การจัดการความรู้ที่ได้จากการเรียนวิชาการจัดการความรู้ทางการศึกษา
- อะไรคือความรู้ที่ได้
ความรู้ที่ได้จากการเรียนวิชานี้ อย่างแรกเลยคือ ทำให้รู้ว่าความรู้สามารถแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้สองประเภท คือ ความรู้ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) และความรู้แฝงเร้น หรือความรู้แบบฝังลึก (Tacit Knowledge) ความรู้ชัดแจ้งคือความรู้ที่เขียนอธิบายออกมาเป็นตัวอักษร เช่น คู่มือปฏิบัติงาน หนังสือ ตำรา เว็บไซต์ Blog ฯลฯ ส่วนความรู้แฝงเร้นคือความรู้ที่ฝังอยู่ในตัวคน ไม่ได้ถอดออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร หรือบางครั้งก็ไม่สามารถถอดเป็นลายลักษณ์อักษรได้ ความรู้ที่สำคัญส่วนใหญ่ มีลักษณะเป็นความรู้แฝงเร้น อยู่ในคนทำงาน และผู้เชี่ยวชาญในแต่ละเรื่อง จึงต้องอาศัยกลไกแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้คนได้พบกัน สร้างความไว้วางใจกัน และถ่ายทอดความรู้ระหว่างกันและกัน
สิ่งหนึ่งที่ได้จากการเรียนและเป็นสิ่งที่จำเป็นมากคือการได้เรียนรู้เกี่ยวกับ "โมเดลภูเขาน้ำแข็ง" จึงทำให้ได้รู้ว่าความแตกต่างระหว่างบุคคลเปรียบเทียบได้กับภูเขาน้ำแข็ง โดยมีส่วนที่เห็นได้ง่าย และพัฒนาได้ง่ายคือ ส่วนที่ลอยอยู่เหนือน้ำ นั่นคือองค์ความรู้ และทักษะต่างๆ ที่บุคคลมีอยู่ และส่วนใหญ่ที่มองเห็นได้ยากจะอยู่ใต้ผิวน้ำ ได้แก่ แรงจูงใจ อุปนิสัย ภาพลักษณ์ภายใน และบทบาทที่แสดงออกต่อสังคม ส่วนที่อยู่ใต้น้ำนี้มีผลต่อพฤติกรรมในการทำงานของบุคคลอย่างมาก และเป็นส่วนที่พัฒนาได้ยาก ซึ่งอาจกล่าวได้อีกนัยหนึ่งว่า ความรู้ ทักษะ/ความสามารถ (ส่วนที่อยู่เหนือน้ำ) และคุณลักษณะอื่นๆ ของบุคคล (ส่วนที่อยู่ใต้น้ำ) ทำให้บุคคมีสมรรถนะ (พฤติกรรมในการทำงาน) ในรูปแบบต่างๆ และสมรรถนะต่างๆ มีความสัมพันธ์กับผลงานของบุคคล
นอกจากน้ยังทำให้ได้รู้ว่าการจัดการความรู้ ในองค์กร สถาบันการศึกษา หรือแม้แต่ตัวบุคคลนั้น มีการจัดการเรียนรู้อย่างไรบ้าง มีการแก้ปัญหาหรือพัฒนาอย่าไร วิชานี้จึงมีความสำคัญมากในการเรียน
-นำไปประยุกต์ใช้อย่างไร
จากการเรียนในรายวิชานี้สิ่งแรกที่สามารถนำไปใช้ได้คือการได้จัดการเรียนรู้ของตนเองได้อย่างเป็นระบบและสามารถนำความรุ้ไปถ่ายทอดได้อย่างถุกต้องเหมาะสม อีกทั้งในอนาคตหากเราได้เป็นครูก็ยังสามารถนำความรุ้ที่ได้จากการเรียนไปพัฒนาตนเองและสถานศึกษาของตนเองได้ ในรายวิชานี้จึงจำเป็นมากสำหรับการเรียนเพราะสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้โดยตรง และสามารถนำมาแก้ปัญหา พัฒนา ปรับปรุงศักยภาพของเราได้อย่าดีที่สุด