อาจารย์ จิรพร สุเมธีประสิทธิ์
http://chirapon.wordpress.com
คำว่า Failed States มีการหยิบยกขึ้นมาเป็นวาทะกรรม ที่ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า ประเทศไทยกำลังจะเป็น Failed States หรือเป็น Failed States แล้วหรือไม่
นักบริหารความเสี่ยงควรจะตื่นตัวและเรียนรู้ให้ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อให้มีองค์ความรู้เกี่ยวกับคำว่า Failed States ให้ชัดเจน
การนิยามและจัดอันดับประเทศว่า มีสถานะเป็น Failed States มีการดำเนินการกันอยู่หลายหน่วยงานแต่ที่ได้รับการยอมรับกันหน่วยงานหนึ่งคือ www.fundforpeace.org เรียกว่าThe Failed States Index :FSI
FSI เป็นดัชนีที่มีการจัดอันดับเป็นประจำทุกปีจากข้อมูลที่รวบรวมจาก 178 ประเทศ โดยพิจารณาจาก
(ก)ระดับของเสถียรภาพ และ
(ข)ระดับของแรงกดดันที่เผชิญหน้าอยู่
โดยThe Fund for Peace ใช้เครื่องมือซอฟแวร์มาช่วยในการวิเคราะห์ความขัดแย้ง ซึ่งโมเดลที่ใช้ในโปรแกรมซอฟแวร์นี้มาจากการประเมินด้วยวิธีการดำเนินงาน Social Science และจัดคะแนนแต่ละด้าน รวม 12 ตัวชี้วัดหลักทางด้าน
(ก) การเมือง
(ข) สังคม
(ค) เศรษฐกิจ
และตัวชี้วัดย่อยกว่า 100 ตัวชี้วัดย่อย
FSI ปี 2013 เป็นผลการประเมินดัชนีปีที่9 จากข้อมูลที่เก็บระหว่าง 1 มกราคม 2012 ถึง 31 ธันวาคม 2012 จากอุบัติการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศ
วิธีการอ่านผลการจัดคะแนน FSI 2013
(1) คะแนนที่ต่ำ แสดงว่า สถานะความมั่นคงของประเทศโดยรวมดีกว่าประเทศที่คะแนนสูงกว่า
(2) คะแนนที่ลดลงแสดงถึง ผลการปรับตัวดีขึ้นของดัชนีในด้านนั้นๆ ขณะที่คะแนนที่สูงขึ้นแสดงถึงระดับของความไร้เสถียรภาพและแรงกดดันของประเทศที่สูงขึ้นด้วย
ความสำคัญของ FSI
ความอ่อนแอไปจนถึงความล้มเหลวของประเทศใดๆมีผลต่อเนื่องไปถึงประชาคมโลกด้วย เนื่องจากความเชื่อมโยงของระบบเศรษฐกิจ ความมั่นคงด้านระบบสารสนเทศและความเชื่อมโยงกัน และบางกรณีอาจจะมีขอบเขตของผลกระทบกระจายไปครึ่งค่อนโลก
หลายประเทศในโลกในขณะนี้ยังคงภาระความขัดแย้งภายในประเทศ ประเด็นด้านความชอบธรรมและการกดขี่การปฏิรูป เปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างจึงเกิดขึ้น ในลักษณะที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ แล้วแต่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากประเด็นทางสังคม การเมือง หรือเศรษฐกิจที่สร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นจนประเทศเข้าสู่ภาวะ Failed States เพราะแต่ละกรณีจำเป็นต้องใช้วิธีการแก้ไขและกลไกการแก้ไขที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งมีคุณค่าในการเป็นบทเรียนที่จะใช้ในการเรียนรู้
ผลการศึกษาที่ต่อเนื่องของ The Fund for Peace ชี้ให้เห็นว่า
1) เหตุผลที่ทำให้ประเทศอ่อนแอและล้มเหลวอาจจะมีความซับซ้อน แต่ไม่ได้เกินกว่าจะคาดหมายและพยากรณ์ล่วงหน้าได้
