.
สำนักวิเคราะห์ "สแตรทฟอร์ (Stratfor)" วิเคราะห์เหตุผล กลไกที่สหรัฐฯ มีแนวโน้มจะ "ทำเป็นญาติดี (เป็นมิตร)" กับอิหร่านมากขึ้นในช่วงนี้ (2014/2557
ตะวันออกกลาง มีกลุ่มอิทธิพล ที่เป็นแรงขับทางการเมือง สังคม และการทหารสำคัญ 2 คู่แรง
ถ้าแรงเหล่านี้มีกำลังใกล้เคียงกัน หรือต่างกันน้อย > จะเกิดการคานอำนาจ > โอกาสเกิดสงคราม หรือความขัดแย้งจะน้อย
ถ้าแรงเหล่านี้มีกำลังต่างกันมาก > จะเกิดการคานอำนาจ > โอกาสเกิดสงคราม หรือความขัดแย้งจะสูง
.
แรงทั้ง 4 นี้, แบ่งเป็น 2 แรงใหญ่ๆ ที่ "คานอำนาจกัน" ได้แก่(1). กลุ่มอิทธิพล > อิหร่าน vs อาหรับ (ประเทศส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่อิหร่าน + ประเทศใกล้เคียง)
(2). นิกายทางศาสนา > ซุนนี vs ชีอะฮ์
มุสลิมทั่วโลกแบ่งเป็นนิกายใหญ่ คือ ซุนนี (ประมาณ 80%) และชีอะฮ์ (ประมาณ 20%)
- นิกายชีอะฮ์ > พบมากในอิหร่าน และประเทศรอบๆ
- นิกายซุนนี > พบทั่วโลก และมีอิทธิพลมากขึ้นเรื่อยๆ
.

ภาพ: แผนที่ตะวันออกกลาง แถบรูปพระจันทร์เสี้ยวสีแดง (moon crescent) แสดงพื้นที่ที่มีคนมุสลิมนิกายชีอะฮ์อยู่มาก
พื้นที่นอกเขตพระจันทร์เสี้ยวสีแดง (รวมที่เหลือทั่วโลก) เป็นพื้นที่ที่มีคนมุสลิมนิกายซุนนีเป็นชนกลุ่มใหญ่
กษัตริย์อับดุลละฮ์ที่ 2 แห่งจอร์แดน ทรงกล่าวสรุปคำ 'Shia Crescent / Shiite Crescent' = "ชิอะฮ์ เครสเซนท์ / ชิไอท์ เครสเซนท์" นี้ครั้งแรกในรัฐสภา ปี 2004/2547
เพื่ออธิบายความเป็นไปได้ที่อิหร่าน (ส่วนใหญ่นิกายชีอะฮ์) ให้การสนับสนุนนักการเมืองนิกายชีอะฮ์ ในการเลือกตั้งของอิรัก [ wikipedia ]
.

ภาพ: แสดงพื้นที่ที่มีชาวมุสลิมนิกายชีอะฮ์อยู่มาก เป็นพื้นที่รูปพระจันทร์เสี้ยว มีศูนย์กลางอยู่ในอิหร่าน + บางส่วนของอิรัก อาเซอร์ไบจัน ซาอุดีอาระเบีย บาฮ์เรน และกาตาร์
ภาพรวม คือ ชาวชีอะฮ์เป็นคนกลุ่มใหญ่ในอิหร่าน และเป็นชนกลุ่มน้อยนอกประเทศอิหร่าน ทำให้เกิดการปะทะกันระหว่างนิกายซุนนี (คนกลุ่มใหญ่) และชีอะฮ์ (คนกลุ่มน้อย) ทั่วตะวันออกกลาง และหลายพื้นที่ทั่วโลก เช่น ปากีสถาน ฯลฯ
.

