627. เรียนรู้ทฤษฎีคลาสสิกด้าน OD จากกัปตันอเมริกา

ดร.ภิญโญ

ดูหนังเรื่องกัปตันอเมริกามาแล้วประทับใจมาก เนื่องจากยังไม่ออก ผมเลยพูดมากไม่ได้เอาเป็นว่าตอนนี้เป็นตอนที่พระเอกมาทำงานให้องค์กรปกป้องมาตุภูมิ (SHEILD) ที่มีพันธกิจหลักคือปกป้องประเทศ..แต่ทำไปทำมาเกิดเหตุการณ์พลิกผัน พระเอกอยู่ดีๆ ที่เคยเป็นคนดี กลับถูกกล่าวหาว่าเป็นภัยต่อบ้านเมือง ถูกตามล่าอุตลุตแทบตาย.. ที่สุดหลังจากตั้งตัวด้วยความงงอยู่สักพัก พระเอกกัปตันอเมริกาของเราก็เริ่มทราบว่าองค์กรที่ปกป้องประเทศ อาจไม่ใช่เป็นอย่างที่คิด..ที่สุดก็รู้ว่าจริงๆ มันคือองค์กรที่ถูกครอบงำโดยคนจากยุคนาซีเยอรมัน ที่ต้องการครองโลกนั่นเอง..ในที่สุดแม้ภัยคุกคามนี้จะน่ากลัวปานใด พระเอกของเราก็สามารถกู้โลกได้ทันการในที่สุด..

                      

บอกเลยครับหนังเรื่องประทับใจในจินตนาการและ Production มากๆ..ทำดีมาก..เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงเรื่องหนึ่งที่คนในงานด้านการพัฒนาองค์กร (Organization Development) จะต้องรู้ครับคือ Theory of Action คนคิดทฤษฎีนี้คือศาสตราจารย์อาจีริสและศาสตราจารย์ชอน ปรมาจารย์ OD ของโลก Theory of Actionซึ่งพูดถึงการกระทำของมนุษย์ ท่านว่าการกระทำของมนุษย์มีสองรูปแบบที่สัมพันธ์กันคือ

Espoused Theory สิ่งที่มนุษย์อยากให้คนอื่นมองตนเอง เวลาทำอะไรบางอย่าง (ผมเรียกเอาเองว่า "ปาก”)
Theory in-use สิ่งที่มนุษย์ใช้ในการตัดสินใจในการทำสิ่งต่างๆในความเป็นจริง (ผมเรียกว่า "ใจ")

ท่านบอกว่าปัญหาขององค์กรมาจากคำว่าปากไม่ตรงกับใจครับ.. ลองมาดูว่าจริงไหม.. มาเริ่มวิเคราะห์กัน

คุณจะเห็นว่า จริงๆ Espouse Theory (ปาก) ของ SHIELD คิือการทำอะไรของ SHIELD ต้องการให้คนในสังคมมองเห็นว่าเป็นหน่วยงานที่ทำอะไรเพื่อปกป้องอเมริกาและปกป้องโลก..

แต่ Theory in-use (ใจ).. แต่สิ่งที่ SHIELD ทำจริงๆ คือพยายามพัฒนาเทคโนโลยีล้ำยุคขึ้นมานานนับสิบปี เพื่อครอบครองโลก...

                    

