เช้านี้มีโอกาสเข้าฟังการนำเสนอกรณีศึกษาของนักศึกษากิจกรรมบำบัด หรือ นศ.กบ. หลังผ่านการฝึกปฏิบัติงานทางคลินิกครั้งแรกมานาน 270 ชม. เน้นการนำความคิดความเข้าใจแปลความรู้สู่การปฏิบัติจริงกับผู้รับบริการทางกิจกรรมบำบัดที่มีความบกพร่องทางร่างกาย และ/หรือ จิตสังคม ตลอดทุกช่วงวัย

ผมได้ใช้ Feedback Sandwiches ที่ได้ร่ำเรียนมาจาก Neuro-Linguistic Programming หรือ NLP

คือ เน้นจุดที่นศ.กบ.ทำได้จนผมเห็นชัดเจนว่า "น้องเค้ามีข้อดีเยี่ยมอะไรบ้าง" ตามด้วย "น้องเค้าต้องพัฒนาอะไรบ้าง" และ "น้องเค้าควรพัฒนาข้อนั้นได้อย่างไรบ้าง"

Acknowledgement: http://www.ascd.org/ascd-express/vol8/811-tobey.aspx

ดร.ป๊อป จึงแนะนำว่า "เวลามองผู้รับบริการทางกิจกรรมบำบัด นศ.กบ.ควรมอง ศักยภาพ (ความสุขและความสามารถ) ของคนๆนั้นที่ต้องการพัฒนาได้จริงตามความต้องการของคนๆนั้น แม้ว่าเราจะประเมินคนๆนั้นอย่างไร ควรปล่อยใจให้ว่างแล้วมองความเป็นจริงของชีวิตของคนๆนั้นอย่างมีเหตุผลพร้อมๆกับมีศิลปะของการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต เช่น ถ้ามัวใช้แบบประเมินกระดาษถามคนๆนั้นมากมายก็อาจไม่พบความต้องการที่แท้จริง แต่ถ้าเข้าไปทำกิจกรรมร่วมกับคนๆนั้นอย่างเป็นธรรมชาติ เราก็น่าจะได้รับรู้และเรียนรู้ความเป็นธรรมชาติของคนๆนั้นอย่างตื่นรู้และรู้แจ้ง 

Model of Human Occupation หรือ MoHo เป็นแบบจำลองที่ Dr. Gary Kielhofner ได้สร้างสรรค์ออกมาได้อย่างดงามและตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1980 และได้พัฒนาเป็นรูปธรรมมากมาย คลิกชื่นชมได้ที่นี่ จวบจนวาระสุดท้ายของท่านอาจารย์ในปี ค.ศ. 2010 ซึ่งดร.ป๊อป ขอยกย่องและไว้อาลัยมา ณ ที่นี่ด้วยอาจารย์เป็นบุคคลตัวอย่างในวิชาชีพนักกิจกรรมบำบัดของผมครับ คลิกอ่านความเป็นผู้นำของอาจารย์ได้ที่นี่  

 

 

Acknowledgement: http://www.munchkinandflan.com/?p=444

โดยสรุปคือ นศ.กบ.และอาจารย์กิจกรรมบำบัดทุกท่านต้องเรียนรู้ "การพัฒนาตนเอง" ก่อน "การพัฒนาผู้อื่น" ผ่านแบบจำลองและกรอบอ้างอิงทางกิจกรรมบำบัด เช่น MoHo ข้างต้น ที่เน้นการใช้ชีวิตให้เป็นระบบเปิดต่อสิ่งแวดล้อมต่างๆ อย่างกระตือรือร้นโดยเริ่มจาก "การรู้จักตนเองว่ามีแรงจูงใจและความตั้งใจ (เจตจำนงค์ - Volition) ในภาวะ "กำลังทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต - Doing Occupation" ด้วยความสนใจ (Interest) คุณค่า (Value) และความรู้สึกเข้าใจตนเอง (Personal Causation) ซึ่งรวมถึงสมรรถนะแห่งตน (Competence) กับประสิทธิผลของตน (Effectiveness)"

และการกระทำข้างต้นนั้น เราเข้าใจหรือไม่ว่า "มีความเป็นพฤตินิสัย หรือ Habituation ซึ่งได้แก่ การพัฒนานิสัยเฉพาะตัวเรา (Habits) การจัดระบบพฤติกรรมในตัวเรา (Organized Behaviors) และการทำสิ่งใดๆที่เป็นประจำของตัวเรา (Routines) จนแสดงถึงบทบาทที่เหมาะสม (Role Competence) ในการใช้ชีวิตของเราได้อย่างไร

สุดท้ายกระบวนการพัฒนาตนเอง (Process of Self Organization) จากเจตจำนงค์และพฤตินิสัยตลอดการเปลี่ยนแปลงช่วงอายุจนถึง ณ ปัจจุบัน และการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม (สถานการณ์ชีวิต - กายภาพและไม่กายภาพ - ทัศนคติกับความเชื่อ) จนทำให้ตัวเราเกิดการสะสมทักษะ (Skills) การมีปฏิสัมพันธ์ (Interaction) การพัฒนาความสามารถในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต (Occupational Performance) และการปรับสถานะของตัวเอง (Identity) เข้าสู่การมีส่วนร่วม (Citizenship Participation) ในการเป็นพลเมืองดีช่วยเหลือผู้อื่นในช่วงชีวิตนี้ 

ทั้งนี้ถ้านำมาสื่อสารในภาษา NLP ก็จะทำให้ชีวิตของทุกท่านมีความงดงามและมีพลังใจมากขึ้น ลองคลิกอ่านดูที่นี่ หรือถ้าอ่านภาษา NLP ไม่เข้าใจ ก็ให้ฟังเพลงเมตตา ซึ่งเป็นระดับการเรียนรู้ชีวิตที่เป็นสัจธรรม โดยอ่านบทเพลงที่นี่   

ขอบคุณมากๆครับที่คุณพ่อคุณแม่และคณาจารย์ทุกท่านแนะนำให้ผมเรียนกิจกรรมบำบัด และขอบคุณกัลยาณมิตรทุกท่านที่ทำให้ผมได้เรียนรู้ชีวิตมากมาย เช่น คศน. GotoKnow.org Good Intention & Mind Transformations ฯลฯ โดยเฉพาะชีวิตของดร.ป๊อปที่ได้รับบทเรียนทางสุขภาวะทั้งๆที่เป็นผู้นำสุขภาวะต้นแบบจิตอาสา หรือบุคคลทำงานให้กับบุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกายและ/หรือจิตสังคม คลิกชมที่รายการยิ้มสู้จากมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ    

ณ ปัจจุบันขณะ ผมเรียนรู้แล้วว่า "World Care is Self Care (Best thank to My NLP Trainner Barney Wee)"