2) ประชาคมโลกรวมทั้งนักบริหารความเสี่ยงในไทยจึงควรมีความเข้าใจ และติดตามอย่างใกล้ชิดในสถานการณ์ว่ามีพัฒนาการไปอย่างไร และปัจจัยใดที่ขับเคลื่อนความอ่อนแอและล้มเหลวจนทำให้สถานะความมั่นคงของประเทศอยู่ต่อไปไม่ได้ อีกทั้งควรจะมีการเตรียมการล่วงหน้าให้พร้อมที่จะมีการดำเนินการอย่างไรเพื่อจัดการในแต่ละประเด็น หรือหาทางผ่อนปรนความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบทางลบจนหลีกเลี่ยงสภาวะ Failed States ได้
3) การที่จะสร้างตัวบ่งชี้เพื่อเตือนภัยและแสวงหาการตอบรับเชิงนโยบายที่มีประสิทธิภาพ การค้นหาระบุ วิเคราะห์ และประเมินข้อมูลความเสี่ยง ที่ต้องหาทางเข้าถึงองค์ความรู้พิเศษ ที่ใช้ไม่ได้ในภาวะปกติ กรณีศึกษาแต่ละประเด็น และสิ่งที่เกิดขึ้นในภาคสังคมและพลเมืองในประเทศนั้นๆ
4) วิธีการที่จะใช้ในการใช้บทเรียนเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์ จำเป็นต้องอาศัยการสำรวจเชิงคุณภาพและวิธีการวิเคราะห์และคำนวณเชิงปริมาณ เพื่อพยายามหารูปแบบ (Pattern) และคุณค่า (Value) ที่จำเป็นต้องธำรงรักษาไว้ เพื่อให้ความมั่นคงของประเทศยังคงดำรงอยู่อย่างยั่งยืนตลอดไป ไม่มีความเสี่ยงที่จะล่มสลายลงในวันใดวันหนึ่งในอนาคต
5) สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อที่จะสามารถระบุประเด็นของความเสี่ยงปัจจัยขับเคลื่อนความเสี่ยง สาเหตุที่เป็นรากเหง้าของปัญหาได้อย่างครอบคลุม ไม่หลุดรอดส่วนที่มีความสำคัญในประเด็นใดประเด็นหนึ่งไป
ซึ่งหากไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้เพียงพอก็คงไม่อาจกำหนดนโยบายแก้ไขที่มีประสิทธิภาพได้
ประโยชน์จากการศึกษาข้อมูล FSI
Failed StatesIndex เป็นเครื่องมือบริหารวิกฤติที่มีความสำคัญ เพราะดึงเอาประเด็นที่โดดเด่นของบรรดา ภาวะกดดันละตึงเครียดที่เกิดขึ้นในประเทศต่างๆ ซึ่งหากไม่ได้มีการบริหารจัดการตั้งแต่เริ่มแรกอย่างเพียงพอ จะสามารถพัฒนาการไปสู่ Failed States ในที่สุด
(1) ได้รับรู้ข้อมูลความเสี่ยงทางการเมืองที่สำคัญ
(2) ได้รับรู้ ตัวบ่งชี้ที่ช่วยเตือนภัยความขัดแย้งได้ล่วงหน้า
ซึ่งประเด็นเหล่านี้ ผู้ที่มีหน้าที่กำหนดนโยบายควรจะนำไปใช้พิจารณาในกระบวนการบริหารความเสี่ยงระดับประเทศ
สิ่งที่ FSI มีให้แก่นักบริหารความเสี่ยงระดับประเด็น คือ ความสามารถในการรวบรวม เจาะลึกลงไปสู่ถึงข้อมูลนับล้านข้อมูลที่นำมาจัดเรียงให้เป็นสารสนเทศ ที่สามารถเทียบเคียงและวิเคราะห์ได้อย่างชัดเจน ซึ่งการรวบรวมข้อมูลของ The Fund for Peace ทำเป็นรายวันจากแหล่งข้อมูลทั่วโลก จนทำให้ได้ภาพของความตึงเครียดทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจใน 178 ประเทศสารสนเทศที่ใช้ในการให้คะแนนเป็นการให้คะแนนด้วยข้อมูลเชิงปริมาณหรือตัวเลขเชิงสถิติ ประกอบกับข้อมูลเชิงคุณภาพ และการวิเคราะห์ด้านตัวบุคคล
