ฮักนะเชียงยืน 30


...บันไดขั้นเเรกของโครงการโรงเรียนวันสุข กับ ฮักนะเชียงยืนเริ่มขึ้นเเล้ว ...

เสนอโครงการ เเห่งความสุข

  

        ความสุขเเห่งกลุ่มเป้าหมายเเละเครือข่ายนั้นเป็นสิ่งสำคัญเเต่การที่จะได้มาซึ่งความสุขนั้น ถือว่ายากพอสมควร เมื่อ 25-26 มีนาคมที่ผ่านมา มีโอกาสได้ไปปรับโครงการเพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาโครงการ เเละอนุมัติโครงการ ของโครงการโรงเรียนวันสุข สร้างสุขภาวะด้วยปัญญา ที่จะหนุนเสริม ทุนของฮักนะเชียงยืน ซึ่งเป็นทุนจากภายนอก ... ครั้งนี้ก้ได้มาที่ วีเทรน ดอนเมืองเช่นเคย เเต่ครั้งนี้เป็นครั้งเเรกที่ได้มาเข้าร่วมโครงการกับ สสส. เดินทางมากัน 2 คน คือครูเพ็ญศรี เเละกระผมเอง เดินทางมาวันเเรกก็ได้ปวดหัวกันเลย เพราะต้องปรับโครงการกันยกใหญ่ ทุกๆโครงการที่มาได้ปรับทั้งหมดเพราะจะได้จับต้องได้ เราสามารถจับเป้าหมายเราอยู่ได้

        ครั้งนี้นี้พี่คนหนึ่งชื่อพี่กระรอก ได้ให้คำเเนะนำอย่างเต็มที่ เขาเน้นที่ การจับเป้าหมายให้ได้ โดยไม่ได้เน้นที่วิธีการที่จะนำไปสู่เป้าหมาย เพราะเเต่ละทีมมีทุนที่จะนำไปสู่เป้าหมายของตนเองอยู่เเล้ว ในการพัฒนาคนจะต้องพัฒนาให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ เมื่อเรียนรู้เเล้วก็ต้องเกิดการใช้การเรียนรู้นั้นโดยการฝึกทำ ทำซ้ำๆ ใคร่ครวญ เเละอื่นๆ อันจะนำไปสู่ความสุข ที่เราได้มีจุดหายร่วมกัน โดยมีปัญญาเป็นมาตรฐานเพื่อความสุขภาวะทางปัญญา เเล้วจะนำไปสู่การพึ่งตนเองในที่สุด ตามฐานของเเต่ละท้องถิ่น 4 เสาหลักของเรา คือ เเสวงหาความรู้  เกิดการเเก้ไขปัญหา  เกิดวิธีการจัดการตนเองทำกิจ/ทำจิต  เเละปรับตัวให้เข้ากับสิ่งเเวดล้อม  มีความมุงหวังในอีกมิติหนึ่งว่า เพื่อไม่ได้เยาวชนเรามีความสันโดดจนเกินไป  

        กิจกรรมในครั้งนี้ ถือว่าต้องปรับเเก้เป็นการใหญ่เลยทีเดียว นั่งอยู่หน้าจอคอม 2 วันเต็มๆ ตลอดช่วงวันอยู่กับพี่เลี้ยงโครงการ พี่เลี้ยงคอยให้คำเเนะนำ อย่างใกล้ชิด ซึ่งก็ได้โมเดลถาวรออกมาเลย คือ นิ้วที่1 เเกนนำสร้างหลักสูตรร่วมกัน นิ้วที่2 การปรับฐานคิดของกลุ่มเป้าหมายเเละเครือข่าย นิ้วที่3การเรียนรู้บนสภาพปัญหาด้วยละครเร่เป็นเครื่องมือ นิ้วที่4เป็นค่ายโชว์เเละเเชร์เเลกเปลี่ยนประสบการเเละสิ่งที่ได้เรียนรู้ซึ่งกันเเละกัน ... เป็นโมเดลถาวรที่สามารถยืดหยุ่นได้ เเต่ยืดมากเกินไปก็จะทำให้ไม่เป้าหมายเป้าก็เป็นได้ 

