ผมสอนหนังสือในมหาวิทยาลัยอยู่ไม่กี่เรื่อง

 

ถ้าเป็นเรื่องในกองสูติฯ (สมัยก่อน เราเรียกการขึ้นวอร์ดในภาควิชาต่างๆ ว่า ขึ้นกอง... เข่น กองสูติ กองศัลย์ เวลาสอบเสร็จ ก็จะเรียกว่า ลงกอง ดูเป็นศิริมงคลดี) ผมจะได้สอนบรรยาย ๒ เรื่อง คือ นรีเวชฉี่เล็ด และการดูดโพรงมดลูกด้วย MVA ซึ่งบ่อยครั้งก็จะสอดแทรกเรื่องการทำแท้ง โดยสอนด้านมุมมองและจิตใจ (ภาควิชายังไม่ยอมให้สอนเรื่องการทำแท้ง เพราะเขากลัวว่าผมจะสอนให้ลูกศิษย์ทำแท้งพร่ำเพรื่อ ซึ่งคงเป็นแนวคิดสมัยนิยมชมไพร แต่อีกไม่นานเกินรอ ผมคงได้สอนเองจริงๆ ด้วยเหตุผลหลายอย่าง นั่นคือ ผมทำแท้ง นั่นคือ ผมมีองค์ความรู้เรื่องทำแท้ง นั่นคือ ผมทำวิจัยเรื่องทำแท้ง และนั่นคือ ผมไม่ดัดจริตโลกสวย)

นี่เป็นการสอนในชั้นคลินิก ถ้าเป็นการสอนในชั้นก่อนขึ้นคลินิก มีน้อยครับ เพราะที่ม.อ.เราใช้ PBL เป็นกระบวนการในการจัดการเรียนรู้ จะมีบ้างก็วิชาที่ยากต่อการทำความเข้าใจ

ในชั้นปี ๒ ผมสอนเรื่อง sex physiology และชั้นปี ๓ สอนเรื่อง sexuality and sexual dysfunction ซึ่งในปีหน้าจะยุบรวมเข้ามาสอนทีเดียวในปี ๒ เลย จะสอนกันมากมายทำไมนักหนา ในเมื่อเรื่องแบบนี้ เด็กๆเก่งจะตาย (ล้อเล่นครับ สอนน่ะสอน สอนในเรื่องที่เขาจะได้สร้างความสัมพันธ์กับวิวัฒนาการของตัวอ่อน และกลไกการตอบสนองทางเพศไง)

สมัยก่อน มหาวิทยาลัยมีรายวิชาที่ชื่อว่า healthy body and mind (หรือไม่ก็จำไม่ได้) ที่ผมต้องสอนเรื่องคล้ายๆกันที่เกี่ยวกับเพศ ให้นักเรียนปี ๑ ผมขึ้นหัวสไลด์ว่า safe sex ที่มักจะถามว่า safe แปลว่ากระไร ปลอดภัยหรือประหยัด ถ้าตอบข้อแรกก็หมายถึง "เอากันยังไงไม่ให้ท้อง ไม่ให้ติดโรค" (ประโยคแรกก็ทำให้นักเรียนทั้งห้องหยุดคุยและหันมาฟังได้) หรือบางครั้งว่า "เอากันยังไงให้หฤหรรษ์" ผมกำลังหมายความว่า การมีเพศสัมพันธ์อย่างรับผิดชอบนั้น นอกจากไม่เสี่ยงแล้ว ควรจะมีความสุขกับมันทั้งหญิงและชาย ปราศจากความวิตกกังวลต่อโรคและลูก และหากผู้ชายถึงจุดสุดยอดทางเพศ ผู้หญิงก็ต้องถึงด้วยกัน "สวรรค์น่ะ เข้าใจมั้ย" หรือหากจะมีใครตอบว่า "ประหยัด" หรือการมีเซ็กส์อย่างประหยัด ก็ต้องถามว่า เอ็งประหยัดอะไร ประหยัดเวลา ประหยัดน้ำเชื้อ หรือประหยัดถุงยางอนามัย ใช้แล้วใช้อีก เป็นต้น ตอนนี้รายวิชานี้หายสาปสูญไปแล้ว

สมัยก่อนอีกเช่นเดียวกัน ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ เขาเปิดคอร์สซัมเมอร์ และให้ผมไปสอนวิชาเรื่องเพศ อีหรอบเดียวกัน "เอายังไงให้มันส์" มันทำให้นักศึกษาในห้องบรรยาย L1 ตึกฟักทองหยุดคุยและมองลงมายังอาจารย์ผู้ชายตัวดำๆที่ไม่มีใครสนใจในช่วงต้นได้อย่างพร้อมเพรียง การสอนนักเรียนในห้องบรรยาย L1 นั้นมันอึดอัด เพราะลักษณะห้องเป็นอัฒจรรย์ใหญ่โต มันทำให้คนสอนดูตัวเล็ก ห้องแบบนี้สอนด้วยสไลด์ไม่สนุก ต้องสอนด้วยการเขียนกระดานดำ เขียนรกๆ แทรกนู่นแทรกนี่ คงจะดูอลังการมากเชียว แต่นักศึกษาต้องนั่งกันมากๆ ชิดๆ แถวหน้าๆ และถามตอบแย้งไปแย้งมา (ซึ่งคงเป็นไปได้ยากมากเลยนะ บรรยากาศแบบนี้) จึงจะออกรส ผมไม่รับสอนวิชาเลือกเช่นนี้แล้ว เพราะตัวเองรู้สึกไม่สนุก และไม่รู้ว่าเด็กจะได้อะไรมากมายเท่าไหร่นัก ถ้าจะให้สอนแล้วเกิดประโยน์กับเขา ควรให้ผมสอนเรื่องการคุมกำเนิดด้วย ซึ่งเขาให้อาจารย์คณะเภสัชมาสอน อีกอย่างซึ่งสำคัญกว่าก็คือ "ไม่ว่าง" (คำอ้างเช่นนี้ใช้ได้ทุกเรื่อง ดูไม่ค่อยน่าเกลียดนัก ก็ไม่ว่างจริงๆนี่นา)

