อย่างนี้..มีงานทำ..ตลอด

ผมจึงบอกครูเสมอว่า สร้างในสิ่งที่เราพอมี ทำดีในแบบอย่างที่เราเป็น ง่ายที่สุดและเดือดร้อนน้อยที่สุด..นั่นคือ พอเพียง

เด็กรุ่นใหม่ หรือครูรุ่นใหม่ หลายคนไม่เข้าใจ คำว่า "บริบท" ซึ่งเวลาพูดถึง ก็มักจะไปเกี่ยวพันกับคำว่า บริบทโรงเรียน บางทีต้องอธิบายกันให้เข้าใจ ให้เกิดภาพลักษณ์ และเข้าใจตรงกัน จึงจะพัฒนางานการศึกษาให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันได้

บริบทสถานศึกษา..นับวันจะเป็นสิ่งที่ต้องตระหนักเป็นลำดับต้นๆ ของงานประกันคุณภาพ..นับตั้งแต่เกิดทุนนิยม ประชานิยมในสังคมไทย และการคอรัปชั้นเชิงนโยบาย ตลอดจนถึงปัจจุบันที่..ระบบการเมืองนำการศึกษา

ส่งผลให้ "เงิน"คือทุกสิ่งทุกอย่าง นักบริหารการศึกษาทุกระดับ รอคอย โหยหา ไขว่คว้า อยากเห็นเงินงบประมาณ ก่อนที่จะลงมือ"พัฒนา" อันที่จริง ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดวิสัยแต่อย่างใดในองค์กรใหญ่ๆ แต่สำหรับการศึกษา ในระดับปฏิบัติการ..การได้มาซึ่งคุณภาพการเรียนการสอน อาจไม่ต้องใช้เงิน หรือใช้เงินน้อยที่สุด

นั่นหมายถึงวิธีคิด..โดยเฉพาะบุคลากรในโรงเรียนขนาดเล็ก ต้องปรับตัวปรับใจและปรับความคิดใหม่ มิฉะนั้น..ก็จะยึดติด และหลงประเด็น เผลอไปเปรียบเทียบตัวเอง กับ..โรงเรียนในฝัน โรงเรียนดีศรีตำบล โรงเรียนแกนนำ โรงเรียนต้นแบบ และหรือโรงเรียนคุณภาพ โน่น นี่ นั่น...

ลืมตัวตนที่แท้จริง ลืมไปว่า ห้องเรียนไม่ถึงแสน ก็สอนให้นักเรียนเป็นคนดีและมีความสุขได้..ดังนั้น..บริบท จะเป็นตัวช่วยกระตุ้นและขับเคลื่อนการศึกษา แบบค่อยเป็นค่อยไป ช้า แต่แน่นอน ทำได้ทันที ตัดสินใจง่าย และเห็นผลสำเร็จรวดเร็ว

ทำตามบริบทโรงเรียน..จะช่วยให้การสำรวจตรวจสอบข้อมูลและสารสนเทศ    ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความจริง ช่วยให้ประหยัดงบประมาณ งานมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตรงตามความต้องการ ในโรงเรียนขนาดเล็ก จะเห็นได้ชัดเจน ด้านปัจจัยพื้นฐาน บุคลากรและงบประมาณ อาคารสถานที่และวัสดุอุปกรณ์ ล้วนมีความจำกัด บางครั้ง พบอุปสรรคและขาดแคลนเป็นเวลานาน..สิ่งต่างๆ ที่รวมกันเป็นบริบทของโรงเรียนแบบนี้...ต้องการการวางแผน รับมือและแก้ปัญหา และแน่นอน..จะไม่มีสูตรสำเร็จ

ดังนั้น..การมองโรงเรียนดี โรงเรียนดัง  ต้องยับยั้งชั่งใจไม่ให้เกิดกิเลส แต่หาจุดที่เราพอจะนำมาประยุกต์ใช้ ให้เหมาะสมและเป็นไปได้ ไม่เดือดร้อน

ทุกโรงเรียนมีความแตกต่าง ทั้ง ครู(คุณภาพและปริมาณ) ผู้นำชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น ระบบ/โครงสร้าง วิสัยทัศน์ อัตลักษณ์และเอกลักษณ์

ผมจึงบอกครูเสมอว่า สร้างในสิ่งที่เราพอมี ทำดีในแบบอย่างที่เราเป็น ง่ายที่สุดและเดือดร้อนน้อยที่สุด..นั่นคือ พอเพียง

พอผมทุบเรือนพักครูหลังเก่า..ที่อยู่ติดรั้วชาวบ้าน เสร็จแล้ว ก็มานั่งมองอย่างมีความสุข ทิ้งไว้ก็ผุพังไปเปล่าประโยชน์ หน้าฝนงูก็เลื้อยเข้าไป หน้าร้อน หนูก็วิ่งเข้าวิ่งออก ทำให้มันเปิดโล่งลมโกรกเย็นสบาย ได้ห้องเรียนเพิ่มขึ้น ไว้สำหรับเรียนรู้เกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ เป็นห้องเรียนปฏิบัติการงานเกษตรได้เป็นอย่างดี

พี่มะเดื่อ..เห็นแล้ว บอกว่า "อย่างนี้..มีงานทำตลอด.." ได้ยินเช่นนี้ อยากจะหัวเราะ เพราะโดนใจมากๆ ..ตั้งใจไว้แล้วว่า ปิดเทอมนี้ มีตรงไหนเสียก็จะซ่อม ตรงไหนโทรมก็จะทาสี..ตรงไหนไม่ดีก็จะปรับปรุงไปตามสภาพ

นี่ล่ะ..เข้าใจในบริบทเสียอย่าง ทำยังไงก็ไม่ทุกข์...สนุกอีกต่างหาก

 

                                                                      ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

                                                                       ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๗

 

               

                              

                

           

                        

      

              

                         

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บ้านหนองผือ...สถานศึกษาพอเพียง



ความเห็น (5)

เขียนเมื่อ 

เห็นด้วยค่ะ ครูที่ขยันย่อมมีงานทำตลอด

เขียนเมื่อ 

งบประมาณไม่ใช่ตัวกำหนดคุณภาพ หรือมาตรฐานของงาน ..ถึงไม่มีงบประมาณ ก็สร้างสรรค์คุณภาพของงานได้...ผู้บริหารมืออาชีพ ย่อมใช้ " ปัญญา" และ " ศรัทธา" สร้างคุณภาพของงานตามบริบทและความจำเป็น โดยไม่ต้องรอ ไม่ต้องคำนึงถึงว่า จะมีงบประมาณเพียงพอหรือไม่..." อย่างนี้.....มีงานทำตลอด..."

เขียนเมื่อ 

มาเยี่ยมชมโรงเรียนครับ เห็นอาจารย์ทำงานอย่างมีความสุขแล้วก็อดอิจฉาคุณครูและนักเรียนในโรงเรียนไม่ได้นะครับ เขาคงจะมีความสุขยิ่งกว่าครับ

มีศรัทธานำทาง...ทำงานด้วยอิทธิบาทสี่...สร้างสุขแก่ตนและส่วนรวม...ชื่นชมค่ะ

ขอบคุณทุกท่านนะครับ