625. "เรียนรู้จิตวิทยาบวกจากหนัง The Matrix"

ไม่มีหนังเรื่องดัง เรื่องใดในจักรวาลนี้ที่ผมอยากวิจารณ์มากไปกว่าหนังเรื่อง The Matrix .. หนังเรื่องดังที่เรียกว่าคลาสสิกมากๆ .. ผมว่าคนในโลกนี้คงได้มีโอกาสได้ดูหนังเรื่องนี้มาแล้ว ผมเองดูหลายรอบครับ และก็ชอบที่อาจารย์ที่ผมเคารพมากๆคือท่านดร . วรภัทร์ พูดถึงบ่อยๆ .. โดยท่านนำมาประกอบการสอนธรรมะ .. วันนี้ผมเลยขอวิจารณ์หนังเรื่องนี้ในมุมมองที่ผมถนัดครับ ..

                   

หลายท่านคงทราบดีว่า The Matrix เป็นหนังในอนาคต ที่ในยุคนั้นเทคโนโลยีด้านหุ่นยนต์พัฒนาไปมาก มากจงหุ่นยนต์ยึดโลกไปครอง แถมมันเก่งคิดได้ โดยมันค้นพบว่าร่างกายมนุษ ย์นี่เป็นแหล่งพลังงานชั้นดี มันเลยจัมนุษย์ทั้งโลกมาเป็นแบตเตอรี่ย์ โดยจับขังไว้คล้ายๆนอนหลับ ป้อนอาหารแล้วดึงเอาพลังงานมาใช้ โดยจัดการให้มนุษย์หลับฝันตลอด โดยดึงเอาความนึกคิดของมนุษย์มารวมกัน ทำให้มนุษย์สามารถใช้ชีวิตอยู่ในความฝันร่วมกันได้ในโลกเสมือนที่เรียกว่า The Matrix โดยไม่รู้ว่าตนเองถูกหลอก .. แล้ววันหนึ่งพระเอกก็ถูกปลุกจากหลับไหล .. โดยมอเฟียส ผู้นำกบฏไซอ่อน .. ที่ค้นพบว่าพระเอกน่าจะเป็นคนพิเศษ ตามที่ศาสดาพยากรณ์ว่าไว้ ว่าพระเอกคือนีโอจะออกมากู้โลก กำจัดหุ่นยนต์ได้ ทำให้มนุษย์ตื่นจากหลับไหล

.. แน่นอนที่สุดหลังฝ่าฝันผจิญภัยไปสามภาค พระเอกก็แสดงพลังมหัศจรรย์ สามารถเอาชนะหุ่นยนต์ได้ จนมนุษย์กลับมาเป็นมนุษย์อีกครั้ง หนังมีสามภาคแต่ละภาคลุ้นมาก .. วันก่อนกลับไปดูภาคหนึ่งที่ก็ลืมแล้ว ดูไปเรื่อยๆ .. ภาคหนึ่งนี่เป็นการค้นพบนีีโอโดยมอเฟัียส .. ทั้งหมดผจญภัยกันเข้าไปในโลกของ Matrix.. แต่แล้วก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน .. เมื่อคนของไซอ่อนคนหนึ่ง ชื่อไซเฟอร์ เกิดทรยศกับไปเข้าข้างหุ่นยนต์ .. คอมพิวเตอร์เกิดรู้ขึ้นมาถึงการเคลื่อนไหวของพลพรรคนำโดยมอเฟียสและนีโอ ทำให้เกิดเหตุการวุ่นวาย มอเฟียสถูกจับ .. แต่ก็ช่วยมาได้ ..

ผมดู Matrix ตอนนี้ แล้วเริ่มทบทวนอะไรหลายอย่าง .. ผมจะไม่พูดถึงนีโอ พระเอกมากนัก แต่อยากพูดถึงตัวร้ายครับคือคุณไซเฟอร์ ..และ พยายามใคร่ครวญที่สุดจากการตามดูพฤติกรรมของคนทรยศ ก็พอสรุปได้ครับว่า ที่คนเคยดีหันมาทรยัศนั้น เพราะ " ไม่มีความสุข " ครับ ... ทำไม ลองมาดูทฤษฎีความสุข (Happiness) ที่นิยามโดยศาสตรจารย์มาติน ซาลิกมัน บิดาแห่งวิชา Positive Psychology คิดขึ้นมา ที่เรียกกันว่า PERMA ... ซึ่งเป็นคำย่อขององค์ประกอบของความสุขที่มีอยู่หกประการดังนี้ครับ ..

  • Positive Emotion  อารมณ์ดี มีความสุข สนุก เพลิดเพลิน สบายใจ

  • Engagement  ภาวะลื่นไหล.. หมายถึงการได้พบกับความสุขจากการทำกิจกรรมที่ท้าทายแต่เรามีทักษะสูงพอ

  • Relationships  ความสัมพันธ์ที่ดีกับสังคมนั้นๆ

  • Meaning  การรู้สึกว่าชีวิตมีความหมาย คือรู้สึกว่าสิ่งที่ทำอยู่สำคัญ เชื่อมโยงกับส่ิงที่ยิ่งใหญ่กว่า

  • Accomplishments  ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม

                 

ไซเฟอร์ ชายผู้ทรยศนี้ไม่มีความสุขจริงๆครับ .. ในเรื่องจะเห็น

Positive Emotion  นี่ไปเลย เพราะในยานกินแต่อาหารสังเคราะห์ครับ หน้าตาเหมือนยาสีฟัน แก่บ่นแบบปลงๆ ตลอด ..