จะเห็นว่าปากกับใจของ SHIELD ไม่ตรงกันอย่างชัดเจน.. เรียกว่า "มือถือสาก ปากถือศีล" พระเอกกัปตันอเมริกาของเรา ต้องใช้เวลาอยู่พักใหญ่ เนื่องจากพระเอกเป็นคนที่มีปากตรงกับใจมาตลอด เมื่อมีคนสำคัญคนหนึ่งในองค์กรถูกภัยคุกคามจากคนที่ปากกับใจไม่ตรงกันจนเกือบตาย ก็เลยซมซานมาหาคนที่ปากตรงกับใจ.. กัปตันอเมริกาจึงเริ่มรู้ ต่อมาองค์กรเริ่มระแคะระคาย เลยเริ่มพยายามกำจัด พยายามป้ายสีกัปตันอเมริกาต่างๆนาน แต่ในที่สุด ถึงแม้จะเสียปรียบอยู่ทุกประตู แต่เมื่อมีโอกาสได้พูดอะไรบางอย่าง ปรากฏว่าคนในองค์กร SHIELD ในหลายๆ ส่วนกลับเลือกที่จะยอมกบฎกับหน่วยงานตนเองแล้วหันมาช่วยคนที่ปากตรงกับใจอย่างกัปตันอเมริกา จนในที่สุดสามารถเอาชนะเหล่าร้ายได้.....เรียกว่าหลงอยู่ใน "กับดัก" ซะนาน เกือบตาย..

Espoused Theory และ Theory in-use ไม่เพียงแต่สร้างความปั่นป่วนในโลกของจินตนาการเท่านั้น แต่ยังอธิบายความยุ่งเหยิงในองค์กรจริงๆ ด้วยครับ.. องค์นี้มีคนปากกับใจไม่ตรงกันนี่เยอะมาก และบางครั้งกลายเป็น "กับดัก" ในชีวิตของคนดีๆ คนเก่งๆจำนวนมาก เราเองก็อาจอยู่ในกับดักนี้ได้โดยไม่รู้ตัว.. ที่น่ากลัวที่สุดเราเองโดยไม่รู้ตัวอาจเป็นคนสร้างกับดักให้ทั้งตัวเราเองและคนที่อยู่รอบตัวเราให้อยู่ในนั้นโดยไม่รู้ตัว

