เกษตรกรหลายๆ ท่าน ในใจ ใส่ใจ ดูแลลำไยมากเกินไป ไม่ค่อยจะปล่อยโอกาส ให้ต้นลำไยช่วงออกดอก อยู่ด้วยตัวเขาเองตามธรรมชาติกันบ้างเลย เกษตรกรหลายรายชอบหาฮอร์โมนนั่น หายานี่ มาฉีด มาพ่น ดอกลำไยกันอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้สรีระสภาพทางเคมีของดอกลำไยเปลี่ยนแปลงไป...ค่ะ

ลำไย : ชุมชนคนสนใจเรื่องลำไย ถามตอบ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น

https://www.facebook.com/groups/www.longankipqew/

หรือ

http://www.gotoknow.org/dashboard/home/#/posts/545415/edit

สาวน้อยใจดี นู๋ยุ้ยแก้มตุ่ย

https://www.facebook.com/profile.php?id=100000397078840

สวัสดีค่ะ 

          ห่างหายไปจาก GTK นานเลย เพราะไปตั้งกลุ่มลำไยกิ๊บ..กิ้ว... กับสาวน้อยใจดี

และเข้ากลุ่มลำไยนอกฤดูแห่งประเทศไทย ของคุณ Chayan

ลำไยกิ๊บ..กิ้วว... กับสาวน้อยใจดี

https://www.facebook.com/groups/www.longankipqew/

 

กลุ่มลำไยนอกฤดูแห่งประเทศไทย

https://www.facebook.com/groups/ThaiLongan/

 

            ทั้งถาม (สิ่งที่ไมรู้) และตอบคำถาม (สิ่งที่พอรู้) รวมถึงช่วยหาคำตอบมาตอบคำถาม   (ที่ไม่รู้ แต่อยากรู้ เลยต้องไปค้นหา และช่วยนำมาตอบ)

        ช่วงนี้ เพื่อนสมาชิกถามมากันมากว่า

"ทำไมดอกลำไยบานแล้วมากมาย แมลงผสมเกสรก็มีเพียบ ดูๆ มันน่าจะติดผลดี แต่มันกลับร่วง"  

หรือ

"ผลอ่อนเล็กๆ ระยะ "บักห่ำน้อย" ก็ติดอยู่เห็นๆ ไหง...หลุดร่วง" 

 

มันเกิดอะไรขึ้น  ก็ว่าดูแลดีแล้วนะ

ลองศึกษาเรื่องนี้ดูสิคะ แล้วอาจจะได้คำตอบ เป็นแนวทางในปัญหาดังกล่าว...ได้บ้าง

เอาแบบกึ่งวิชาการนะ เพราะมันจำเป็น

แต่ไม่ต้องวิชาการมาก เดี๋ยวชาวบ้าน..งง

ส่วนมากดอกตัวผู้จะบานก่อน

และมีเป็นจำนวนมากเสียด้วย ใช่ไหม

(เกษตรกรส่วนใหญ่ คงตอบว่า "ใช่" ) 

แล้วทำไม มันต้องบานก่อนล่ะ  เพราะอะไร...หรือ

ตอบว่า  เพราะในธรรมชาตินั้น  ดอกตัวผู้ จะมีอับละออเกสร (anther) ที่ต้องใช้ระยะเวลาการพัฒนาเพื่อให้มีสภาพแก่พร้อมจะปริแตก เพื่อให้เกิดละอองเกสร (dehiscence) เล็กๆ สำหรับการกระจายไปกับสายลม หรือติดตัวไปกับแมลงผสมเกสร เพื่อที่จะมีโอกาสที่จะได้ผสมกับเกสรของดอกตัวเมีย..ค่ะ

ดูภาพที่ 1.

ดอกลำไยเกสรตัวผู้

 

          ในทางภาษาวิชาการบอกว่า ในดอกเกสรตัวเมียจะมี Stigma lobe มีลักษณะเป็น 2 แฉก ไว้คอยจับละอองเกสรตัวผู้  ซึ่งเมื่อจับได้ ละอองดังกล่าวจะเข้าลงไปตามก้านเกสร (Style) และจะไปติดอยู่บนจานรองดอก (disk) ซึ่งจะมีน้ำเยิ้มๆ (nectar)  ซึ่งโดยธรรมชาติ ดอกเกสรตัวเมียที่พร้อมจะรับการผสมเกสร จะต้องมีจานรองดอกที่มีสภาพชุ่มน้ำเต็มที่  และภายในดอกลำไยตัวเมี่ยจะมีส่วนที่เป็นรังไข่ Ovaries ซึ่งจะพัฒนากลายเป็นลูกลำไยในอนาคต

