คิดนอกกรอบไม่ง่าย..ถ้าไม่ใช่มืออาชีพ


โรงเรียน..ต้องกล้าคิดและปฏิบัติอย่างจริงจัง..กับโครงการบูรณาการหลักสูตรและการเรียนการสอน ในทุกสาระวิชา ได้ทั้งภาษาและทักษะชีวิต(พื้นฐานอาชีพ) สอดคล้องกับแหล่งเรียนรู้และสิ่งแวดล้อม น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ซึ่งจะได้ทุกมิติ ที่รวมทั้งคุณธรรมและจริธรรม..ที่เกิดจากเด็กได้เรียนรู้คู่การปฏิบัติ

คำว่ามืออาชีพของผม..ไม่ได้หมายถึง มีความรู้ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ แต่หมายรวมถึง ความมุ่งมั่นทุ่มเท ทำจริงและมุ่งพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ไม่เพียงแค่คิด แต่ไม่เคยทำได้ ไม่ใช่แค่สั่ง แต่ไม่เคยลงมาประสานใครเลย

 

วันนี้ ผมได้รับเลือกจากเขตพื้นที่ ให้เป็นบุคคลหนึ่ง จากทั้งหมด ๔๐ คน ให้เข้าร่วมประชุมสัมมนา"การถักทอเครือข่ายการศึกษา จ.กาญจนบุรี" ที่ ม.ราชภัฎกาญจนบุรี จัดโดยภาคีเครือข่ายและอบ จ. กาญจนบุรี

 

ความคาดหวังของโครงการ..อยากให้ทุกภาคส่วนระดมพลังกัน ค้นหานวัตกรรมการปฏิรูปการศึกษา อย่างมีเป้าหมาย...มีกลไกช่วยพัฒนาการศึกษาเพื่อชีวิตเด็กและเยาวชนที่มีความต่อเนื่อง..ชาวกาญจนบุรีได้กำหนดอนาคต ทางการศึกษา คุณภาพเด็กและเยาวชนด้วยตนเอง

 

เขาประชุมสัมมนากันมา ๒-๓ เวทีแล้ว ผมเพิ่งจะประชุมฯครั้งแรก พยายามทำความเข้าใจอยู่นาน จึงทราบว่าคณะทำงานต้องการสรุปผลจากการประชุม ที่ทุกคนร่วมคิดเป็นโครงการ/กิจกรรมที่จับต้องได้ โดยดูบริบทของเด็กเมืองกาญจน์เป็นสำคัญ โครงการอาจไม่ต้องเยอะ แต่ตรงประเด็น เมื่อเป็นไปได้ สามารถเสนอของบประมาณจากท้องถิ่น และนำไปสู่ความต้องการที่จะจัดตั้ง..สภาการศึกษา จ.กาญจนบุรี ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

 

ที่ประชุมตั้งประเด็นคำถามเพื่อการอภิปรายกลุ่มว่า..เขตพื้นที่จะทำอะไรบ้าง..จะดูความสำเร็จได้จากอะไร..และ..ใครทำบ้าง

หลายคนในกลุ่มของผม มองไปถึงภาษาพม่า ภาษาอังกฤษ และอาเซียน มองไปถึงการอบรมครู เพื่อถ่ายทอดสู่เด็กให้มีคุณภาพ ท้ายสุดที่ประชุม..ขอให้คิดนอกกรอบบ้าง หมายความว่า ไม่จำเป็นต้องคิดแบบเดิม คิดไม่เหมือนเขตพื้นที่และสพฐ.ก็ได้

 

ผมจึงคิดว่า เมืองกาญจน์เป็นเขตพื้นที่พิเศษในหลายๆเรื่อง และในส่วนของการศึกษา..ผลสัมฤทธฺ์ทางการเรียนของนักเรียนตกต่ำมาก ครูเคลื่อนย้ายสูงและขาดครูวิชาหลัก มีโรงเรียนขนาดเล็กที่กำลังขาดครูมิใช่น้อย...เป็นจังหวัดชายขอบ หลากหลายภาษาและวัฒนธรรม ผู้คนมีอาชีพเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ และกำลังก้าวไปสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมขนาดย่อม ตามเส้นทางของ AEC

 

ดังนั้น..เขตพื้นที่ต้องกล้าจัดสรรงบประมาณ เพื่อให้กลุ่มเครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษา(กลุ่มโรงเรียน) ได้คิดโครงการฯตามบริบทที่เป็นอยู่ และสามารถหลอมรวมนำเสนอไปยังภาคีเครือข่าย(คณะทำงานในระดับจังหวัด)