ภาพ: แผนที่แสดงสัดส่วนชาวชีอะฮ์ในประเทศต่างๆ เป็นร้อยละ (%) ตามแถบด้านล่าง
- อิหร่าน > เป็นชนกลุ่มใหญ่ (สีเขียวเข้ม)
- รองลงไป > อิรัก อาเซอร์ไบจัน (สีเขียว)
- รองลงไปอีก > เลบานอน เยเมน
เร็วๆ นี้... เลบานอนเพิ่งจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ หลังต่อรองกันนานกว่า 10 เดือน โดยถ่วงดุลอำนาจ และผลประโยชน์กันแบบนี้ เพื่อให้ประเทศเกิดสันติภาพ [ ไทยรัฐ ]
- ประธานาธิบดี > มาจากฝ่ายเป็นกลาง = ไม่ใช่ 2 กลุ่มใหญ่ (ไม่ใช่ฮิซ บอลเลาฮ์ + 14 มีนาคม)
- คณะรัฐมนตรี > มาจาก 2 กลุ่มๆ ละ 1/2 + อีก 8 คนมาจากฝ่ายเป็นกลาง (ปธน.แต่่งตั้ง)
เลบานอนมีประเพณีถ่วงดุลซุนนี-ชีอะฮ์-คริสต์แบบนี้ [ ไทยรัฐ ]
- นายกรัฐมนตรี > ซุนนี
- ประธานสภา > ชีอะฮ์
- ประธานาธิบดี > คริสต์
บางที... ต่อไปประเทศไทยอาจจะเลียนแบบเลบานอนบ้าง
เช่น ปฏิรูปประเทศไทยใหม่แบบนี้
- นายกรัฐมนตรี > เสื้อสีหนึ่ง (ที่ชนะเลือกตั้ง)
- คณะรัฐมนตรี > เสื้อสีหนึ่ง (ฝ่ายชนะเลือกตั้ง) 1/2 + เสื้อสีที่สอง (ฝ่ายแพ้เลือกตั้ง) 1/4 + เสื้อสีที่สาม (ฝ่ายเป็นกลาง) 1/4
- ฝ่ายก่อม็อบนอกสภา > ให้เสื้อสีหนึ่งกับเสื้อสีสอง เป่ายิ้งชุ่บออก TV 3 ครั้ง > ฝ่ายไหนชนะให้ยึดพื้นที่ประท้วงสำคัญไว้ตลอดปี
ถ้ายังตกลงกันไม่ได้... ให้รีบ "นองเลือด"
- ติดต่อโรงพยาบาลที่ขาดเลือดด่วน
- ประกาศท้าเสื้อ 2 สี > ทำการรบแบบ "ธรรมยุติ" = รบโดยธรรม
- ให้บริจาคเลือดแข่งกันกลางสนามหลวง
- ให้สำนักข่าวทั่วโลก (CNN, BBC, Al Jazeera, etc.) มาทำข่าว สร้างภาพให้ประเทศไทย
- แข่งกันนองเลือด > 5,000-10,000 ถุง/รอบ
- เลือดถุงแรกของแต่ละฝ่าย > เทลงแผ่นดิน รดต้นไม้ประชาธิปไตย แก้เคล็ด
- เลือดที่เหลือ > ให้โรงพยาบาลแบบไม่แบ่งแยก (หรือจะส่งไปให้พม่า ลาว ขแมร์ก็ได้)
- ใครแพ้ ต้องเขกหัวตัวเอง ออก TV และยอมรับว่า แพ้
ถ้ายังไม่แพ้ ไม่ชนะ... ก็ท้าหลั่งเลือดไปเรื่อยๆ จนกว่าเลือดจะหมดประเทศ
เพราะถ้าเอาเลือดชั่วๆ ออกไปมากพอ, ความดันทุรังจะลดลง
.

ภาพ: สัดส่วนคนมุสลิมนิกายชีอะฮ์ (หรือชีไอท์) ในตะวันออกกลาง และอาฟริกาตอนบน (ซะฮารา / Sahara; ศัพท์เดิม = อาหรับ แขกขาวอยู่ค่อนข้างมาก; หรือเขตที่มีคนผิวดำ อาฟริกันอยู่ค่อนข้างน้อย)
- อิหร่าน > 90-95%
- อิรัก > 60-70%
- บาฮ์เรน > 65-75%
- เลบานอน > 45-55%
ข้อมูลนี้มาจากสถาบันพิว สหรัฐฯ (ตัวเลขอาจจะต่างกันบ้าง เนื่องจากการสำรวจจริงแบบสัมมโนประชากรทำได้ยาก ส่วนใหญ่จะใช้วิธีสุ่มทางสถิติ)
.

ภาพ: แสดงพื้นที่ที่มีคนมุสลิมชีอะฮ์อยู่มาก ส่วนใหญ่จะอยู่ในอิหร่าน-อิรัก และประเทศรอบๆ
ส่วนน้อยจะอยู่ไกลออกไปตามเส้นทางสงคราม-การค้าสมัยโบราณ
ในไทยก็มีชาวชีอะฮ์จากการค้าขายกับอิหร่าน และมีคนอิหร่านเข้ามาอยู่ในไทย ค้าขาย รับราชการ (มีประมาณ 5% จากรายงานของวิกิพีเดีย)
.