          การปฏิสนธิ  จะใช้เวลาประมาณ 3-4 วัน  หลังจากเกสรตัวเมียได้รับการผสมละอองเกสร โดยเกษตรกรจะสังเกตเห็นได้ว่ากลีบดอก (Corolla) ของดอกลำไยตัวเมีย จะเริ่มมีสีซีดลง และเริ่มเหี่ยว

          และแล้วเมื่อปฏิสนธิครบสมบูรณ์ ในที่สุดสิ่งที่ดอกตัวเมียแสดงให้เราได้เห็นคือ ดอกลำไยก็จะปรากฎท่อ Style กับ Ovaries แสดงให้เราเห็นผลของการติดผลในระยะ "บักห่ำน้อย" ..ค่ะ

ดูภาพที่่ 2

ดอกลำไยเกสรตัวเมีย

 

          ส่วนดอกลำไยตัวเมียที่ไม่ได้รับการผสม (Unpollination) ก็จะลักษณะสีซีด เหี่ยว เหมือนกัน แต่จะหลุดร่วงไป...ค่ะ

          ช่วงสัปดาห์แรกหลังการปฏิสนธิ เราอาจจะไม่ได้เห็นการติดผลอย่างชัดเจนมากนัก..นะคะ

แต่จะเริ่มเห็นชัดเจนได้ในสัปดาห์ที่ 4 หลังการปฏิสนธิ จะเห็นลำไยจะเข้าสู่ระยะ "หัวไม้ขีด"

ช่วงนี้แหละ ที่เกษตรกรมักจะสบายใจ และคิดว่า "ลำไยติดลูกแล้ว" .... แต่หาเป็น เช่นนั้นไม่

โปรดทราบ

 

ตั้งแต่ช่วงปฏิสนธิ มีสภาพเป็น "บักห่ำน้อย" จนมาถึงช่วง "หัวไม้ขีด"

ลำไยจะมีโอกาสหลุดร่วงได้ ทุกเวลา...ค่ะ

 

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น  เกิดจากอะไร..ล่ะ

3 ลำดับ เหตุผลยอดฮิต ในความคิดเกษตรกร 

อันดับแรกก่อน สำคัญที่สุดเลย

อันดับที่ 1.  เกิดจากความชื้นที่ลดลง

          "อากาศร้อนจัด"  หรือ "ไม่ได้ให้น้ำลำไย"  เป็นภาษาชาวบ้านเข้าใจง่ายดี..ค่ะ

แต่ภาษาทางวิชาการเขาบอกว่าเกิดจากความชื้นลดลง..ค่ะ 

          ช่วงที่ลำไยออกดอกบานสะพรั่งทั้ง ดอกตัวผู้ และดอกตัวเมีย มีแมลงมาช่วยผสมเกสรเพียบ     แต่หลังจากแมลงผสมเกสรไปแล้ว ในช่วง 3-4 วัน จนกลีบดอกจะเริ่มซีด

ช่วงนี้แหละสำคัญมาก..ค่ะ

 

สิ่งที่เกษตรกรควรปฏิบัติ

 

เกษตรกรต้องค่อยๆ ให้น้ำเพิ่มกับต้นลำไย

และให้น้ำสะอาดแก่ช่อดอกลำไย

ด้วยการพ่นละอองน้ำ (สะอาด)  เพื่อช่วยให้ดอกลำไย ที่ได้รับการผสมเกสรแล้ว

ในช่วง 3-4 วันแรกหลังจากการดอกลำไย ได้รับการผสมเกสร

เพื่อให้ดอกลำไยได้รับความชื้นอยู่เสมอ

 

หากทำได้ให้เกษตรกร ให้น้ำไปจนถึงสิ้นสัปดาห์ที่ 2

ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ เลย...ค่ะ ต่อการติดผลลำไย

 

เพราะตอนนี้เขาได้เริ่มปฏิสนธิแล้ว ต้องให้ละอองน้ำกับเขาบ้าง..ค่ะ

 

แต่อย่าฉีดพ่นน้ำเข้าไปตรงๆ เหมือนเวลาพ่นยากำจัดแมลงเชียวนะ

รับรองว่า ดอกลำไยจะร่วงเพราะแรงดันน้ำจากเครื่องพ่น..ค่ะ 

 

ยิ่งถ้าดอกลำไย บานพอดี ต้องพบกับสภาพอากาศร้อนๆ ด้วยแล้ว

ยิ่งแย่เลย ดอกร่วงหมด

 

(เหตุผลข้อนี้ ส่วนใหญ่เกษตรกร จะฟันธง คิดกัน..แบบนี้)

อันดับที่่ 2  ดอกเกสรตัวเมีย ไม่ได้รับการผสมเกสร ..ค่ะ กลีบดอกก็จะเริ่มซีด และหลุดร่วงไป

