ในวงเล็กๆ ... ข้าพเจ้าได้มีโอกาสฟังเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่าของคนทำงาน

"ทำทำไม...งานที่มีก็มากอยู่แล้ว ไปทำทำไม..."

"มาอีกแล้ว...มาเพิ่มงาน มาเพิ่มภาระให้..."

และอีกมากมายที่พรั่งพรูออกมาจากความทุกข์ในใจของคนทำงาน คำพูดที่เจ็บปวดและหวังให้ผู้อื่นได้เจ็บตาม ไม่ใช่คำพูดที่เปี่ยมด้วยความกรุณา และเมตตา แต่ คำพูดเหล่านี้ก็ไม่ได้ทำให้คนหัวใจแกร่ง อย่างนักพัฒนางานยอมพ่ายแพ้หรือจำนน

ยอดผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ภาวะแทรกซ้อนก็มีมาก ... ตัวชี้วัดก็ต้องผ่าน นโยบายก็ต้องดำเนินตาม ต่างล้วนเป็นสิ่งเร้าที่เข้ามากระทบและบีบคั้นคนทำงาน อยู่มาวันหนึ่งพี่ใหญ่ได้งบประมาณมาก้อนหนึ่ง อยากทำ R2R สบตาและชวนกันทำ ผู้บังคัญชาก็เปิดไฟเขียว มีแนวร่วมน้อยกว่าเสียงหัวเราะเยาะ แต่พี่ใหญ่ก็ไม่ย่อท้อ ...จับมือกันกับพี่แกะ พี่แดง และท่าน สสอ. สนับสนุนทุกทาง

และแล้วกระบวนการก็เริ่มต้น

"ชุมชนนักปฏิบัติ R2R DM&HT"

หัวใจดวงน้อยๆ ของคนทำงาน...ที่ทุกภาระกิจของกระทรวงสาธารณสุขตกอยู่ในความรับผิดชอบ กำลังคนเพียงน้อยนิด ... จะทำอย่างไรดีจึงจะทำให้คนที่มีอยู่ในความดูแลมีอาการดีขึ้น คือ โจทย์ที่ท้าทาย

พี่แกะ พี่แดง...เสนอนำแนวคิด "แพทย์วิถีธรรม" มาประยุกต์ใช้ หลังจากที่ได้ผ่านการทดลองกับชีวิตตนเองมานานพอหลายปี และเริ่มขยายผลลงไปในกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ข้าพเจ้าจึงเสนอว่า เรานำสิ่งที่เรากำลังทำอยู่นี้มาพิสูจน์กันไหมว่า มันได้ผลจริงหรือเปล่า

และแล้วกระบวนการวิจัยก็เริ่มขึ้น...

แบบเรียบง่าย แบบเรียนรู้กันไปภายใต้เงื่อนไขที่ว่า "เราไม่ใช่อาชีพนักวิจัยแต่เรามีอาชีพเป็นนักพัฒนางานประจำ"

แล้ว..เราจะพูดเรื่องยากให้มันยากขึ้นทำไม เพราะชีวิตที่เป็นอยู่ก็ยากมากพอแล้ว

ดังนั้นก็กระบวนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจึงเป็นแบบเนียนๆ เข้าไปอย่างไม่รู้ตัวว่าผู้เรียนกำลังเรียนวิจัย

งานที่เราทำ ... โครงการที่เราประยุกต์ใช้ เพิ่มเข้ามาในงานประจำ นั่นน่ะ คือ Intervention

แล้วเราก็มาวิเคราะห์ร่วมกันว่า Intervention หรือกิจกรรมที่ว่านั้นมีฐานคิดมาจากเรื่องอะไร

ทำไปแล้ว เราวาดหวังจะให้เกิดผลลัพธ์อย่างไร ... จะวัดผลลัพธ์อะไร

ผู้คนที่เราจะเอาร่วมทดลองเรียนรู้ในกิจกรรมดังกล่าวเราจะใช้เท่าไร...ภาษาง่ายสื่อสารกัน คนทำงานก็ไม่กังวลกับภาษาเทพวิจัย

งานก็เริ่มเกิด...

ความหวังก็เริ่มมี...

การลงมือปฏิบัติก็เริ่มทำ ทำไปคิดแก้ไข ทบทวน Re-view กลับไปกลับมา

จะเรียกว่า...ทำกันทุกหย่อมหญ้าเลยก็ว่าได้

ทุกพื้นที่ ขยับปรับกระบวนการทำงาน นำ Intervention เข้ามาบูรณาการร่วมกับการทำงานตามมาตรฐาน

เก็บข้อมูลไปด้วย

หลายเดือนผ่านไป...

ผลเริ่มประจักษ์ มีคนไข้ที่เปลี่ยนแปลงในทางที่ดี

เริ่มมีกำลังใจ ... และมีการยืนยันได้ด้วยผลพิสูจน์ทางวิจัย

อีกทั้งอยู่มาวันหนึ่งท่านผู้ตรวจราชการฯ ลงพื้นที่มาเยี่ยม ท่านถามถึง R2R คนทำงานในพื้นที่ฮึกเหิมมีกำลังใจ หัวใจชุ่มชื่นขึ้น

คล้ายคนที่กำลังบ่มเพาะเมล็ดพันธ์ุแล้วมีคนมาชื่นชมหน่ออ่อนๆ ที่กำลังเติบโตงอกเงย

ขณะที่ฟังเรื่องเล่า...ด้วยความรู้สึกที่เต็มอิ่มนั้น

ข้าพเจ้าสังเกตเห็นหยดน้ำใสใส คลอเบ้าตา...นักพัฒนางาน

รับรู้ ...รู้สึกบนเส้นทางแห่งการเรียนรู้

ไม่ว่าความทุกข์จะถาโถมเข้ามา...จากการทำงาน

แต่คนทำงานตัวเล็กๆ ที่เป็นกลไกทางด้านสุขภาพก็ไม่เคยยอมแพ้...ไม่หวาดหวั่น แม้ว่าการทำงานมาตลอดทั้งปี พออยู่มาวันหนึ่งผลทางโปรแกรมคอมพิวเตอร์ฟ้องขึ้นมาว่า ยอดการทำงานเป็น 0% ก็ไม่ได้ทำให้ผู้คนเหล่านี้ยอมแพ้

และก็ยังคง...ฮึดสู้สร้างกำลังใจให้เกิดขึ้น

ผลงานเกลาใจเกลาปัญญาผ่านการทำ R2R เกิดปรากฏมากมายหลายเรื่อง ต่อเป็นภาพของระดับพื้นที่ระดับอำเภอ

นี่คือ...ภาพแห่งคนสำคัญที่ยืนอยู่เคียงข้างประชาชนเพื่อดูแลให้เขามีสุขภาวะที่ดี

ไม่ย่อท้อ ไม่ยอมแพ้...

อดทน และเข้มแข็ง ... จับมือกัน สามัคคีกัน มีผู้นำที่มีใจเอื้ออาทรประคองกันแบบพี่ๆ น้องๆ แบบกัลยาณมิตร

"คปสอ.คำเขื่อนแก้ว"

...

๒๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๗