ผมไปพบเรื่อง “ตัวชี้วัดสุขภาพชุมชน” จาก โฮมเพจ ดร.เสรี พงศ์พิศ ซึ่งเป็นบริบทหนึ่งที่สำคัญ ที่ทีมงานจะนำมาใช้ในการร่วมพัฒนาสุขภาพชุมชนของเครือข่ายไตรภาคีฯ ที่กำลังดำเนินการเคลื่อนไหวอยู่ในขณะนี้
          โดยมีการนำเสนอไว้ว่า ชาวบ้าน 10 แห่งร่วมกันทำวิจัยเชิงปฏิบัติการเรื่องสุขภาพชุมชน กรอบสุขภาพชุมชน 4 กรอบใหญ่ ถ้าหากวาดเป็นปิรามิด จากฐานล่างขึ้นบนเป็นดังนี้ คือ 1) ความมั่นคงด้านอาหาร 2) ความมั่นคงด้านอาชีพและระบบสวัสดิการ 3) ความรู้ดูแลสุขภาพตัวเอง ทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่นและความรู้สากล 4) การแพทย์แผนปัจจุบัน
          ในอดีตไม่มีโรงพยาบาล ไม่มีหมอ แต่ชาวบ้านก็อยู่ได้ ปู่ย่าตายายเราจึงเกิดพ่อแม่เรา ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดที่โรงพยาบาล เติบโตมาด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน อาหารพื้นเมือง วันนี้มีหมอ มีโรงพยาบาลก็เป็นเรื่องที่ดี ทำให้สามารถรักษาโรคต่างๆ ได้สะดวกขึ้น และหลายอย่างก็มีประสิทธิภาพมากกว่าภูมิปัญญาชาวบ้าน นอกนั้น ชุมชน 10 แห่ง ยังได้พัฒนาตัวชี้วัดสุขภาพชุมชน พอสรุปเป็นกลุ่มได้ดังนี้
          1. ผลิตอาหารไว้บริโภคเพียงพอตลอดปี อาหารปลอดสารเคมี ทำกินเอง
          2. รายจ่ายในครอบครัวลดลงในทุกด้าน รายได้เพิ่มขึ้น หนี้สินลดลง
          3. การใช้สารเคมีในการผลิตลดลง ระดับสารเคมีในเลือดลดลง
          4. ครอบครัวชุมชนมีความรู้ดูแลสุขภาพตัวเองด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นมากขึ้น ใช้สมุนไพรและธรรมชาติบำบัดมากขึ้น ไปสถานีอนามัยโรงพยาบาลน้อยลง ซื้อยาจากภายนอกน้อยลงและเบิกค่ารักษาพยาบาลจากกลุ่มออมทรัพย์น้อยลง

          5. ครอบครัวชุมชนมีความสามัคคีช่วยเหลือกันมากขึ้น ความเครียดน้อยลง สมาชิกในครอบครัวและชุมชนหันหน้าปรึกษากันแก้ไขปัญหามากขึ้น
          6. โรคภัยไข้เจ็บที่เป็นประจำลดลง
          7. ปัจจัยที่ทำลายสุขภาพลดลง เช่น เหล้า บุหรี่ ผงชูรส น้ำอัดลม ขนมกรุบกรอบ
          และที่สำคัญที่ทีมงานต้องคิดทบทวนต่อ คือประเด็นที่ชาวบ้านวัด “สุขภาวะ” ไม่ได้วัด “สุขภาพ” ซึ่งมักเข้าใจในความหมายแคบ ถ้าเพิ่มเติมปัจจัยอื่นๆ อีกหน่อยน่าจะได้ตัวชี้วัด “ความสุข” ฉะนั้นเราจะมาร่วมกันพัฒนาจนถึงตัวชี้วัดความสุข “ตัวชี้วัดความสุขชุมชน” เห็นเป็นอย่างไรกันบ้างครับ