 

โรงเรียน..ต้องกล้าคิดและปฏิบัติอย่างจริงจัง..กับโครงการบูรณาการหลักสูตรและการเรียนการสอน ในทุกสาระวิชา ได้ทั้งภาษาและทักษะชีวิต(พื้นฐานอาชีพ) สอดคล้องกับแหล่งเรียนรู้และสิ่งแวดล้อม น้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ซึ่งจะได้ทุกมิติ ที่รวมทั้งคุณธรรมและจริธรรม..ที่เกิดจากเด็กได้เรียนรู้คู่การปฏิบัติ

 

แล้วความสำเร็จจะดูได้จากอะไร..ก็ดูจากการบริหารจัดการ ที่ได้จากการนิเทศกำกับติดตาม..และการถอดบทเรียน ในเวทีต่างๆ ซึ่งจะได้รูปแบบวิธีการทำงาน ภาพความสำเร็จ โมเดลและนวัตกรรม

 

งานนี้คงหนีไม่พ้น ผู้บริหารและครูร่วมกันทำงานแบบมืออาชีพ คือจริงใจและจริงจัง ภายใต้อุปสรรคและความขาดแคลน แต่พร้อมที่จะทำงานเพื่อเด็กและเยาวชน ไม่บ่น ไม่ท้อ ไม่รอคอย..ผลพลอยได้..คะแนนโอเน็ต..อาจสูงขึ้น ถ้าจะต้องหนีการสอบระดับชาติไปไม่พ้นและ...ครูเป็นมืออาชีพพอ

 

ผมจึงบอกว่า..คิดนอกกรอบ..ไม่ใช่เรื่องง่าย..ถ้าโรงเรียนเรายังต้องไปผูกโยงอยู่กับ..โอเน็ตและสมศ. - สทศ.

                               

                                                           ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

                                                            ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗

 

 

 

หมายเลขบันทึก: 562118เขียนเมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2014 15:42 น. ()แก้ไขเมื่อ 19 กุมภาพันธ์ 2014 04:46 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (6)

การคิดนอกกรอบด้วยวิธีการดำเนินการ...เพื่อจะไปให้ถึงเป้าหมายเดียวกันนะคะ

ถ้าไม่ใช่มืออาชีพก็พ่ายแพ้ หลายกลุ่มจึงต้องการความสามัคคี เราต้องมีฝ่ายค้านด้วยเพื่อต่อต้านกลโกง

ไม่ง่ายจริงๆค่ะ แต่เชื่อว่ามืออาชีพอย่างท่านทำได้แน่ๆ เอาใจช่วยค่ะ

ถูกต้องคร้าบบบบบบบบ...ตราบใดที่การศึกษาไทยยังถูกล่ามโซ่ ก็ไม่มีทางออกนอกกรอบกับเขาได้หรอก คิดแล้ววววว....กลุ้ม...!

เอๆๆๆเมืองไทยนี้แสนดีหนักหนาใครอยากทำอะไรก็ทำๆๆๆอะไรก็ได้กรอบกฎไม่มีความหมายว่าจะอยู่กันอย่างไรเต็มถนนไปหมดมืออาชีพฤาเปล่าน่าจะให้เด็กๆทำวิจัยให้ก็ได้..สงสัยไปฉิวเล้ย..

คิดนอกกรอบไม่ง่าย แต่เป้าหมายเพื่อเด็ก และการพัฒนาการศึกษาก็ต้องเดินหน้า อย่างโรงเรียนบ้านหนองผือ นับว่าเป็นต้นแบบที่ดี ทั้งการจัดการเรียนการสอน การบริหารจัดการ ได้ทำงานกลุ่มโรงเรียนเลาขวัญกับ ผอ. ทำให้ผู้เขียนเห็นแนวคิด แนวปฏิบัติสามารถมาประยุคและมาปฏิบัติในโรงเรียนได้หลายเรื่อง ขอบคุณที่ ผอ.ทุ่มเทเพื่อโรงเรียนและเข้าใจเด็กๆ ในชนบท และบริบทของบ้านเรา เลาขวัญ และเป็นโอกาสที่ดีที่โรงเรียนต่างจังหวัดและโรงเรียนในกลุ่มจะได้ไปเยี่ยมและศึกษาดูงานวันที่ 15 มีนาคม 2557 ขอบคุณ ผอ.มากๆๆ ค่ะ ขออนุญาตนำเรื่องราวนี้ไปไว้น่า Face ด้วยค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี