ขอบพระคุณ GotoKnow.Org อีกหลายๆครั้งที่ทำให้ผมได้ช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหากลัวการกลืนหรือ Eating Phobia ซึ่งตรวจทางการแพทย์ก็พบว่า "ใช้กล้องส่องเส้นทางของระบบการกินและกลืนอาหารก็ปกติ จึงสั่งยาคลายเครียดและ/หรือยาลดกรดไหลย้อนมาให้กรณีศึกษาหลายราย แต่กรณีศึกษาเหล่านั้นก็ยังเกิดความทุกข์เพราะทานอาหารไม่ได้ น้ำหนักลด และบางรายเบื่อภาพลักษณ์ของตนเองที่ร่วมทานอาหารกับเพื่อนๆไม่ได้จึงต้องลางานและไม่ออกงานสังคม"

From: XXX
To: otpop (at) windowslive.com
Subject: ขอปรึกษาปัญหาการกลืนอาหาร
Date: Sat, 29 Mar 2014 03:29:47 +0000

สวัสดีค่ะ ดร.ป๊อบ พอดีได้เห็นบันทึกของคุณใน gotoknow.org ค่ะ ตอนนี้ดิฉันประสบปัญหาการกลืนค่ะ เนื่องจากวันที่ 12 มี.ค.57 ที่ผ่านมา ทานอาหารแล้วสำลักค่ะ แบบหายใจไม่ออกจะขาดใจ ต้องหายใจทางปากสักพักถึงจะกลับมาเป็นปกติค่ะ หลังจากวันนั้นก็เริ่มทานอาหารได้น้อยลง ตอนแรกๆ เช้า-กลางวันทานได้ เย็นจะทานไม่ได้ ทานแล้วรู้สึกหายใจไม่ออกก็จะเลิกทาน เอานมมาทานแทน หลังๆ ประมาณสัปดาห์กว่าๆ เริ่มทานอาหารไม่ได้ แม้กระทั่งน้ำยังกลืนลำบากค่ะ ไปพบแพทย์ รพ. A แล้ว ผลการตรวจร่างกายปกติ แต่รอผลกลืนแป้ง วันที่ 31 มี.ค. ค่ะ ได้มาอ่านบันทึกแล้วสงสัยค่ะ ว่าจะเป็นอาการกลัวการกลืนอาหารหรือไม่ เพราะเวลาสำลักแล้วหายใจไม่ออกทำให้ไม่กล้ากินอะไรเลย รบกวน ดร.ป๊อบ ช่วยให้คำแนะนำด้วยนะคะ
 
จาก:  ดร.ป๊อป (otpop (at) windowslive.com)  
ส่งเมื่อ: 30 มีนาคม 2557 13:42:34
ถึง: XXX
 
 
 
เรียน คุณ XXX
 
จากที่เล่ามา เป็นช่วง 2 อาทิตย์หลังอาการสำลักทำให้มีภาวะกลัวการกลืน ต้องบำบัดการกลืนด้วยกิจกรรมบำบัดในเทคนิคการลดความรู้สึกกลัวจากการรับรู้อาหาร/เครื่องดื่มอย่างช้าๆ แล้วแยกการรับรู้ความรู้สึกมั่นใจในการกลืนขณะหายใจเข้าค้างไว้แล้วหายใจออก ดังนั้นให้เริ่มจากการหายใจเข้าทางจมูกแล้วค้างไว้ จากนั้นกลืนน้ำลาย แล้วหายใจออกทางจมูก ถ้ากลืนแล้วไม่รู้สึกกลัว ให้ลองจิบน้ำเล็กน้อย หลังทำการหายใจเข้า กลืนน้ำลาย แล้วหายใจออกข้างต้น 3-5 รอบ ลองดูว่า จิบน้ำได้กี่ครั้ง ให้ลอง 3 ครั้ง ถ้าทำได้อย่างน้อย 2 ใน 3 ครั้งโดยไม่สำลัก ก็จะต้องฝึกอื่นๆ ต่อไป ถ้าทำไม่ได้ คงต้องประเมินเพิ่มเติม
 
ผมขอนัดตรวจประเมินพร้อมให้โปรแกรมในวันที่ 10 เม.ย. 57 เวลา 13.00 น. ได้ไหมครับ ณ คลินิกกิจกรรมบำบัด ศูนย์กายภาพบำบัด คณะกายภาพบำบัด ม.มหิดล ศาลายา หากยืนยันนัดหมาย รบกวนอีเมล์กลับมา
 
ขอบคุณมากครับ
ดร.ป๊อป
 
ในวันที่ดร.ป๊อปพบคุณ XXX จึงได้ใช้วิธีการทางกิจกรรมบำบัด ได้แก่ การสื่อสารความตั้งใจเชิงบวก (Positive Intention - ตามหลักการของ Neuro-Linguistic Programming หรือ NLP)การปรับความคิดความเข้าใจ (Cognitive Restructuring) ระหว่างกลไกการกลืนที่ไม่จำเป็นต้องบังคับการกลืนมากเกินไปกับกลไกการหายใจที่เกิดขึ้นหลังการกลืนโดยธรรมชาติ กับการลดความไวของความรู้สึก (Sensory Desensitization) ด้วยไม้กดลิ้นอย่างช้าและมั่นคงจากดร.ป๊อปและแฟนของคุณ XXX (เพื่อให้มั่นใจกับคนที่เขามั่นใจ - Making Rapport ใน NLP) ตั้งแต่ปลายลิ้น กลางลิ้น และเข้าไปในโคนลิ้นเล็กน้อยแล้วนับ 1-2-3 ให้คุณ XXX กลืนน้ำลายต่อด้วยการหายใจออกทางจมูก ฝึกซ้ำอีก 5 รอบจนสอบถามคุณ XXX ว่า มั่นใจขึ้นและพร้อมในการทดลองทานโจ๊กไหม เมื่อคุณ XXX ตอบว่า รู้สึกมั่นใจและพร้อม ก็เริ่มต้นสำหรับทุกคำแรกของมื้ออาหารหรืออาหารชนิดหนึ่ง ให้คุณ XXX หายใจเข้าจมูก กลืนน้ำลาย แล้วหายใจออกทางจมูก ถ้ายังรู้สึกกลัว ให้ใช้นิ้วชี้ขวาอังที่ปลายจมูกเป็นบางครั้งให้รับรู้ลมหายใจที่ออกมาจากจมูก จากนั้นก็ค่อยๆฝึกทานโจ๊กอีก 5 รอบ จนสอบถามคุณ XXX ว่า มั่นใจขึ้นและพร้อมในการทดลองทานอาหารที่ชอบไหม เมื่อคุณ XXX ตอบว่า รู้สึกมั่นใจและพร้อม ก็ให้คุณ XXX ออกไปซื้ออาหารที่อยากทานมากๆ แต่ยังไม่มีโอกาสได้ลองทานหลังจากกลับการกลืน ก็ทำคล้ายๆข้างต้น ผมรู้สึกมีความสุขเมื่อเห็นคุณ XXX มีความสุขในการทานขนมบราวนี่ได้ 5 คำเล็กๆ จึงย้ำการบ้านให้ลองทานคำเล็กๆกับอาหารที่อยากทาน แล้วประเมินตนเองในช่วง 3 อาทิตย์หลังจากวันนี้ และคุณ XXX ก็ตอบว่า "แล้วจะอีเมล์ความคืบหน้าให้ดร.ป๊อปค่ะ"
 
จาก: ดร.ป๊อป (otpop (at) windowslive.com)  
ส่งเมื่อ: 12 เมษายน 2557 8:10:45
ถึง: XXX
 
 
 
เรียน คุณ XXX
 
ผมอีเมล์มาเพื่อสอบถามว่า ทานอาหารและน้ำได้เป็นอย่างไรบ้าง ช่วงอาทิตย์แรกหลังจากการฝึกเตรียมความพร้อมของการหายใจเข้า กลืนน้ำลาย และเป่าลมหายใจออก ในคำแรกของทุกมื้อ รวมทั้งระหว่างการกลืนอาหารใน 3 ครั้งแรกในมื้อที่สะดวก ให้เรียนรู้การหายใจออกทางจมูกผ่านการอังนิ้วชี้ที่ปลายจมูกก่อนการกลืนก่อนหรือหลังการกลืนอาหารในแต่ละคำ จะค่อยๆทำให้เกิดความมั่นใจในการทานอาหารและน้ำอย่างค่อยเป็นค่อยไปครับ พออาทิตย์ถัดไปก็จะเกิดความเคยชินโดยไม่ต้องตั้งใจฝึกเทคนิคต่างๆ มากนัก
 
ย้ำว่า พยายามเลือกอาหารที่เราชอบและอยากทานที่หลากหลาย จะได้เป็นการฝึกให้เกิดการเรียนรู้ใหม่ว่า สามารถมั่นใจในการทานอาหารต่างๆ ได้เหมือนเดิม
 
หากผ่านไปแล้ว 2 อาทิตย์ แล้วพบว่า อาการยังไม่ดีขึ้นเกิน 50% ขอรบกวนนัดหมายเพื่อประเมินและปรับโปรแกรมการฝึกให้ได้ผลมากขึ้นครับ
 
ขอบคุณมากครับและสุขสันต์ปีใหม่ไทย
ดร.ศุภลักษณ์ เข็มทอง