ชีวิต...ต้องดิ้นรน
วันหนึ่งหลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จแล้วกลับมานั่งทำงานในห้องเรียน
ในห้องมีนักเรียนชั้น ป.๖ กลุ่มหนึ่งนั่งคุยกันอยู่
หัวข้อที่พวกเขาสนทนากันจะเป็นเรื่องของการเรียนต่อเมื่อจบ ป.๖ แล้ว
ส่วนใหญ่บอกว่าจะเรียนต่อที่โรงเรียนเดิมเพราะเป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาอยู่แล้ว
จะได้ช่วยครอบครัวประหยัดค่าใช้จ่าย และช่วยดูแลน้องที่ยังเรียนอยู่ระดับอนุบาลบ้าง ชั้นประถมบ้าง
นักเรียนหญิงคนหนึ่งกล่าวว่า “อยากเรียนต่อในเมืองเพื่อเพิ่มประสบการณ์ แต่สงสารพ่อแม่จะต้องทำงานหนักขึ้น รายจ่ายจะเพิ่มมากขึ้น จะเรียนที่เดิมนั่นแหละ”
และสายตาทุกคู่หันไปจ้องมองเด็กชายหนึ่งเดียวในกลุ่มยังไม่ทันเพื่อนถามเขารีบตอบ “จะเรียนที่โรงเรียนเดิม แม่บอกว่าเรียนที่ไหนๆก็เหมือนเดิมนะแหล่ะ มันสำคัญอยู่ที่ตัวเราถ้าเราขยันเราก็เก่ง แม่บอกให้ฉันตั้งใจเรียนให้เก่งๆแม่จะส่งให้เรียนสูงๆ ต่อไปภายหน้าจะไม่ได้มาลำบากเหมือนพ่อแม่ ต้องอพยพมาทำงานไกลๆทิ้งครอบครัวมา” เขาหยุดนิ่งครู่หนึ่ง “ถ้าฉันอยู่ที่นี่ก็จะได้ดูแลน้องที่จะเรียนชั้นอนุบาล ๑ และดูแลปู่กับย่าที่แก่แล้ว”
ใช่สิ..แม้ว่าพวกเขายังเป็นเด็ก แต่ยังคิดห่วงอนาคตของตน ห่วงครอบครัว และห่วงคนรอบข้างอีกด้วย
เมื่อเรามีชีวิต...เราจำเป็นต้องดิ้นรน เพื่อความอยู่รอดของตน ครอบครัว และคนรอบข้าง
แต่การดิ้นรน...จะต้องไม่ไปสร้างปัญหาหรือภาระให้กับผู้อื่น หรืองสังคม
อร วรรณดา
๓๐ มีนาคม ๒๕๕๗
ขอชื่นชมเด็ก ๆ เหล่านั้นจ้ะ เป็นเด็กที่มีความคิดดีมาก ๆ เข้าใจในชีวิตได้พอควร
ขอบคุณค่ะ คุณครูมะเดื่อ
ที่มอบดอกไม้ และให้กำลังใจด้วยดีเสมอมาค่ะ
ชอบความคิดของเด็กๆกลุ่มนี้มาก พวกเขาเข้าใจสภาพครอบครัวได้เป็นอย่างดี รัก ห่วงใยคนในครอบครัว มากกว่าจะทำตามกระแส ที่ผ่านมาเด็กๆที่คิดในทำนองนี่้ประสบผลสำเร็จในด้านการเรียนค่ะ เด็กพวกนี้จะมุ่งมั่นในการเรียนจนถึงจุดหมายได้ค่ะ
ความคิดของเด็กๆเกินอายุ...สะท้อนคุณธรรมในจิตใจที่น่าชื่นชมมากๆค่ะ....
ขอบคุณค่ะคุณพี่ใหญ่นงนาท ที่เข้ามาอ่านและให้กำลังใจ น่าชื่นชมเด็กกลุ่มนี้ ยินดีที่เห็นพวกเขาคิดถึง รักและห่วงคนในครอบครัว มากกว่าที่จะทำตามความต้องการของตนเอง สะท้อนถึงคุณธรรมในตัวพวกเขาค่ะ