ตลอด 3 ปีครึ่งที่ผ่านมา เขาต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักจากภาคการเมืองถึง 3 ครั้ง โดย “ครั้งแรก” เป็นเรื่องที่ทางการเมืองต้องการนำเงินสำรองระหว่างประเทศออกไปตั้งเป็นกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ หรือ Sovereign Wealth Funds ตลอดจนความพยายามที่จะนำเงินส่วนนี้ ไปใช้ในการสร้างแหล่งสำรองน้ำมันเพิ่ม สำหรับ “ครั้งที่สอง” เป็นเรื่องการโอนหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (เอฟไอดีเอฟ) มาไว้ที่แบงก์ชาติ เพื่อที่รัฐบาลจะมีพื้นที่เหลือในการก่อหนี้สาธารณะเพิ่ม และ “ครั้งล่าสุด” เป็นความพยายามที่จะบีบให้แบงก์ชาติปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง โดยที่เรื่องทั้งหมดนี้ฟากการเมืองไม่เคยมา “หารือ” กับแบงก์ชาติก่อน ซึ่งเป็นการทำโดยการประกาศผ่านสื่อมวลชนทุกครั้ง
เปิดใจ ดร. ประสาร ไตรรัตน์วรกุล
2 คนชอบ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นงนาท สนธิสุวรรณ · 8 เม.ย. 2557
Dr. Ple · 8 เม.ย. 2557
ตอกมัดกล้า · 8 เม.ย. 2557
ผศ. เดชา สว่างวงศ์ · 8 เม.ย. 2557
ถ้าผู้บริหารระดับสูงของเรามี integrity เหมือนท่าน ประสาร บ้านเมืองเราคงไม่โดนการทุจริตของฝ่ายการเมืองทำร้ายมามากมายขนาดนี้นะคะ น่าจะต้องช่วยกัน"ล้างบาง"ผู้บริหารที่รับใช้นักการเมืองด้วยเห็นแก่อามิสสินจ้างกันได้แล้ว อย่าให้"คนโกง"มีที่ยืนในแผ่นดิน น่าจะเป็นสิ่งที่เราต้องช่วยกันเรียกร้องให้ประเทศไทยเรานะคะ