การดูภาพยนตร์เรื่องAmazing Graceในห้องเรียน ซึ่งเป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนโดยเฉพาะการเลิกทาส ทำให้ข้าพเจ้าได้เห็นถึงความยากลำบากของทาสในประเทศอังกฤษในสมัยนั้น ความทารุณโหดร้ายของคนที่กดขี่ทาสในสมัยนั้น และความยากลำบากในการผลักดันกฎหมายในการเลิกทาส
วิลเลียม วิลเบอร์ฟอร์ซ พยายามผลักดันกฎหมายเลิกทาสตั้งแต่ปีค.ศ.1786 แต่ไม่สำเร็จในทันที ในที่สุดในปีค.ศ.1807พระราชบัญญัติค้าทาสก็ได้ถูกยกเลิกไป เขาต่อสู้เป็นระยะเวลาถึง21ปี[1] เนื่องจากการใช้กลโกง กล่าวคือในเมื่อผลักดันกฎหมายเลิกทาสโดยตรงไม่ได้ ก็ผลักดันกฎหมายที่ช่วยทาสในทางอ้อมไปก่อน นั่นคือกฎหมายเกี่ยวกับเรือ ซึ่งเรือที่มีทาสมักจะแสดงสัญชาติเป็นเรืออเมริกัน เพราะธงอเมริกาแสดงถึงความเป็นกลางดังนั้นจะไม่สามารถตรวจสอบหรือจับกุมเรือสัญชาติอเมริกันได้
จากกฎหมายที่วิลเลี่ยม วิลเบอร์ฟอร์ซใช้ในการผลักดันกฎหมายเลิกทาสโดยอ้อมนั้น ให้ข้อคิดแก่ข้าพเจ้าคือ ตลาดค้าทาสในสมัยนั้นเป็นตลาดการค้าที่มีมูลค่าสูงมาก การจะเลิกทาสนั้นจึงเป็นที่ยอมรับไม่ได้ของคนทั่วไปในสมัยนั้น ฉะนั้นการใช้วิธีตรงๆจึงไม่อาจจะทำให้กฎหมายดังกล่าวนั้นผ่านสภาไปได้
อีกทั้ง วิลเลี่ยม วิลเบอร์ฟอร์ซได้กล่าวว่า “คนเราทุกคนเกิดมาเท่ากัน” และ “เราจะอยู่ในบ้านได้อย่างไร ทั้งๆที่มีคนอยู่ในกล่อง” ทำให้ข้าพเจ้าได้ข้อคิดว่ามนุษย์ทุกคนมีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน ไม่ว่าอาจจะมีความแตกต่างกันทางด้านกายภาพ เช่น สีผิว สีผม เรามีสิทธิอะไร คนอื่นก็ควรจะมีสิทธิเหมือนกัน และไม่มีมนุษย์คนใดสมควรต้องทนทุกข์ทรมานโดยถูกมนุษย์ด้วยกันกดขี่
จากที่กล่าวมา จึงทำให้ข้าพเจ้าเห็นว่าการผลักดันกฎหมายเกี่ยวกับการเลิกทาสของวิลเลี่ยม ลิเบอร์ฟอร์ซนั้น เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มาก เพราะเขาได้ช่วยทาสหลายล้านคนทั้งในประเทศอังกฤษและต่างประเทศ ซึ่งเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกับเขาให้พ้นจากการทนทุกข์ทรมานจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยมนุษย์คนอื่นๆ
[1] William Wilberforce(1759-1833). 20 กันยายน 2550. แหล่งที่มา: http://www.brycchancarey.com/abolition/wilberforce.htm ... 1 เมษายน 2557