หนังเรื่อง The Timeline สะท้อนให้ผมนึกถึงภาพรักแท้ระหว่างแม่กับแฟนของผมที่ดูแลยามที่ผมเจ็บป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองตีบ...ปัจจุบันผมพยายามสื่อสารภาษาใจให้มากๆในเวลาที่อยู่ด้วยกันให้มากที่สุดและเตรียมใจเสมอในยามที่ผมต้องจากไปในวันใดวันหนึ่งด้วยความดีและความสงบ

คลิกชื่นชมตัวอย่างหนัง The Timeline ได้ที่นี่  หรือจะฟังเพลงไกลแค่ไหนคือใกล้ ซึ่งไพเราะจับใจ ได้ที่นี่

ผมได้ดูและชื่นชมทีมงานของภาพยนต์ทั้งสองเรื่องนี้ที่สะกิดใจให้เห็นความแตกต่างของช่วงวัยในการสื่อสารด้วยจดหมายและเก็บไว้อ่านได้นานแสนนานหลายคนด้วยความรู้สึกรักแท้สุดหัวใจผ่านกระดาษ หมึก รอยน้ำตา รอยยิ้ม และภาพถ่ายในกรอบติดผนัง จนถึงปัจจุบันที่มีการใช้เทคโนโลยีที่อ่านได้โดยตั้งใจคนเดียวด้วยความรู้สึกรักที่สร้างแรงบันดาลใจผ่านหน้า Facebook คลิปวิดีโอ ภาพดิจิตอล และจับต้องความรู้สึกที่ชัดเจนตรงใจมากขึ้น ซึ่งหนังเรื่องนี้ทำให้ผมรู้ใจในคุณค่าของตัวเองมากขึ้นว่า "ปัจจุบันขณะผมมีความตั้งใจ (Intention) อะไรและจะกระทำอย่างไรให้บรรลุความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ในแต่ละวัน"

นอกจากนี้ผมยังระลึกถึงการฝึกฝนเขียน Timeline ดังตัวอย่างข้างล่าง เป็นเส้นแนวนอนเล่าเรื่องราวชีวิตของตนเองตั้งแต่วันที่เกิดของตนเองจนถึงปัจจุบัน โดยในแต่ละช่วงอายุให้ขีดเส้นแนวตั้งเพื่อระบุเหตุการณ์สำคัญของชีวิต เช่น ความสำเร็จของช่วงชีวิตด้านการศึกษา-ด้านการทำงาน ฯลฯ รวมทั้งเหตุการณ์บ้านเมืองไทยและโลกที่สำคัญและเกิดในช่วงชีวิตของเรา ผมเคยได้มีโอกาสเขียนแล้วพบว่า "ชีวิตของเราในชาตินี้มีความมหัศจรรย์ มีคุณค่า มีความหมาย และมีความสุขและทุกข์ตามบริบทที่เราสร้างขึ้นมาด้วยตนเองจริงๆ แม้บริบทของกาลเวลา สถานที่ บุคคล สิ่งแวดล้อม และเหตุการณ์ไทยและทั่วโลกจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา แต่การเปลี่ยนแปลงเร็วหรือช้าของสุขภาวะตามบริบทนั้นๆขึ้นอยู่กับ "ความเชื่อมโยงระหว่างจิต กาย และหัวใจของเราเอง" 

 

                       ที่มาของภาพ: http://blessbox.wordpress.com/how-to/timeline/