คือเรื่องนี้มันคาใจตัวเองมาตั้งสองอาฑิตย์ได้แล้วค่ะ ว่าจะ...เขียนจนได้เขียนเรื่องอื่นไปก่อนแล้ว...

จะว่าไปผู้เขียนก็งงเล็ก ๆ กับสุภาษิตน๊ะค๊ะ....

พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง ความหมายตามที่ถูกต้องก็คือ ถ้าพูดจะเสียหาย (สองไพเบี้ย) แต่ถ้าเรานิ่งเฉยซะ (เสีย)  เราก็จะได้ตำลึงทอง แต่ถ้าคิดอีกแง่อีกมุมก็คือ พูดไปเสียแค่สองไพเบี้ย แต่ถ้านิ่งเฉย เราจะเสียตำลึงทองแน่ะ  ความหมายมันก็ตีได้สองแง่คล้าย  ๆ กับของผู้เขียนนี่เองค่ะ เรื่องมีอยู่ว่า....

สองสัปดาห์ก่อนผู้เขียนเห็นเครื่องตรวจตัวใหม่มาแล้วล่ะ แต่ยังไม่มีการทำอะไรเลย ได้ยินพี่เขาบอกว่าจะรอท่านโปรแกรมเมอร์มาเขียนโปรแกรมซะก่อน ผู้เขียนก็โพล่งออกไปค่ะ ว่าเราก็น่าจะลองทำเปรียบเทียบไปก่อน พอเขามาเขียนโปรแกรมแล้วเราจะได้ใช้เลย นอกจากนี้ยังโพล่งต่ออีกค่ะว่า โดยเฉพาะการตรวจวิเคราะห์ค่า Electrolyte ซึ่งทำเปรียบเทียบได้เลย และก็น่าจะให้พี่ ๆ พนักงานวิทย์ใช้ขอทำผลงาน(วิจัย)ได้ ...พี่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกค่ะ แต่ต้องให้นักเทคนิคฯ คุมเครื่องด้วย....

พูดไปแล้วก็สบายใจค่ะ ผู้เขียนไม่มีปัญหาอะไรค่ะ อยากให้ใช้เครื่องใหม่เร็ว  ๆเพราะทุกวันนี้เครื่องเก่ามัน Load โล๊ด โล่ด ..และคนก็จะตายใส่เอา...

ไม่กี่วันต่อมาตารางเวลาออกมาค่ะ ทุกคนได้มีส่วนในการเปรียบเทียบเครื่องก่อนใช้จริง แต่ผู้เขียนได้รับผิดชอบ Electrolyte ค่ะ (เป็นงั้นไป) พี่เขาบอกว่าเห็นเราเสนอ... คิดว่าเราอยากทำ (อ้าว !!) เป็นงั้นไป อดนึกในใจว่ารู้งี้ เฉย เสียก็คงดี

นั่งคิด นอนคิด และยืนคิด ก็ไม่รู้ที่พูดไปจะดีรึเปล่า ??

แต่ที่แน่ ๆ  ก็ได้มีการเปรียบเทียบเก็บข้อมูลการตรวจวิเคราะห์กันบ้างแล้ว แต่ผู้เขียนนี่สิได้ทำ Electrolytes ด้วย

แต่ถ้าไม่พูด ก็ไม่แน่ใจว่าจะเริ่มเปรียบเทียบ เก็บข้อมูลรึยัง ?? และเราอาจจะไม่ต้องรับผิดชอบอะไร (สบายไป)

อย่างนี้พูดไปสองไพเบี้ย นิ่ง (เสีย) ตำลึงทอง ความหมายอย่างไหนกันแน่น๊ะ ????