
ภาพ: ตัวบิดอะมีบา (สีเขียว) เจาะ เคี้ยว แล้วกลืนกินเยื่อบุลำไส้ (สีม่วง), ภาพจาก NPR
.
ภาพ: เชื้อบิดมีตัว (อะมีบา) ในลำไส้ใหญ่ อาจเจาะไชผ่านผนังลำไส้ เข้าไปในกระแสเลือด กระจายไปเกิดเป็นฝีในอวัยวะอื่นได้ คือ
- ตับ (แต้มสีน้ำตาล) > ในช่องท้องด้านบนทางขวา > บางครั้งฝีในตับแตก ทะลุผ่านกะบังลม เข้าไปในปอดส่วนล่างข้างขวา (แต้มสีชมพู) ได้
- ปอด (แต้มสีชมพู)
- สมอง แต้มสีเทา)
เชื้อบิดอาจทำให้เกิดแผลรอบทวารหนัก หรือแผลเรื้อรังทีผิวหนังได้
.
ภาพ: การแพร่กระจายของเชื้อฝีบิด (อะมีบา)
- เชื้อจากลำไส้ใหญ่ > ตกไปในดิน ปนเปื้อนไปกับผัก ผลไม้ อาหาร, หรือตกไปในแม่น้ำลำคลอง ปนเปื้อนไปกับน้ำ
- เข้าทางปาก > ผานหลอดอาหาร-กระเพาะอาหาร (สีเขียว) - ลำไส้เล็ก (สีฟ้า) - ลำไส้ใหญ่ (สีเหลือง)
เชื้อบิดจากลำไส้ใหญ่ อาจแทรกผ่านหนังลำไส้ใหญ่ เข้าไปในกระแสเลือด กระจายไปเกิดฝีในอวัยวะอื่นได้ คือ
- สมอง (สีเขียว)
- ปอด (สีเหลืองส้ม)
- ตับ (สีน้ำตาล)
สำนักข่าว NPR ตีพิมพ์เรืองตัวบิดอะมีบา กินเซลล์ลำไส้ใหญ่อย่างไร จากวารสาร "เนเชอร์ (Nature)", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
อ.ดร.วิลเลียม เพททริ อายุรแพทย์ และคณะ จากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย สหรัฐฯ ค้นพบกลไกในการแทรกซึมของตัวบิดอะมีบา โดยพบว่า บิดมีตัวจะทำการเคี้ยวเซลล์เยื่อบุลำไส้ และเม็ดเลือดแดงกอน
กระบวนการนี้เรียกว่า 'chew-and-spit' method
= กระบวนการ "เคี้ยว-และ-คาย" คือ การเคี้ยวผนังลำไส้ใหญ่ แล้วคายออกมา
.
ทำแบบนี้หลายๆ ครั้ง จนกระทั่งเกิดแผลที่ผนังลำไส้ใหญ่
และเชื้อจะชอนไชเข้าไปในผนังลำไส้ใหญ่ หรือแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดอีกต่อหนึ่ง
เชื้อนี้เข้าสู่ร่างกายคนเราได้ 2 ทางใหญ่ๆ ได้แก่
- (1). ทางปาก > ผ่านอาหารสด เช่น ผัก ผลไม้ ฯลฯ, น้ำ
- (2). ทางทวารหนัก > ผ่านการร่วมเพศ
.
คนทีได้รับเชื้อส่วนใหญ่ = 80-90% ไม่มีอาการ
ส่วนน้อย = 10-20% มีอาการ หรือป่วยไข้ไม่สบาย
คนที่มีอาการ สวนใหญ่อาการไม่รุนแรง ได้แก่
- (1). ถ่ายเหลว = มีมูก หรือมีเลือดปน
- (2). ปวดท้อง
- (3). ปวดบิดเป็นพักๆ = ปวดท้องแบบแรงทันที สลับกับช่วงไม่ปวดท้อง
- (4). มีไข้
.
อาการป่วยมักจะไมเกินขึ้นทันที
ทว่า... จะใช้เวลาฟักตัว = 2-3 สัปดาห์
การตรวจอุจจาระ (อึ) นิยมเก็บตรงทีมีเมือก หรือมูกปนอยู่ไปตรวจ
บางครั้งจะพบเชื้อที่เคลื่อนไหว (คีบคลาน) ได้
.
สถิติสหรัฐฯ พบว่า เชื้อบิดอะมีบา (Entamoeba histolytica / E. histolytica / นิยมเรียกว่า "อี. ฮิส.) แยกจากเชื้ออื่่นทีรูปร่างคล้ายกัน (E. dispar) ซึ่งพบบ่อยกว่า = 10 เท่าได้ยาก
วิธีป้องกันเชื้อบิดมีตัว ได้แก่
.
(1). ดื่มน้ำบรรจุขวด หรือพกน้ำสะอาด (น้ำกรอง น้ำต้ม ฯลฯ) ก่อนออกจากบ้าน
(2). ต้มน้ำประปา ให้เดือดอย่างน้อย 1 นาที
.
(3). ถ้าไม่แน่ใจว่า ผักผลไม้นอกบ้านจะสะอาดจริงๆ
ให้เลือกกินผักสุก เช่น ผัดผัก ฯลฯ แทนผักสด หรือผักดิบ
ฟอกผิวผักผลไม้ โดยใช้ฟองน้ำล้างจาน หรือสกอตไบรท์ กับน้ำยาล้างจาน หรือสบู่
แล้วล้างซ้ำให้สะอาด ก่อนปอกเปลือก
.
(4). ล้างมือด้วยสบู่ ก่อนกินอาหาร-ดืมน้ำ-สัมผัสใบหน้า-เข้าบ้าน
ล้างมือด้วยสบู่ หลังเข้าห้องน้ำ-ใช้ของร่วมกับคนอื่น
เจลแอลกอฮอล์ ฆ่าเชื้อโรคทั่วไป เช่น ไข้หวัด ฯลฯ ได้ดี
ทว่า... ทำลายเชื้อบิดมีตัวได้ไม่ดี (ไม่ปลอดภัย)
.
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ และขอสวัสดีปีใหมครับ
.
Thank NPR > http://www.npr.org/blogs/health/2014/04/09/300991364/gut-eating-amoeba-caught-on-film
Thank CDC > http://www.cdc.gov/parasites/amebiasis/faqs.html
Thank CDC > http://www.cdc.gov/parasites/amebiasis/biology.html
.
ขอบพระคุณสำหรับบทความฟื้นวิชา
ทำให้เข้าใจถึงวิธีกินลำไส้แล้วคาย
สวัสดีวันสงกรานต์กับ