พระเอกของเราทำอะไรบ้างจึงพ้นจากกับดัก มามองในมิติของ OD กันครับ
1.การเป็นคนดี ..การมีอุดมการณ์มาตลอดคือปากกับใจตรงกัน เป็นสิ่งที่ช่วยกับตันอเมริกา ให้ทราบความเป็นจริง แถมย้อนมาช่วยยามลำบาก เรียกว่าเทวดาคุ้มครองจริงๆ ตรงนี้ในทาง OD เราเรียกว่าเขามีจิตตปัญญาครับ ศาสตร์ OD ที่สามารถทำให้คุณพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ปากกับใจตรงกัน (ในทางดีๆได้) คือจิตตปัญญาศึกษา (Contemplative Science) ... ซึ่งเป็นการบูรณาการพุทธศาสนาและศาสตร์ดีๆของศาสนาฝั่งตะวันออกกับวิทยาศาสตร์สมองของตะวันตก ถ้ากล่าวเท่าที่ผมเข้าใจนะครับ ต้องมั่นเจริญสติ หนังสือที่ไปไกลทางวิทยาศาสตร์ด้านสมองไม่ว่าเล่มไหน จะวิเคราะห์อะไร ทางแก้ปัญหาของมนุษย์ที่หนังสือดีๆเหล่านั้นนำเสนอมักมีคำว่า Mindfulness หรือการเจริญสติเป็นหนึ่งในวิธีการพัฒนาตนเองเสมอครับ.. สำหรับภาษาไทยแนะนำหนังสือของท่านอาจารย์ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ หรือไปวัดป่าหาหลวงพ่อครับ ที่ผมเคยบวชมาคือที่วัดหลวงพ่อกล้วย ขอนแก่น นี่ก็ได้ครับ จะเห็นว่าแนวทางสอนของท่านนี่ตรงกับหนังสือด้านสมองดังๆของโลกเช่นของศาสตราจารย์แดเนียล โกลแมน หรือเอาง่ายๆ ทำตามมงคลชีวิต 38 ประการนั่นเองครับ
2.มีเพื่อนดี มีกัลยาณมิตร ทาง OD เรียกว่ามี Inclusion ...ทำอะไรต้องเปิดโอกาส เปิดรับมุมมองจากคนรอบตัวเสมอ ก็จะมีโอกาสพ้นกับดัก กัปตันอเมริกาถึงเก่งระดับโลก ก็พร้อมจะเปิดรับฟังแนวคิดคนอื่นเสมอ.. เพราะฉะนั้นในวงกร OD เวลาเราทำ Project เราจะใช้คำว่า Inclusion หรือการเปิดให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม บางโครงการเราเคยทำให้ธนาคาร แม่บ้านยังเข้ามามีส่วนร่วม ปรากฏว่าแม่บ้านรู้จักคนเยอะมาก เลยมาช่วยขายประกันซะทะลุเป้าไปเลย สำหรับเรื่องนี้พระเอกของเรามีเพื่อนที่ดีมากคือนายของตนเองที่ถูกทรยศ จาก SHIELD นั่นเอง.. ที่ทำให้เขาได้คิด จนหลุกจากกับดักได้..
3.ที่สำคัญต้องพัฒนาความสามารถในการคุยการฟังไม่ด่วนตัดสิน ที่เราเรียกว่าสุนทรียสทนา (Dialogue) วิธีนี้เหมาะมาก โดยเฉพาะคนเก่งที่รู้มาก ชอบคิดแทนคนอื่น ตัวนี้ต้องฝึกครับ .. เราจะเห็นกัปตันอเมริกา ใช้สุนทรียสนทนาตลอดเรื่อง.. เช่นครั้งหนึ่งเจอเพื่อที่กลายเป็นคนครึ่งหุ่นยนต์ อยู่ฝ่ายศัตรู แถมมาเป็นศัตรูตัวฉกาจของตนเอง ก็ไม่ด่วนตัดสินไปนัก กลับค่อยๆพยายามสื่อสารกับเพื่อน ที่สุดเพื่อนก็กลับใจมาช่วยในตอนท้าย แทนที่จะฆ่ากับหันมาช่วยชีวิตพระเอกของเรา.. Dialogue นี่เป็นศาสตร์ที่ชาว OD ต้องหัดมากๆ ครับ จะเสริมสองข้อแรกได้..

                      

สรุปแล้ววันนี้ผมได้พาพวกเราให้รู้จักทฤษฎีสำคัญคือ Espoused Theory และ Theory in-use เทียบได้ว่าปากกับใจนั่นเอง..ปัญหาของทุกองค์กรที่เราเจอมาคือปากกับใจไม่ตรงกัน ทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า "กับดัก" วิธีไปให้พ้นจากกับดักในทาง OD เท่าที่เราเรรียนรู้จากัปดันอเมริกาสอนเราคือ จิิตตปัญญาศึกษา การสร้างการมีส่วนร่วม และสุนทรียสนทนา.. สุดท้ายขอบคุณคุณกัปตันอเมริกาที่นอกจากจะเสี่ยงชีวิตกู้โลกแล้ว ยังสอน ODให้พวกเราด้วย.. สุโค่ยมากครับ

วันนี้เพียงเล่าให้ฟัง ลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ

Reference:
http://www.uvacontemplation.org/
http://businessinspiredbynature.com/leadership-in-transformation-in-complex-environments/

 

organization development Appreciative inquiry

organization development Appreciative inquiry

 

organization development Appreciative inquiry

organization development Appreciative inquiry

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Appreciative Inquiry

คำสำคัญ (Tags)#พัฒนาองค์กร#od#dialogue#สุนทรียสนทนา#จิตตปัญญาศึกษา#ai#หลวงพ่อกล้วย#appreciative inquiry#organization development#theory of action#contemplative science#กัปตันอเมริกา#espoused theory#theory in-use

หมายเลขบันทึก: 566120, เขียน: 16 Apr 2014 @ 13:47 (), แก้ไข: 16 Apr 2014 @ 14:05 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 5, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)