ภาพ: ความขัดแย้งในซีเรีย (ฝ่ายรัฐบาล = กลุ่มอัลลาไวท์ นิกายชีอะฮ์ เป็นชนกลุ่มน้อย) ได้รับการสนับสนุนจากนิกายที่ต่างกัน
- สีแดง > ชาวชีอะฮ์ในเลบานอน - ซีเรีย - อิรัก - อิหร่าน
- สีเทา > ชาวซุนนีในตุรกี (ทางเหนือ) - ซาอุดี อาระเบีย (ทางใต้) - อาฟริกาตอนบนหรือซะฮารา (ลิเบีย - อียิปต์)
.
หลังการคว่ำบาตรอิหร่านมานาน ทำให้เศรษฐกิจอิหร่านแย่ลง ของกินของใช้แพงขึ้น
เช่น สบู่บ้านเรา (ประเทศไทย) อาจจะก้อนละ 8-12 บาท
เร็วๆ นี้ CNN รายงานว่า สบู่ที่อิหร่านแพงขึ้น จากเดิมก้อนละ 2 ดอลลาร์สหรัฐฯ = 60 บาท เป็น "แพงกว่านั้น" มาก
ตรงนี้บอกเป็นนัยว่า เศรษฐกิจอิหร่านอ่อนแอลง ถึงจุดที่ผลิตปัจจัย 4 และของใช้จำเป็นได้พอ... อีกต่อไป
.
การคว่ำบาตรไม่ได้มีผลเฉพาะทางเศรษฐกิจ ของกินของใช้เท่านั้น
ทว่า... ทำให้คนในประเทศอ่อนแอลง
โดยเฉพาะจากการขาดยา ขาดวัคซีน
คาดกันว่า ชาวอิหร่าน โดยเฉพาะแม่และเด็ก น่าจะเสียชีวิตจากการขาดยา ขาดวัคซีน อย่างน้อยเป็นแสนหรือเป็นล้านคน
.
ตอนนี้สหรัฐฯ มีปัญหาด้านการเงินการคลัง หลังเข้าสู่สงครามบ่อยเกินไป และยืดเยื้อเกินไป
แถมกองทัพจีนก็ใหญ่ขึ้น เข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ
ทางเลือก และทางรอดสำคัญของสหรัฐฯ คือ หลีกเลี่ยงสงคราม
ทำให้มีความเป็นไปได้สูงว่า สหรัฐฯ จะพยายามหลีกเลี่ยงสงครามใหญ่ไปอย่างน้อย 10 ปี (ถ้าทำได้)
.
สหรัฐฯ มองว่า ตะวันออกกลางตอนนี้เริ่มจะ "เสียศูนย์" = ขาดการคานอำนาจ คือ
- อิหร่าน > อ่อนแอกว่าอาหรับ
- นิกายชีอะฮ์ > อ่อนแอกว่านิกายซุนนี
สมมติฐานเหล่านี้ ทำให้มีความเป็นไปได้ว่า สหรัฐฯ จะพยายามหลีกเลี่ยงสงครามใหญ่ต่อไปใน 10-15 ปีข้างหน้า (ถ้าทำได้)
และใช้นโยบายผ่อนปรนต่ออิหร่านมากขึ้น เพื่อให้อิหร่าน และฝ่ายชีอะฮ์ (มีศูนย์กลางในอิหร่าน) เข้มแข็งขึ้น คานอำนาจกับชนกลุ่มใหญ่ (อาหรับ) และคานอำนาจกับมุสลิมนิกายซุนนีได้มากขึ้น
.
เรื่องที่น่ารู้ คือ มุสลิมส่วนใหญ่ในโลกเป็นกลุ่มซุนนี (80% ขึ้นไป)
ถ้าเราเข้าใจเรื่องนี้... เราจะเข้าใจโลกมากขึ้น
ขอความกรุณาท่านผู้รู้ ช่วยกันให้ความเห็น
เพื่อเป็นความรู้สาธารณะสำหรับคนไทย และคนที่พูดไทยได้ (ชาวพม่า ลาว ขแมร์บางส่วน) ต่อไป
.
เรียนมาด้วยความเคารพ