เมื่อวานนี้ไฟดับทั้งวันที่ มอ. พอดีกับว่า พี่สาวยกครอบครัวรวมทั้งพ่อกับแม่มาที่หาดใหญ่ เราไปรวมตัวกันที่บ้านสวนในหาดใหญ่ในของพี่อ๊อด

ดิฉันเดินมองดูพ่อที่กำลังสอยลูกชมพู่ม่าเหมี่ยวอยู่ในสวน พ่อแข็งแรงขึ้นมากค่ะ ทั้งขาและแขนข้างที่เป็นอัมพฤกต์ใช้ได้ประมาณ 80-90% แล้วค่ะ

ดิฉันเดินเข้าไปหาพ่อที่ต้นม่าเหมี่ยว เห็นเม็ดเหงื่อของพ่อออกเยอะแยะแล้วถามว่า เหนื่อยไหมพ่อ พ่อบอกว่า โอ้ย สบายมาก ธรรมดา

สักพัก เพื่อนพี่อ๊อตเดินเข้ามาคุยกับพ่อ พี่เค้าเป็นผู้หญิงวัย 40 กว่ารูปร่างอ้วนท้วน พี่เขาบอกว่า เขาเป็นหลอดเลือดสมองแตก (Stroke) มาแล้ว 2 ครั้ง เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ทำให้เป็นอัมพฤกษ์ข้างขวาค่ะ

เขาบอกกับพ่อว่า แขนขาเขายังไม่เหมือนเดิม และเขาก็ยังไม่สามารถใช้มือในการเปิดกระป๋องได้ เรียกว่า ยังอ่อนแรงอยู่ค่ะ เขาบอกว่า เขาเป็นคนขึ้เกียจออกกำลังกาย แต่ตอนนี้เขาพยายามคุมน้ำหนักด้วยการลดอาหารโดยทานอาหารแค่มื้อเดียว ทำให้เขาลดลงมาได้ถึง 30 กก.ใน 4 ปีที่ผ่านมา

ดิฉันยืนฟังพ่อให้คำแนะนำในการรักษาอัมพฤกษ์แก่พี่คนนั้นไปว่า

  • ให้ทานให้ครบสามมื้อ อย่างดเหลือมื้อเดียว เพราะต้องทานยาตามที่หมอสั่ง ไม่ว่าจะเป็น ก่อนหลังอาหาร 3 มื้อ
  • ให้เปลี่ยนนิสัยมาเป็นเข้านอนแต่หัวค่ำ และ ตื่นเช้า เพื่อจะได้ออกกำลังกายเต็มที่ อากาศดี และ คนไม่เยอะ
  • ออกกำลังให้ครบทุกส่วนเน้นการเคลื่อนไหวของข้อต่างๆ โดยการใช้ไม้พลองจะดีที่สุด และพ่อยังใช้อุปกรณ์ที่ประดิษฐ์ขึ้นเองทุกวันอีกด้วย (แขน และ ขา)
  • อาทิตย์แรกของการฝึกออกกำลังกายต้องฝีนอดทนหน่อย แต่เพียงแค่อาทิตย์เดียวก็จะติดไปเอง
  • ทำกำลังใจให้ดี ต้องคิดเสมอว่า จะต้องหายได้
  • ทานสมุนไพรภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ทำเอง เช่น บรเพ็ด แป๊ะตำปึง เปลือกส้มโอต้ม เป็นต้น (ซื้อไม่เอาเพราะอาจผสมสเตียรอยด์) 

แต่สิ่งที่ยังคงเป็นปัญหากับพ่อ ก็คือ การคุมอาหาร ค่ะ พ่อยังคงซื้ออาหารทาน ไม่ค่อยได้ทำอาหารเอง เพราะทำเองแล้วก็จะรู้สึกเบื่อ ทานได้ยาก ทำให้เพลีย แต่ก็ทานไม่เยอะนะค่ะ ตอนนี้น้ำหนักพ่ออยู่ที่ 66 กก. ลดลงมา 3 กก. จากสองเดือนที่แล้วค่ะ

ก่อนพ่อกลับ ดิฉันย้ำกับพ่อว่า

  • อย่าลืมหัดใช้มือซ้ายบ่อยๆ
  • พยายามงดอาหารเค็ม หวาน และ มัน
  • พยายามอย่าให้เป็นแผล
  • ลองใส่ผงขมิ้นชันในข้าวสวยร้อนๆ จะช่วยเรื่องสมองเสื่อม (ดิฉันอ่านจากบล็อกอาจารย์หมอวัลลภ)

และดิฉันไม่ลืมกอดและจุ๊บพ่อกับแม่ที่แก้มหนึ่งฟอดใหญ่ค่ะ :)