๑๒.๐๐ น. ณ ห้องประชุมอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก บุคคลในกรณีศึกษานี้ประสงค์ที่จะให้คณะผู้ศึกษาวิจัยใช้เรื่องราวของตนเป็นกรณีศึกษาต้นแบบเพื่อสร้างสูตรสำเร็จให้การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนในสถานการณ์เดียวกัน จึงประสงค์ให้ใช้ชื่อจริงของเจ้าของปัญหาเอง

อนึ่ง ข้อเท็จจริงเก็บและบันทึกโดย อ.ดร.รัชนีกร ลาภวณิชชา อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนางสาววิกานดา พัติบูรณ์ ผู้ช่วยทางวิชาการในโครงการบางกอกคลินิก คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในระหว่างการลงพื้นที่อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ระหว่างวันที่ ๑๔ – ๑๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๗

นอกจากนั้น โปรดอ่าน จันทราภา นนทวาสี จินดาทอง, กรณีศึกษาน้องแอสะโม่เคร : ดอกไม้น้อยของอาเซียน, บันทึกภายใต้โครงการศึกษาวิจัยและให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิเด็กและผู้ด้อยโอกาสในชุมชนชายแดนไทย-พม่า  คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๖, เมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๖ http://www.gotoknow.org/posts/554464

[2] ข้อสอบในวิชากฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล หลักสูตรปริญญาตรีนิติศาสตรบัณฑิต  คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง  ปีการศึกษา ๒๕๕๖  ภาคที่ ๒ โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร

 

 

“น้องแอ้สะโม่เคร” หรือ “เด็กชายจิตรภานุ ฐานะรุ่งอุดม” ใน พ.ศ.๒๕๕๖

 

“น้องแอ้สะโม่เคร” คุณแม่มีนา คุณพ่อวิเชียร

ตลอดจนคณะผู้ศึกษาวิจัยเด็กและเยาวชนข้ามชาติด้อยโอกาสที่ไปเยี่ยม

ณ บ้านก้อเชอ รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนม่าร์ เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๗