.. ภาพเก่าเพียงหนึ่งภาพ .. อักษรเก่าจารึกลายมือเพียงหนึ่งแผ่น .. สิ่งของเก่าๆ เพียงหนึ่งชิ้น ล้วนบอกเล่าอดีตของมันได้ หากคุณไม่เรียนรู้ที่จะเก็บของเก่า คุณจะบอกเล่าอดีตที่มีคุณค่าด้วยสิ่งใด

ระหว่าง explicit knowledge (EK) กับ tacit knowledge (TK) ดิฉันให้ความสำคัญกับความรู้ประเภทหลังมากกว่าค่ะ หากมีเวลาจำกัด แล้วจำเป็นต้องเลือก ระหว่างการเข้าฟังนำเสนอผลงานวิชาการที่ประสบความสำเร็จดีเยี่ยม กับ การร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้มีประสบการณ์ ที่มีตัวเป็นๆ มาให้ 'จับ' ให้ 'บาย' (ในภาษาอีสาน) หรือได้สัมผัส ดิฉันเลือกประเภทหลังค่ะ เพราะมัน 'ได้อารมณ์ ร่วมความรู้สึก' มากกว่า อารมณ์ความรู้สึกร่วมนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากเลยช่วงเวลานั้นไป ต่างจากการนำเสนอผลงานวิชาการที่หาอ่านได้ในภายหลัง หากสงสัยยังสามารถสอบถามได้ตามที่อยู่ที่ให้ไว้

แล้วมาบอกทำไม!

อยากบอกว่า ดิฉันทำได้โดยส่วนตัว ไม่มีอุปสรรคหากต้องการ .. แต่ดิฉันล้มเหลวในการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้แลกเปลี่ยน อย่าว่าแต่ TK เลย แม้แต่ EK ก็ไม่เท่าไร เมื่อสังคมชุมชนที่ดิฉันพักอาศัยและทำมาหากินยังเข้าไม่ถึงหลักการของมัน

ดิฉันรู้สึกเศร้าใจเมื่อทราบว่าหน่วยงานไม่มีผลงานเก่าเก็บ เหตุเพราะไม่เคยเก็บงานเก่า ปล่อยให้ TK ดีๆ ติดตัวไปกับผู้เฒ่าวัยเกษียนโดยไม่ถอดบทเรียนไว้ก่อน สิ่งที่พอทำได้ คือ การตามล่าหาต้นฉบับที่ทิ้งๆ ขว้างๆ มาสำเนาไว้ชิ้นละ 3 ชุด เพื่อเรียงร้อย บอกเล่าอดีตของชีวิต ทิศทางการพัฒนาองค์กร .. เป็นประวัติศาสตร์ให้ลูกหลานรุ่นหลังได้เรียน ได้รู้จักตนคนพระศรีมหาโพธิ์

.. ภาพเก่าเพียงหนึ่งภาพ .. อักษรเก่าจารึกลายมือเพียงหนึ่งแผ่น .. สิ่งของเก่าๆ เพียงหนึ่งชิ้น ล้วนบอกเล่าอดีตของมันได้ หากคุณไม่เรียนรู้ที่จะเก็บของเก่า คุณจะบอกเล่าอดีตที่มีคุณค่าด้วยสิ่งใด.