          ข้อนี้ ใช้กันประจำ ส่วนมาก เกิดจาก ไม่มีแมลงผสมเกสรพวกผึ้ง หรือชันโรง เข้าไป ช่วยค่ะ เกษตรกรบางราย กลับคิดว่า แมลงพวกนี้เข้าทำลายดอกลำไยอีกต่างหาก หายากำจัดแมลงพ่นไล่ออกนอกสวนไปเลย แล้วก็นั่งดู ดอกลำไย สีขาว...ช่อสวย..ช่างงดงามไร้ที่ติ ไร้แมลงทุกประเภท...มารวบกวน

ท้ายสุด ดอกก็เหี่ยวร่วง และไม่ติดผลเลย...ค่ะ

อันดับที่ 3  ตัวเกษตรกรเองเป็นผู้ทำให้ดอกลำไย และลำไยที่ติดผลแล้ว ....ร่วง โดยไม่ได้เจตนา

          เกษตรกรหลายๆ ท่าน  ในใจ ใส่ใจ ดูแลลำไยมากเกินไป ไม่ค่อยจะปล่อยโอกาส ให้ต้นลำไยช่วงออกดอก อยู่ด้วยตัวเขาเองตามธรรมชาติกันบ้างเลย 

          เกษตรกรหลายรายชอบหาฮอร์โมนนั่น หายานี่ มาฉีด มาพ่น ดอกลำไยกันอยู่ตลอดเวลา

          ส่งผลให้สรีระสภาพทางเคมีของดอกลำไยเปลี่ยนแปลงไป...ค่ะ  โดยเฉพาะที่ดอกเกสรตัวเมีย บริเวณ Stigma lobe จะเกิดการเปลี่ยนแปลงก่อน ไม่อาจจับละอองเกสรตัวผู้ได้  คราวน้ก็ลามเข้าไปถึงระดับความข้นของน้ำเยิ้มๆ (nectar) บนจานรองดอก (disk) ภายในดอกที่เปลี่ยนสภาพไป ทำให้แม้ว่าจะมีละอองเกสรเข้ามาได้ แต่ก็ไม่สามารถเกิดการปฏิสนธิได้ 

ภาษาบ้านเรา เขาเรียกว่า "แท้ง" ..ค่ะ

          สารเคมี ที่เป็นฮอร์โมนสังเคราะห์ ตัวสำคัญที่นิยมใช้ผสมลงไปในยาสารพัดยี่ห้องที่ขายกันทุกวันนี้  มักจะมีส่วนผสมของ ฮอร์โมน "ออกซิน" หรือ NAA (Naphthaleneacetic acid) หรือ ภาษาทางการเรียกว่า "กรดแนฟทาลีนแอซีติก"...นั้นเอง

หรือที่เซลล์ขายยา ชอบนักที่จะแนะนำว่า 

 

"พี่คะ..พี่ขา ใช้ยาตัวนี้...สิคะ ดีแน่นอน"

 

เล่นอะไร-ไม่เล่น มาเล่นกับ "ฮอร์โมน" 

          นักวิชาการเขา คอมเม้นท์ มาตลอดเวลาว่า "หากเกษตรกจะใช้ฮอร์โมนชนิดใด กับพืชในระยะใด ควรได้มีการศึกษาให้เข้าใจ คุณสมบัติของฮอร์โมนเหล่านั้นเสียก่อน"

          สารสังเคราะห์ หรือฮอร์โมนสังเคราะห์เหล่านี้   มักจะมีใช้ผสมอยู่ในผลิตภัณฑ์ สำหรับฉีดพ่นกับผลไม้ แบบครอบจักรวาล หลากหลายๆ ยี่ห้อ ซึ่งมักจะชอบเขียนป้ายโฆษณา ปิดไว้ข้างขวดว่า

          "เป็นสารสกัดที่ช่วยในการเปลี่ยนเพศดอก ช่วยในการเร่งการแตกราก ช่วยสมานเนื้อแผลต้นไม้ช่วยเพิ่มขนาดของผลไม้  ชะลอความแก่ของผลไม้  ป้องกันผลไม้หลุดร่วง  ทำให้ขั่วเหนียว ป้องกันการหลุดร่วงของผลไม้ "