 

วันนี้ผมต้องไปสอนหนังสือนักเรียนแพทย์ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นครศรีธรรมราช เขาให้ไปในฐานะอาจารย์พิเศษ (นี่ขนาดอยู่มหาวิทยาลัยแล้ว ยังไม่แคล้วต้องเรียนพิเศษเลยสินะ....ล้อเล่น) ไปสอน ๒ เรื่องครับ conception and prenatal period และเรื่อง adaptation to pregnancy ผมไปสอนมาครั้งหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว ตอนนั้นไปเป็นมวยรอง เพราะอาจารย์ที่สอนจริงๆเขาไม่ว่าง แต่ปีนี้ผมไปในฐานะตัวจริง (นั่นคงเป็นเพราะมวยจริงคนเก่าเขาไม่เอาแล้ว)

เรื่องนี้จะว่าสอนง่ายก็คงเป็นเช่นนั้น ถ้าเป็นการสอนหมอที่จะมาเป็นหมอสูติฯ แต่นี่ผมต้องไปสอนนักเรียนแพทย์ชั้นปีที่ ๒ ซึ่งนั่นหมายความว่าหากผมสอนแบบหมอสูติฯสอนหมอสูติฯ เด็กๆคงนั่งตาค้างอ้าปากหวอ และยิ่งเขาให้สอนในเวลาบ่ายโมงด้วยอีก คงไม่ต้องสาธยายสภาพผู้เรียนตรงหน้าได้เลย แล้วเด็กจะได้อะไรจากการสอนของผม

ตีโจทย์ได้แตก ก็มานั่งทบทวน ผมได้ประเด็นของการบรรยายที่คาดว่าเข้าใจง่าย นั่นก็คือ เรากำลังไปสอนเรื่องธรรมชาติ การเอากันเป็นเรื่องธรรมชาติ การหลั่งอสุจิเป็นเรื่องธรรมชาติ การตกไข่มาเจออสุจิเป็นเรื่องธรรมชาติ และเมื่อมีการปฏิสนธิเกิดขึ้น ทุกอย่างก็เป็นไปตามธรรมชาติและมีเหตุผลในการเติบโต การสร้างฮอร์โมนต่างๆ มีเหตุผลของมัน การแลกเปลี่ยนก๊าซต่างๆ ก็มีหลัการทางฟิสิกส์บ้าง ทำไมคนท้องต้องนมดำ ทำไมคนท้องต้องเป็นเบาหวานง่าย ทำไมคนท้องฉี่บ่อยขึ้น คิดไปก็น่าสนุก นี่ถ้านักเรียนกำลังท้องอยู่มานั่งเรียนด้วย ก็คงเรียนอย่างมีความหมายในชีวิตมากขึ้นเลยสินะ

เอาเป็นว่า บ่ายนี้เจอกันนะลูกศิษย์ของอาจารย์พิเศษ

ตื่นเช้ามาอาบน้ำแต่งตัว วันนี้เลือกสวมเสื้อขาวกับไทร์สีแดงดำ อยากใส่อะไรก็ได้ที่เป็นสีแดง อักษรในสไลด์ก็สีแดง ดำ พื้นขาว อยากใช้สีแดง อยากทวงสีแดงคืนมา อยากบอกใครก็ได้ให้รู้ว่า "กูรักสีแดงเฟ้ย มึงเอาไปใช้เป็นสีของมึงน่ะ เคยถามกูบ้างมั้ย" (มาไม้ไหนวะ แต่จะไม้ไหนก็ช่าง ผมจะชอบสีอะไรก็ช่าง แต่ก็พูดได้เต็มปากเต็มคำ ว่าผมอยู่ตรงข้ามกับพวกคนโกงบ้านโกงเมืองแน่ๆ เกลียดคนอยากแยกแผ่นดิน เกลียดมันนัก)

จริงๆผมอยากอยู่นครนานกว่านี้ อยากไปกินมื้อเย็นในท่าศาลา อยากไหว้พระธาตุช่วงหัวค่ำ อยากกินโรตีตลาดหัวอิฐ (ไม่รู้ยังมีอยู่มั้ย) แต่ติดที่ว่าผมมาคนเดียว ลูกเมียรออยู่ที่บ้าน คาดว่าคงจะรอกินข้าวด้วยกัน หากผมกินมื้อเย็นที่ท่าศาลาคงมีงอน กลับบ้านดีกว่านะครับนะ

(นี่เป็นภาพก่อนสอน)

 (นี่เป็นภาพเมื่อสอนเสร็จ)

 

อ่านมาตลอดนี่มีใครสังเกตบ้างไหม ว่าธนพันธ์มีอะไรผิดปกติในการเขียน

เฉลยก็ได้ วันนี้ผมใช้วงเล็บมากกว่าทุกวัน ซึ่งไม่มีเหตุผลใดๆเป็นพิเศษ อยากใช้ก็คืออยากใช้ รู้สึกเช่นนั้น เหมือนอยากมีเซ็กส์ อยากมีก็มี แต่ปล.นะครับ ต้องมีอย่างรับผิดชอบ ถึงสวรรค์ด้วยกัน ปราศจากความวิตกกังวเรื่องโรคและเรื่องลูกนะครับ (ยกเว้น วิตกว่าลูกจะตื่นเพราะเสียงเราน่ะสิ)

 

ธนพันธ์ ๔ มีค ๕๗