อลังการงานสร้างที่ สพฐ.ทุ่มทุนสร้างปีละหลายสิบล้าน ทำให้บรรยากาศในงานดูขวักไขว่คึกคัก แสงสีเสียงเร้าใจ ผู้ที่ไปชมงานได้ทั้งความรู้และความบันเทิง ผมไม่ทันได้จดจำ สโลแกนของการจัดงานครั้งนี้ แต่ดูเหมือนจะให้นักเรียนคิดไกลใฝ่รู้ มุ่งสู่ความเป็นเลิศ และเตรียมตัวเข้าสู่อาเซียน

ในรอบ ๗ ปี ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมพาคณะครูไปศึกษาดูงาน และเลือกงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับชาติ ครั้งที่ ๖๓ ที่เมืองทองธานี เป็นสถานที่ศึกษาดูงาน เพิ่มพูนประสบการณ์ด้านการเรียนการสอน

 

ในการนี้..ได้นำทีมนักเรียนที่ได้รับรางวัลเหรียญทองจากการแข่งขันหุ่นยนต์ในระดับภาค พร้อมผู้ปกครองไปด้วยกัน เป็นการให้รางวัลที่สร้างชื่อเสียงให้โรงเรียน

นับเป็นโอกาสดีที่ลูกชายคนโต ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่เป็นนักศึกษาฝึกสอน ได้นำนักเรียนไปแข่งขันการเดี่ยวขลุ่ย ในเวทีระดับประเทศนี้ด้วย ผมจึงถือโอกาสไปชมและเชียร์ด้วยเลย ลูกชายมีความหวังลึกๆ ที่อยากเห็นลูกศิษย์ได้เหรียญทอง

 

ประจวบเหมาะกันพอดี ที่ ท่าน ผอ.อุ้ย อัญชัญ ครุธแก้ว เพื่อนสมาชิก G2K ของเราก็เข้าประกวดกับเขาเหมือนกัน เป็นตัวแทนระดับภาคเหนือ ผู้บริหารรางวัลระดับทอง ด้านบริหารจัดการ obec awards งานนี้ พกพาผลงานและความมั่นใจมาเพียบ และได้คิวนำเสนอผลงาน ๑๐ นาที ในเวลาสิบเอ็ดนาฬิกา

 

ระหว่างที่รอการนำเสนอผลงาน ผมเดินชมบรรยากาศในบริเวณที่จัดงาน ผู้คนมาเที่ยวชม นำผลงานมาแสดง นำนักเรียนและอุปกรณ์มาประกวดและแข่งขันกันอย่างมากมาย

อลังการงานสร้างที่ สพฐ.ทุ่มทุนสร้างปีละหลายสิบล้าน ทำให้บรรยากาศในงานดูขวักไขว่คึกคัก แสงสีเสียงเร้าใจ ผู้ที่ไปชมงานได้ทั้งความรู้และความบันเทิง ผมไม่ทันได้จดจำ สโลแกนของการจัดงานครั้งนี้ แต่ดูเหมือนจะให้นักเรียนคิดไกลใฝ่รู้ มุ่งสู่ความเป็นเลิศ และเตรียมตัวเข้าสู่อาเซียน

 

ปีก่อนๆ รวมทั้งปีนี้ มีความพยายามจะเป็นหนึ่งในอาเซียนและนานาชาติ จึงจัดแสดงผลงานครั้งยิ่งใหญ่ แต่ที่น่าสังเกตุอย่างหนึ่ง คือ สพฐ.จัดทุกปี แต่ค่าเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนยังตกต่ำ ยังมีเด็กที่อ่านหนังสือไม่ออกเป็นจำนวนมาก หรือการที่ทำแบบนี้โดยเชิดชูเด็กเก่ง ที่แพ้คัดออก เปิดโอกาสและเปิดเวทีให้เด็กเป็นเลิศ ได้มาประลองเพื่อหาค่าเฉลี่ยที่ได้มาตรฐาน..เพื่อนำไปอวดนานาชาติ

 

เราทำกิจกรรมแบบนี้มาตลอดอย่างต่อเนื่อง..และแนวโน้มคงจะทำต่อไป เหมือนยังมองไม่ออกว่า ยังจะมีกิจกรรมทางวิชาการอะไรที่น่าทำได้ดีกว่านี้หรือไม่...แต่เอาเถอะในมุมบวกของผมก็ยังมองว่า กิจกรรมการประกวดแข่งขันในวันนี้..เพิ่มพูนขวัญและกำลังใจให้คณะครูและผู้บริหาร เป็นอย่างมาก สร้างความตื่นเต้นดีใจให้กับนักเรียนและผู้ปกครอง..มิใช่น้อยเลย

 

ผมเห็นครูและนักเรียน ที่มาจากโรงเรียนต่างๆ ในทุกภาคของประเทศไทย มากันไกลๆ หอบวัสดุอุปกรณ์มากันอย่างเต็มที่ พร้อมโชว์และแข่งขัน แม้จะต้องมาล่วงหน้าเพื่อหาที่พักและจัดนิทรรศการ..ประมาณการได้ว่าบุคลากรทุกฝ่ายที่มา ร่างกายและหัวใจต้องพร้อมมากๆ มีความคิดที่แข็งแรงและแข็งแกร่ง มุ่งมั่นและสู้จริงๆกับภารกิจการพัฒนาตนเองและสร้างชื่อเสียงให้หน่วยงาน

 

อย่างไรก็ตาม..เท่าที่สอบถามเกี่ยวกับการลงทุนของแต่ละคน/แต่ละโรงเรียนเพื่อการนี้ เป็นที่ตรงกันว่า หมดกับการลงทุนสร้างหลายหมื่นบาท ทั้งค่าวัสดุ ค่าอาหาร ค่ารถ ค่าที่พัก และถ้ารวมระดับเขต และการแข่งขันระดับภาคด้วย บางโรงเรียนถึงกับหมดเงินนับแสนบาท(ถ้าส่งหลายกิจกรรมและส่งเป็นทีมใหญ่)

 

ดังนั้น..ผมจึงมีความเชื่อว่า กายและใจพร้อม คงไม่พอ..เงินก็ต้องพร้อมด้วย นี่ล่ะนะที่พูดกันว่า..การศึกษา คือ การลงทุน และเป็นการลงทุนบนความเหนื่อยยาก ที่ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงเทพ...เหมือนจะเป็นที่รู้กันแล้วว่า กรุงเทพ คือระดับชาติ  คือประเทศไทย ..จัดที่อื่นไม่ได้แล้ว

 

                                                              ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

                                                              ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