Enagagement ไม่เลย พวกเขาต้องต่อสู้กับศัตรูที่มีความเหนือกว่า .. หนีอย่างเดียว .. รอแต่คนเก่งตามคำทำนายจะปรากฏตัวมา เลยรู้สึกเครียดตลอดไม่เกิดภาวะลื่นไหล .. กิจกรรมท้าทายเกินเหตุแต่มีทักษะ และไม่เห็นความหวังอะไรที่จะพัฒนาทักษะให้มาทัดเทียมกับหุ่นยนต์ได้เลย .. นี่ครับจิตตกยาวไปเลย

Relationships ดูมีความสัมพันธ์ดี แต่ไม่แน่นแฟ้นมาก .. เพราะรับไม่ค่อยได้กับชีวิตหลบๆซ่อนๆ

Meaning รู้สึกถอดใจ ไม่เห็นอนาคต ไม่รู้สึกว่าสิ่งที่ทำสำคัญกับใครอีกต่อไป

Accomplishments ไม่เห็นความสำเร็จเป็นรูปธรรม

ที่สุดเราเห็นชายคนนี้ลักลอบเข้าไปใน The Matrix ไปเจรจากับหุ่นยนต์ เพื่อขอกลับไปใช้ชีวิตใน The Matrix โดยขอให้หุ่นยนต์ โปรแกรมให้เขาเป็นคนรวย คนดังในโลกเสมือน .. หุ่นยนต์ OK แล้วการทรยศก็เริ่มขึ้น .. ทำเอาพระเอกของเราเกือบตาย มนุษยชาติเกือบสูญพันธ์ไปตลอดกาล

เรื่องนี้จะว่าไปก็โทษใครไม่ได้ มอเฟียสก็พยายามทำดีที่สุด เพราะลำพังการค้นหา และฝึกนีโอนี่ก็ไม่ง่ายครับ ..

ครับเรื่องนี้สะท้อนถึงองค์กรสมัยใหม่มากๆ .. ที่เรากดูจะสนใจเฉพาะผลสุดท้ายหรือ Accomplishments หรือสิ่งที่เรียกว่า KPI แต่เราสนใจปัจจัยเกื้อหนุนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Positive Emotion Enagagement Relationships Meaning.. น้อยเกินไป .. มีคนพูดอย่างนี้ครับ .. “ พนักงานใหม่นะอาจารย์ เข้าไปก็เจอเป้าแล้ว .. เหลียวหลังแลหน้าไม่เจอใคร ไม่มีใครแนะนำ .. สักพักก็ไม่อยู่ ..” นี่ไงครับขาดการ Coaching .. สอนหรือ Training นี่ไม่พอแล้วครับ ..

                                     

จะเห็นว่าแม้นีโอจะเป็นคนในคำทำนาย มอเฟียสยังต้องโค้ชเลยครับ   ทำให้เกิดภาวะ Flow หรือ Engagement... ยังไม่พอตลอดเรื่องจะเห็นมอเฟียสและทุกคนพยายามพูดโน้มน้าวให้นีโอ เห็นถึงความหมาย ความสำคัญของตนเองว่างานที่ตนทำนั้นสำคัญกับมนุษยชาติเพียงใด นี่คือการสร้าง Meaning.. ได้ไปสองเด้งแล้ว สุขมากๆ ยังไม่พอทุกคน รวมทั้งแฟนสาวยอมรับนีโอ รักนีโอทำให้นีโอรักและผูกพันธ์กับทุกคนอีก นี่ก็ Relationships เลย สุขอีกสามแล้ว .. และแน่นอนนีโอเป็นคนเรียบง่ายสามารถหาความสุขได้แม้ในที่แคบๆอย่างยานรบของไซอ่อน .. ประมาณว่าสมถะ ... นี่ก็สี่เด้งแล้ว สุขสุดๆ .. สุดท้ายนีโอเร่ิมรบชนะเห็นความสำเร็จเป็นรูปธรรม Accomplishments

และพอสำเร็จเป็นรูปธรรม หรือ Accomplishments ในภาคแรก .. เริ่มทำให้คนในขบวนการไซอ่อนสุขมากขึ้ึ้น เพราะเริ่มเห็นองค์ประกอบชัดเจน ..  สุดท้ายนี้อยากเห็นองค์กรในไทยจริงจัง แบบรู้จริงเรื่องความสุขของคนในองค์กร อยากเห็นรัฐบาลไม่ว่าจากฝ่ายใดดูแลประชาชนให้มีความสุขแบบ PERMA ครับ . ผมไปญี่ปุ่นมารู้สึกว่าที่นั่นมี PERMA ระดับสังคมเลย .. เราจะเอาชนะอุปสรรคได้ทุกอย่างครับ

วันนี้เพียงเล่าให้ฟัง ลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ

 

Reference: 

http://www.authentichappiness.sas.upenn.edu/newsletter.aspx?id=1533

http://www.youtube.com/all_comments?v=bwMGoQYMPj4

http://redpenofdoom.com/tag/darth-vader/

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Appreciative Inquiry



ความเห็น (0)