ท้งที่ความเป็นจริง ต้องเขียนให้ครบ...ว่า

          "จากผลการวิจัย ยาดังกล่าวคือ แนฟทาลีนแอซีติก เป็นออกซินสังเคราะห์ ที่ช่วยในการเปลี่ยนเพศดอกของเงาะพันธุ์สีชมพู จากดอกกระเทย ให้มาเป็นดอกตัวผู้   ช่วยในการเร่งการแตกราก ช่วยสมานเนื้อแผลต้นไม้ ช่วงทาบกิ่งมะม่วงแรด บนตอมะม่วงแก้ว   ช่วยเพิ่มขนาดของสับปะรด  ชะลอความแก่ของสับปะรด  ป้องกันผลไม้หลุดร่วงของลองกอง และลางสาด  ทำให้ขั่วเหนียว ป้องกันการหลุดร่วงของมะนาว  ละลายได้ดีในแอลกอฮอล์ จัดเป็นสารที่เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมระดับปานกลาง

 

          ซึ่งก็ถูกของเขาค่ะ บริษัท หรือเซลล์ขายยาเขาไม่ได้โกหกหรอก แค่เพียงไม่ได้เ่ขียนบอกว่า ไม้ผลที่ใช้ได้อ่ะ ใช้ได้เฉพาะกับงานวิจัยผลไม้ (ตามรายละเอียด) เท่านั้นเอง...ค่ะ

          จากคำโฆษณา ว่า "ผลิตภัณฑ์นี้ สามารถนำมาเปลี่ยนเพศดอกลำไยได้ หรือทำให้ขั่วดอกเหนียว ป้องกันการหลุดร่วง"  เพียงเท่านี้ คนขายที่เรียนรู้มาจากเซลล์ขายยา ก็เลยเหมาเอาเองแล้ว ว่าสามารถใช้กับลำไยได้เหมือนกัน

          เกษตรกร ก็เชื่อ ซื้อ เอาไปพ่นดอกลำไย...  เพราะอยากเปลี่ยนเพศดอกลำไย อยากทำให้ขั่วดอกเหนียว อยากป้องกันการหลุดร่วง

ผลที่ได้ก็คือ... ดอกลำไยเริ่มร่วง ส่วนใหญ่ร่วงมาก และบางราย ร่วงหมด...ค่ะ

 

และพอเอาไปพ่น ช่วงที่กำลังเป็น "บักห่ำน้อย"

จนไปถึงระยะ "หัวไม้ขีด"  ก็พลอยหลุดร่วงไปด้วย

ก็เลยปรากฎ ภาพให้เห็น เป็นลำไย "กระซ้า"

ติดผลกัน "กะล่อม กะแหล่ม" อย่างที่เป็นอยู่นี่แหละ..ค่ะ

          เกษตรกรลองกลับไป นึกๆ ดูสิ..คะ  ว่าตอนที่ลำไยของท่านกำลังติดดอกดี  จนถึงเริ่มเป็นผลอ่อนเล็กๆ แล้ว  ท่านได้เคยเอาพวกอาหารเสริมตามที่เขาโฆษณา ตามเนื้อหาข้างต้นที่ว่ามา...อ่ะมาผสมน้ำ ฉีดพ่นไปบนดอกลำไย หรือลูกลำไย บ้างหรือเปล่า....

          นอกจากจะใช้ผิดชนิดของผลไม้แล้ว (เพราะมันใช้ไม่ได้กับ...ลำไย) งานวิจัยก็ยังมีน้อยมากๆ

ที่ร้ายกว่านั้นคือ  บริษัทเขาบอกอัตราส่วนการผสมน้ำเท่าไร  เกษตรกรไทยก็เบิ้ลให้ 2 เท่า...เลย

ผลคือ ร่วงเร็วกว่าเดิม 2 เท่า...ค่ะ

ดอกลำไย...มันร่วง

ดอกลำ...ไม่ติดลูก

หรือ

ลูกลำไยมันติดแล้ว...แต่ร่วง

 

ก็เพราะมันเป็นด้วยประการ..ชะนี้..แล

สรุป

ขอเพียงเกษตรกร ได้ศึกษาให้เข้าใจในเรื่องสรีรวิทยาของต้นลำไย

เข้าใจการพัฒนาการในแต่ละช่วงของเขา 

ไม่ไปรบกวนการพัฒนาการของเขามากจนเกินไป

ไม่จำเป็นต้องใช้ฮอร์โมน ยา หรือสารเคมีอะไร ต่างๆ มากมาย

ลำไย เขาจะติดผลของเขาเอง..ค่ะ

 

อย่างไรก็ตาม หากเกษตรกรจะใช้สารเคมีจริง

ก็มีรายงานผลการวิจัย ที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีบางชนิด ที่เมื่อใช้ผสมน้ำ และฉีดพ่นช่อดอกลำไยในระยะก่อนการผสมเกสร จะช่วยให้ลำไยมีโอกาสติดผลได้เพิ่มขึ้น ถึง 30.37%  ซึ่งจะนำเสนอในบทความถัดๆ ไป..ค่ะ

 

.