        ในครั้งนี้เราเองก็ได้เรียนรู้ เเล้วย้ำเตือนสิ่งที่เรารู้ลงไปอีก คือ การวิพากย์งาน งานตนเองที่จะทำให้งานเรามีเป้าหมายที่จับต้องได้ ไม่ดำเนินไปอย่างเลื่อยลอย ซึ่งมีดังนี้ คือ 

        นิ้วโป้ง คือ ประเด็นของเรา ปัญหาของเรา ว่าประเด็นหรือปัญหาของเรานั้นคืออะไร เป็นอย่างไร อาจมีปรัเด็นหลายๆอย่างที่รวมอยู่ในประเด็นเดียว ซึ่งต้องจับประเด็นให้ได้ จับให้เเคบพอเราสามารถทำได้ จับให้เเคบตรงกับที่เราคิดว่ามันเป็นใจความสำคัญของเรื่องนั้น จับไห้ได้เป็นรูปธรรม 

        นิ้วชี้ คือ ชี้ชัดให้ได้ว่าเป้าหมายเรา คือ อะไร จะปัญหาเรา มันจะนำไปสู่เป้าหมายของเราได้อย่างไร เหตุและผลอยู่บนฐานความจริงไหม หรือเป็นเพียงจินตนาการ เป้าหมายเราเกี่ยวข้องปกับประเด็นเราอย่างไร เเล้วเป้าหมายเราเป็นใคร ได้อะไร ผลจะเกิดอะไรขึ้นบ้างจากวิธีการของเรา เป้าหมายใหญ่เกินไปก็ไม่ควรที่จะตั้งไว้เพาะมันจะทำให้โครงการเราเลื่อยลอย ตั้งไว้สูงก็ลดให้เเคบลง เเคบจนเราสามารถจับต้องได้เป็นรูปธรรม ในระยะเวลาของโครงการ 

        นิ้วกลาง คือ กลั่นกรองวิธีการว่าได้ผลมาเพียงใด กลั่นกรองว่าจากเป้าหมายของเรานั้น มีเป้าหมายหลักเเละเป้าหมายรองอย่างไร เเล้วใครที่เป็นเป้าหมายหลักเเละเป้าหมายรองของเรา เเล้วเขาจะได้รับอะไร มันคุ้มค่ากันอย่างไร หลักคือเน้นกว่ารอง หลักอาจเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เราจะพัฒนาอยู่เเล้ว ส่วนรองอาจเป็นเครือข่ายที่เข้ามาเรียนรู้ร่วมกับเรา เเละกลั่นกรองว่าในเป้าหมายหลักเเละเป้าหมายรองของเรานั้นอาจมีวิชาสามัญที่เราจะสอนโดยตรง เเละมีชารองซึ่งเราจะสอนเสริมอีกก็ได้

        นิ้วนาง คือ นำวัตถุประสงค์ของเราไปสู่ความชัดเจน เเต่การนำในที่นี้หมายถึงการนำว่ามันตรงประเด็นไหม เเล้วมันชัดเจนไหม พอไปสู่เป้าหมายของเราได้หรือไม่ นับโดยเทียบเคียงว่ามันชัดเจนหรือเปล่า ในวิธีการของเรา สู่เป้าหมาย

        นิ้วก้อย คือ การวัดผล ที่จะต้องวัดผลอย่างเป็นรูปธรรม สามารถจับต้องได้ ไม่ได้ไปวัดอะไรให้ยุ่งยาก เพียงเราร่วมติดตามเเละมีการบันทึกข้อมูลก็เป็นการติดตามการวัดผลในอีกทางหนึ่ง การวัดผลต้องสามารถจับต้องได้

...บันไดขั้นเเรกของโครงการโรงเรียนวันสุข กับ ฮักนะเชียงยืนเริ่มขึ้นเเล้ว ... 

 

 

 

 

 

 

 

 

หมายเลขบันทึก: 565359เขียนเมื่อ 4 เมษายน 2014 11:32 น. ()แก้ไขเมื่อ 4 เมษายน 2014 11:34 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี