คำว่า "ทา" เริ่มสะกดวิญญาณให้ค้นหา และท่องจำ ให้ซึมซับอยู่ในมโนจิต ติดตรึงอยู่ในโสตประสาทของพาดีซอ..

เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วบ้านบนดอยพาดีซอ..ยังไม่เจริญเท่าทุกวันนี้ ทั้งการคมนาคมก็ยังไม่สะดวกสบายมากนัก มีเพียงประปาภูเขา และไฟฟ้าที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบาย ประเพณีวัฒนธรรมแบบชนเผ่าดั้งเดิมยังคงอยู่อย่างเป็นล่ำเป็นสัน หนึ่งในนั้นคือการตระเวนเที่ยวจีบสาวไปตามบ้านของหนุ่มๆ (วันนี้แทบไม่มีให้เห็นแล้ว)
พาดีซอ.. ลาสิกขาจากสามเณรในช่วงแรกแย้มของวัยรุ่นฤาจะเรียกว่าวัยขบเผาะก็ไม่ปาน คืนนั้นให้บังเอิญมีเพื่อนชายมาเชิญชวน "ไปแอ่วสาว" (การไปเที่ยวจีบสาว) ต่างบ้าน มันเป็นครั้งแรกที่ พาดีซอ.. มีโอกาสไปทักทายสาวๆ หลังจากแตกเนื้อหนุ่ม แหมก็บ่มเพาะกายาอยู่ในร่มกาสาวพัสตร์เสียหลายปี
ภาพเหตุการณ์ในคืนนั้นยังจำติดตา และตรึงอยู่ในโสตประสาทมิลืมเลือน สาวน้อยสองนางผู้น่ารัก ยิ้มเอียงอายอยู่เคียงข้างคุณแม่ของเธอ... พูดจาต่อกระซิบฉอเลาะได้อย่างเหมาะเจาะ หลายถ้อยคำที่เธอเอื้อนเอ่ยแฝงไปด้วยปริศนา "โดทา" (คำลำนำที่หนุ่มสาวใช้เกี้ยวตอบโต้กันไปมา) พาดีซอบ.. อกได้คำเดียวว่าไบ้กิน แต่ก็ฝืนยิ้มและพูดแก้เขินไปตามประสา "น้อยสิกใหม่" (คนที่บวชเป็นเณรแล้วลาสิกขาคนภาคเหนือเรียก"น้อย")
พาดีซอ..ผ่านพ้นค่ำคืนนั้นมาได้อย่างทรมาน ความเคลือบแคลงสงสัยสุมทรวงในจนแน่นอก (ยิ่งกว่าใบเตย ณ ตอนนี้) คำว่า "ทา" เริ่มสะกดวิญญาณให้ค้นหา และท่องจำ ให้ซึมซับอยู่ในมโนจิต ติดตรึงอยู่ในโสตประสาทของพาดีซอ.. เดือดร้อนแม่พ่อ พี่ป้า น้าอา ในหมู่บ้านต้องมาถ่ายทอดเคล็ดวิชา..
จากการแอ่วสาวครั้งนั้นทำให้พาดีซอได้เรียนรู้เกี่ยวกับภาษาทา..มาบ้างพอให้โต้ตอบกับสาวๆ ปวาเกอญอ สมัยนั้น แม้วันนี้คำทาที่เคยเล่าเรียนจะเลอะเลือนไปบ้างแต่ความทรงจำดีๆ ยังคงฝังอยู่ในภวังค์และซึมอยู่ในสายเลือดยากจะเหือดหาย เสียดายแต่วัยรุ่นปวาเกอญอรุ่นหลัง ณ หมู่บ้านหลังเขา ที่ไม่มีโอกาสแม้เพียงได้สัมผัสการแอ่วสาวในยามค่ำคืน เพราะวันนี้กับวันนั้นวัฒนธรรมใหม่ๆ ของคนเมืองได้กลืนกินสิ่งดีงามเก่าๆ ของคนบนดอยเสียแล้ว...
"พาดีซอ" 22/02/56
ภาพ : เครดิตจากอินเทอร์เน็ต
มีบ้าง..เนาะ
----------------------
บางคราวย้อนรอยอดีต
ชวนคิดฝันใฝ่หวนหา
นานแล้วผ่านกาลเวลา
ยังมาตามให้หวงคำนึิง
----------------------